บริการข่าวไทยรัฐ

พาคนกลับบ้าน

โดย หมัดเหล็ก

สาเหตุจาก กรณี คาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซี จ.ปัตตานี เมื่อเร็วๆนี้ นอกจากจะชี้ให้เห็นถึง การวางแผนในการก่อเหตุมาอย่างดีและมีการเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังมีผลกระทบไปถึง ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาไฟใต้ ด้วย เนื่องจากคนร้ายที่ก่อเหตุ เป็นคนของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็น ครูสอนศาสนาหรือนายก อบต. ที่ร่วมกันกระทำความผิด และมีการตั้งคำถามในสังคมว่า นโยบายพาคนกลับบ้าน การให้โอกาสผู้กระทำความผิด มาถูกทางแล้วหรือยัง

สมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ดูแลความมั่นคงได้ให้นโยบาย 66/23 เข้าไปแก้ปัญหาประกอบด้วยโครงการ ฮารับบันบารูหรือความหวังใหม่ นำแนวทางการแก้ปัญหาแบบสันติวิธีและการอยู่ร่วมกันแม้จะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันมาใช้ ซึ่งก็ได้ผลพอสมควร ในขณะเดียวกันก็มีขบวนการก่อการร้ายใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดเวลาตามสถานการณ์และเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบันการก่อการร้ายไม่ได้อยู่ในวงจำกัดอีกต่อไป แม้แต่การก่อเหตุร้ายในภาคใต้เวลานี้ก็มีกลุ่มแนวคิดที่แตกต่างหลากหลาย มีเรื่องของผลประโยชน์ การเมืองและอำนาจรัฐ เข้าไปแทรกแซงอยู่เป็นระยะ

ในขณะเดียวกันการสนับสนุนมีมาจากหลายรูปแบบเช่นกัน จนแยกไม่ออก เงินสนับสนุนจากหลายแหล่ง นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมหรือนำไปใช้ในการก่อเหตุร้าย

นโยบายการแก้ปัญหาของรัฐบาล ทำได้ในระดับการป้องกันและการระงับเหตุเท่านั้น ไม่ใช่ การปราบปรามโดยใช้มาตรการเด็ดขาดและรุนแรง ที่ต่างจากคนร้าย เพราะถ้าใช้ความเด็ดขาดและรุนแรง จะ มีการแทรกแซงมาจากต่างประเทศและองค์กรสากลต่างๆ จนในที่สุดเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้ก็จะถูกยกระดับขึ้นเป็นปัญหาการต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนทันที

กระบวนการยุติธรรมที่บังคับใช้กับปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้วย เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดก็ทำไม่ได้อีก ซึ่งก็มีองค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรมุสลิมโลกเข้ามาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ต้องสงสัยว่าจะก่อเหตุร้าย ปัญหาจึงละเอียดอ่อนและมีความยากลำบากมากขึ้น

การเจรจาโดยการขอให้ ประเทศมาเลเซีย เป็นคนกลาง ไม่ใช่ทางออกในแนวทางเจรจาแบบสันติ เกรงว่าประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามามีส่วนในการแก้ปัญหา แม้จะมีปัญหาการก่อเหตุร้ายเช่นเดียวกับ 3 จังหวัดภาคใต้ แต่เป็นคนละกลุ่มและต่างแนวความคิดกัน ประเด็นนี้ยังมีความหวาดระแวงเป็นอุปสรรค

ปัญหาการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในพื้นที่ภาคใต้ก็ ยังไม่มีเอกภาพและประสิทธิภาพ พอที่จะรับมือกับปัญหาได้ เรื่องของงบประมาณและแผนปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน ขาดผู้มีอำนาจสั่งการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ขาดพลังและแนวร่วมในการแก้ปัญหา

การสร้างรายได้ สร้างงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาคใต้ยัง ฉาบฉวย คนในพื้นที่เดินทางไปศึกษาและทำงานในประเทศเพื่อนบ้านเสียส่วนใหญ่ ความผูกพันหรือสัมพันธภาพในสังคมทุกระดับ จึงอยู่ในวงจำกัด มีผลต่อการสร้างสันติสุขโดยตรง เมื่อไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงก็ไม่พัฒนา ปัญหาไฟใต้จึงไม่ต่างอะไรจากดินพอกหางหมู.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th