บริการข่าวไทยรัฐ

'วิษณุ' สั่งถกข้อสรุปพยาบาล ย้ำตรึงอัตรา หวั่นกระทบระบบข้าราชการ

"วิษณุ" เผยนัด "สธ.-ก.พ.-ก.พ.ร." พูดคุยหาข้อสรุปกับเครือข่ายพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่รู้จะได้ข้อสรุปนำเข้า ครม.16 พ.ค.นี้หรือไม่ ต้องดูความเกี่ยวข้องก่อน ชี้ต้องตรึงอัตราจำนวน ขรก.หวั่นกระทบระบบราชการ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.60 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดหมายตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พูดคุยเพื่อหาทางออกกรณีพยาบาลวิชาชีพขู่ลาออกหากรัฐบาลไม่บรรจุให้เป็นข้าราชการ ว่า ได้มีการนัดหมายเพื่อพูดคุยแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าจะพูดคุยที่ใด โดยวันนี้ 3 ฝ่าย คือ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการ ก.พ.และ ก.พ.ร. จะพูดคุยทำความเข้าใจกันเบื้องต้น ก่อนเชิญตัวแทนพยาบาลวิชาชีพเข้าหารือร่วมกัน จากนั้นทั้งหมดจะเข้ามาร่วมหารือกับตน แต่จะได้ข้อสรุปเลยหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ และยังไม่ทราบว่าต้องนำเรื่องดังกล่าวนี้เข้ารายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 16 พ.ค.หรือไม่ เพราะต้องดูก่อนว่าเกี่ยวข้องกับ ครม.หรือไม่

เมื่อถามว่า มีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก แต่ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้หารือกันก่อน เพราะกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่กรณีของพยาบาลวิชาชีพนั้นมีจำนวนมาก เลยอาจมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งความจริงปัญหาอาจไม่ใหญ่ เพียงแต่เป็นเรื่องที่กระทบต่อระบบจึงต้องระวังไม่ให้มีผลกระทบ โดยเฉพาะการอ้างเป็นแบบอย่าง

"ผมเห็นใจกระทรวงสาธารณสุขเพราะบุคลากรมีมาก คล้ายกับกระทรวงศึกษาธิการ แต่กระทรวงศึกษาฯ นั้นมีระบบของเขาอีกระบบหนึ่ง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะมีปัญหาทั้งหมอ พยาบาล เภสัช ทันตแพทย์ ซึ่งแต่ละหน่วยพอไปเจอมติ ครม.ตั้งแต่ 10-20 ปีก่อน ที่ให้ตรึงอัตรากำลังไว้ ไม่ให้เพิ่มจึงกระทบ แต่รัฐบาลก็พยายามผ่องถ่ายให้เป็นพนักงานราชการก่อน แต่พอเป็นไปได้ระยะหนึ่ง ก็จะมีการร้องเรียนขอกลับมาเป็นข้าราชการ จึงทำให้กระทบ" นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่ปี 2547 ประเทศไทยสามารถตรึงอัตรากำลังข้าราชการไว้ได้ที่ 4 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ หลักคิดของรัฐบาลคือไม่อยากให้เพิ่มไปมากกว่านี้ แต่เมื่อนำหลักคิดนี้ไปใช้กับกระทรวงสาธารณสุข จึงทำให้มีปัญหาเพราะเวลาที่ขอเพิ่มนั้น จะขอจำนวนหลายหมื่นอัตรา รัฐบาลยอมรับว่าบุคลากรเหล่านี้มีความจำเป็น แต่ก็ไม่ได้มีแต่บุคลากรที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น เพราะกระทรวงศึกษาฯ ก็มีคณะแพทยศาสตร์และพยาบาล ซึ่งเมื่อจบมาก็เป็นพนักงานราชการเหมือนกัน ดังนั้นเวลาคิดระบบจะต้องมองทั้งประเทศ หากให้หมอและพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นข้าราชการ แล้วหมอพยาบาล เภสัช ทันตแพทย์ ในสังกัดกระทรวงศึกษาฯ จะทำอย่างไร ดังนั้น เรื่องนี้จึงจะยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องคิดหลายอย่าง เนื่องจากระบบการแพทย์ในประเทศไทยมี 2 สังกัด คือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาฯ

เมื่อถามว่า ขณะที่กลุ่มพยาบาลวิชาชีพก็กดดัน จำเป็นต้องได้ข้อสรุปวันนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เสร็จก็เสร็จ ไม่เสร็จก็ไม่เสร็จ