บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แลกด้วยประชาธิปไตย

เสียงวิจารณ์ผลงานรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป ส่วนใหญ่เป็นไปในด้านลบ แต่รัฐบาลโชคดีที่มีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ออกมาตอบโต้แทน ด้วยการรับประกันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดีกว่ารัฐบาลเลือกตั้งทุกชุดที่ผ่านมา ส่วนพวกโจมตีไม่มีเหตุผลไม่ควรให้ราคา คนเหล่านี้จงใจทำลาย ติเตียนให้สะใจ ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเอง

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ จะเห็นความจริงว่า อะไรเกิดขึ้นใน 3 ปี รัฐบาล คสช.ทำอะไรกับประเทศ ส่งผลให้ประเทศอย่างไร เชื่อว่าไม่มีใครกล้าให้คะแนนผ่านหรือไม่ผ่าน พูดคล้ายกับว่ามี “ภยาคติ” คือลำเอียงเพราะความกลัวไม่กล้าพูดจริง เป็นอาณาจักรแห่งความกลัว

นักการเมืองอีกคนหนึ่งคือนายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ระบบราชการทั้งหมด เป็นที่มาของการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะรัฐบาลลดอำนาจประชาชน ทั้งๆที่ในยุคโลกาภิวัตน์ต้องลดอำนาจข้าราชการและนักการเมือง และเพิ่มอำนาจให้ประชาชน เป็นคำกล่าวที่ตรงกับหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ส่วนนักวิชาการที่แสดงความคิดเห็น ได้แก่ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดถึงผลงานสำคัญของรัฐบาล คือ การสร้างความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง แต่ในส่วนเสียคือ ปฏิกิริยาด้านลบจากโลกตะวันตก อาจารย์สรุปว่า เมื่อครบ 3 ปี และมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ก็ถึงเวลาคืนสู่ประชาธิปไตย คือการเลือกตั้ง

แม้แต่ประชาชนทั่วไปก็แสดงความคิดเห็นผ่านการสำรวจของสวนดุสิตโพล คราวก่อนสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่
ชี้จุดอ่อนรัฐบาล คือการแก้ปัญหาปากท้องการบังคับใช้กฎหมาย และการปิดกั้นเสรีภาพ ส่วนครั้งล่าสุดพบว่า สิ่งที่ประชาชนอยากบอกรัฐบาลมากที่สุดให้เน้นการแก้ปัญหาปากท้อง แก้ความเดือดร้อนประชาชน และทำตามโรดแม็ปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

น่าสังเกตว่าผลการสำรวจความเห็นหลายครั้ง ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าปัญหาเศรษฐกิจหรือปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแล้ว รัฐบาลยังมีภารกิจที่สำคัญพอกันคือ ปัญหาปากท้องประชาชน ขณะนี้คนไทยเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน ขอไปดูตัวเลขคนจนกว่า 12.4 ล้านคน ที่ลงทะเบียนขอเงินแจกจากรัฐบาลรอบใหม่

ปัญหาที่ว่าผลงานของรัฐบาล คสช. ใน 3 ปี สอบผ่านหรือไม่ผ่าน เป็นประเด็นอภิปรายกันต่อไป แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้าผลงานไม่ผ่านจะไม่ใช่แค่ “เสียของ” คือรัฐประหารเสียเปล่า แต่ประเทศต้องเสียโอกาส เสียเวลาถึง 3 ปี โดยหวังว่าจะมีการปฏิรูปทุกด้าน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เตือนว่าไม่ได้มาฟรีๆ แต่ต้อง “เอาประชาธิปไตยเข้าแลก”.