บริการข่าวไทยรัฐ

เพลงลูกทุ่งยุคไทยแลนด์ 4.0 เมื่อ “ไห” กลายเป็น “ทองคำ”

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงข่าวคราวที่ “กูเกิล” ให้เกียรติจัดทำคลิปพิเศษระลึกถึง “ป.อินทรปาลิต” ยอดนักเขียนในอดีตของไทย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 107 ปีของท่านเมื่อ 12 พ.ค.2560

ระหว่างดูคลิปเรื่องราวของ “อาปอ” ในยูทูบผมก็ถือโอกาสเปิดดูและฟังเพลงต่างๆไปด้วยทำให้ทราบว่าเพลง “คู่คอง” ของ ก้อง ห้วยไร่ จากละคร นาคี ของช่อง 3 จะมียอดวิวถึง 300 ล้านวิวในเร็วๆนี้

รวมทั้งทราบด้วยว่ามีเพลงลูกทุ่งเพลงใหม่ที่ฮิตระเบิดเถิดเทิงชนิดยูทูบร้อนฉ่าอยู่ 2 เพลง ได้แก่ เพลง “คำแพง” และ “ผู้สาวขาเลาะ” ยอดวิวเกิน 200 ล้านทั้ง 2 เพลง

วันนี้ขออนุญาตเขียนเรื่องเพลงลูกทุ่งต่อก็แล้วกันครับ เพื่อจะโยงเข้าสู่ “ยุค 4.0” นโยบายใหม่ที่รัฐบาลนี้ท่านริเริ่มไว้

ผมเองเรียนแล้วหลายครั้งว่าเห็นด้วยกับนโยบายนี้แต่ก็ไม่อยากให้คิดฝันกันจนเลยเถิดไป เพราะมันไม่ง่ายและไม่สามารถจะใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้ทุกๆอย่างทุกๆเรื่อง

อะไรที่คิดว่าทำได้ก็เชิญเลย อะไรที่คิดว่าทำไปแล้วจะเสียเวลาเปล่าๆหรืออาจเสียเงินเสียทองด้วย ก็เลิกไปเลยอย่าไปเสียเวลามากนัก

เป็นการเขียนเตือนสติผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐทั้งหลายมิให้ลุ่มหลงกับคำว่า “4.0” จนเกินไปว่างั้นเถอะ

แต่สำหรับเรื่องเพลงลูกทุ่ง หรือเพลงต่างๆนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ครับ คือสามารถที่จะใช้ผลผลิตของ 4.0 ที่มีอยู่แล้วเป็นช่องทางในการเผยแพร่และสร้างความนิยมได้เป็นอย่างดี

จึงอยากจะเขียนสนับสนุนให้นักแต่งเพลงทั้งหลายหันมาใช้ช่องทางนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่านยูทูบ หรือเฟซบุ๊ก หรือโซเชียลมีเดียอะไรก็ตามเท่าที่มีอยู่

คงจะทราบกันดีแล้วว่าสำหรับยูทูบนั้นได้กลายเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลที่เปิดโอกาสให้คลิปเพลง คลิปพูด คลิปความเคลื่อนไหวไปจนถึงรายการยาวๆต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาคบันเทิง ภาคสารคดี หรือ ภาคข่าว เข้ามาจับจองสัมปทานเอาไว้

กลายเป็นโลกใหม่อีกโลกหนึ่งที่คนไทยจำนวนมากใช้เวลาอย่างมากอยู่กับยูทูบในแต่ละวัน

ส่งผลให้ค่ายเทป ค่ายเพลงต่างๆ ต้องเปลี่ยนวิธีการผลิตใหม่แทบไม่มีเทปไม่มีซีดีกันแล้ว ใช้วิธีอัดเพลงเสร็จก็หย่อนลงยูทูบเพื่อให้คนฟังฟรีๆ

เพลงไหนที่มีคนฟังหรือคนวิวมากๆ ก็จะมีโฆษณาเข้า หรืออาจจะไปคิดค่าโหลดต่างๆแทนการขายเทปขายซีดีอย่างเมื่อก่อน

ขณะเดียวกัน ระบบการอัดเพลงใส่ยูทูบ ก็เปิดโอกาสให้แก่ค่ายเพลงเล็กๆ และนักแต่งเพลงอิสระด้วยอย่างกว้างขวาง

มีการร้องเพลงส่งเข้าไปเสี่ยงดวงในยูทูบจำนวนมาก และก็มีหลายรายที่เกิดได้สำเร็จเพราะเพลงฮิตเปรี้ยงปร้างเป็นที่ถูกใจแฟนเพลง ทำให้ยอดวิวกระฉูดเป็นร้อยๆล้านวิว

ดังเช่นที่ ก้อง ห้วยไร่ ประสบความสำเร็จจากเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” ที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้วเมื่อปีก่อน

นอกจาก ก้อง ห้วยไร่ ที่เกิดมาจากยูทูบโดยตรงแล้ว ล่าสุดยอดเพลงลูกทุ่งที่เกิดจากยูทูบที่ฮือฮามากมีอยู่ 2 รายที่ผมกล่าวไว้ตอนต้นรายแรก ได้แก่ แซ็ค ชุมแพ กับเพลง “คำแพง” ที่ฮิตระเบิดระเบ้อมียอดวิวถึง 249,933,042 ครั้ง ขณะที่ผมเขียน

รายสอง ได้แก่ ลำไย ไหทองคำ เกิดร้อยเอ็ด แต่มาโตในกรุงเทพฯ กับเพลง “ผู้สาวขาเลาะ” เพลงสไตล์อีสานยอดวิวล่าสุด 201,331,148 ครั้ง หรือเกินหลัก 200 ล้านไปเรียบร้อยเช่นกัน

ทำให้นักร้องสาวลูกทุ่งนามสกุลเป็นมงคล คือ “ไหทองคำ” กลายเป็นเศรษฐินีไปเรียบร้อยจากรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ “สยามดารา” บอกว่ารายได้ของลำไยปัจจุบันนี้ตกวันละ 3 แสนบาท

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะสรุปว่ายูทูบเป็นผลพวงของ 4.0 ที่มีอยู่แล้วและเป็นช่องทางที่จะเปิดกว้างไว้สำหรับการใช้ประโยชน์ได้หลายๆอย่างรวมถึงในเรื่องเพลงที่ผมยกตัวอย่างในวันนี้

เพราะฉะนั้น นักแต่งเพลง นักร้องใหม่ วงดนตรีใหม่ใดๆจะใช้บริการ 4.0 ที่มีอยู่แล้วอย่างยูทูบก็เชิญเลย ผมสนับสนุนเต็มที่

เผื่อจะโชคดีแบบน้อง “ลำไย” ที่แปรสภาพจากไหดินเผา ธรรมดาๆกลายเป็นไหทองคำร้อยเปอร์เซ็นต์ไปแล้วในปัจจุบันนี้.

“ซูม”