วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กติกาใหม่จับปูใส่กระด้ง

โดย สายล่อฟ้า

อย่าคิดว่าเสือหลับ จับนักการเมืองเข้ากติกา

มีความพยายามที่จะสร้างกฎกติกาทางการเมือง เพื่อควบคุมนักการเมืองให้อยู่ในร่องในรอย หวังว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้

ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก และการตรวจสอบด้วยการให้อำนาจองค์กรอิสระต่างๆได้ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระได้จริงๆ

ทว่านักการเมืองพันธุ์ไทยนั้น แม้ท่าทีด้านหนึ่งจะออกมาต่อต้าน แต่อีกท่าทีหนึ่งคงนั่งกระหยิ่มในใจ

อยากทำอะไรก็ทำไป...ขอให้มีเลือกตั้งเร็วๆเถอะ

ที่ว่าอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าทีมงานสร้างกฎกติกาจะไม่มีความสามารถในอันที่จะกำหนดกรอบเพื่อควบคุมนักการเมืองให้ดีกว่าที่ผ่านมา

เพราะความจริงทางการเมืองนั้นคงไม่ต่างไปจากจับปูใส่กระด้ง

เนื่องจากนักการเมืองไทยนั้น มีความสามารถพิเศษที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมในอันที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

เว้นแต่ปัญหา “จริยธรรม” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเท่านั้น

การเลือกตั้งครั้งต่อไปวางหลักเกณฑ์เอาไว้อย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองมีเสียงข้างมาก แต่มีความพยายามที่จะให้มีพรรคการเมืองที่หลากหลาย เพราะคิดจากตรรกะที่ว่า หากปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาขัดแย้งเหมือนอย่างที่ผ่านมา

ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนจะผิดกับหลักการที่ว่า ควรจะให้มีพรรคการเมืองน้อยจนเหลือพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค เสนอตัวให้ประชาชนเลือก

พรรคหนึ่งเป็นรัฐบาล อีกพรรคหนึ่งเป็นฝ่ายค้าน

แต่บทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมาเกิดความล้มเหลวจนต้องสร้างกติกาใหม่ให้กลายเป็นว่าพรรคการเมืองทุกพรรคมีความหมาย

อย่างเช่นการกำหนดระบบการเลือกตั้งใหม่ แม้จะคงรูปแบบเดิมก็ตาม แต่ให้เสียงของประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนนั้นมีความหมาย

กำหนดให้มี ส.ส. 500 คน มาจากเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน

ก่อนหน้านี้หากเลือกผู้สมัครคนหนึ่งก็จะได้คะแนนพ่วงจากระบบบัญชีรายชื่อด้วย พูดง่ายๆว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง

การเลือกตั้งครั้งใหม่หากเลือก ส.ส. เขตคนหนึ่ง พรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่เลือกคะแนนที่ไปใช้สิทธิจะไปบวกกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคที่ลงคะแนนให้

หนึ่งเสียง หนึ่งสิทธิ มีความหมาย

ผลพลอยได้จากกรณีนี้ จะทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กโผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ดแน่ เพราะอย่างน้อยก็มีคะแนนจากปาร์ตี้ลิสต์เข้าไปรวมด้วย

พรรคการเมืองใหญ่จึงต้องอาศัยพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก เข้ามาร่วมเพื่อจะได้จัดตั้งรัฐบาล

ถ้าจะถามว่าพรรคการเมืองใหญ่ที่คิดจะเป็นรัฐบาลก็มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ จับมือกันจัดตั้งรัฐบาล อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ จะต้องดึงพรรคเล็กๆเหล่านี้มาเป็นรัฐบาล

ยิ่งปัจจัยทางการเมืองที่ยังมีทางเลือกที่ 3 คือ “คนนอก” สามารถเป็นนายกฯได้ก็ยิ่งต้องคิดให้ลึกไปกว่านั้น เพื่อกันท่าด้วยการไม่เปิดโอกาสให้

พรรคเพื่อไทยนั้น การจะตั้งใครเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ จึงต้องรอดูปัญหาในพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในได้

อีกทางหนึ่งก็ต้องหาทางแตะมือพรรคเล็กด้วยกลยุทธ์ที่ชำนาญอยู่แล้ว.

“สายล่อฟ้า”