วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ง่ายนิดเดียว

ปัจจุบันประเทศไทยมี ประชากรผู้สูงอายุ หรือ ผู้มีอายุเกิน 60 ปี 10.3 ล้านคน หรือเท่ากับ 16 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร 65 ล้านคน

คาดว่าปี 2564 หรืออีก4ปีจากนี้ไป เมืองไทย จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 13ล้านคน หรือ20เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร

เป็นภาระหนักของรัฐบาลต้องอัดฉีดเบี้ยยังชีพคนชราเป็นเงินกว่าหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าช่วงหยุดยาวสงกรานต์ที่ผ่านมา รัฐบาลนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตีปี๊บโฆษณาข่าวดีว่าปีนี้รัฐบาลจะเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา จากเดือนละ 600 บาท ขึ้นเป็น 1,200 บาท หรือ 1,500 บาทต่อเดือน

ทำให้ประชากรผู้สูงวัยเฮกันลั่นจนฟันปลอมกระเด็น

ล่าสุด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่าในการประชุม ครม.วันนี้ (16 พ.ค.) กระทรวงการคลังจะขอความเห็นชอบในการระดมเงินจากแหล่งต่างๆมาลงขันไปจัดตั้งเป็น “กองทุนคนชรา” เพื่อนำเงินจากกองทุนนี้ไปจ่ายเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราจากเดือนละ 600 บาท ขยับขึ้นเป็น 1,200 บาทหรือ 1,500 บาทต่อเดือน

พร้อมกันนี้รัฐบาลจะขอความร่วมมือ ผู้สูงอายุที่มีฐานะดี ขอให้ท่านโปรดแจ้งขอสละสิทธิ์ไม่รับเบี้ยแจกฟรีเดือนละ 600 บาทอีกต่อไป

เพื่อที่จะนำเงินจากผู้สละสิทธิ์สมทบ เข้ากองทุนคนชรานำไปจ่ายเบี้ยยังชีพเพิ่มให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนจริงๆ และมีความเดือดร้อนจริงๆ

โดยรัฐบาลจะทำเหรียญเชิดชูเกียรติให้ผู้สละสิทธิ์ไม่รับเบี้ยยังชีพทุกราย เพื่อตอบแทนคุณงามความดีที่ท่านได้ร่วมกันเสียสละเพื่อส่วนรวม

“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าปัญหาเบี้ยยังชีพคนชราที่บานทะโร่หุบไม่ลง เป็นความผิดพลาดของกระทรวงการคลังที่ไม่ตรวจสอบคัดกรองเสียก่อนว่าใครมีฐานะยากจน? หรือไม่ยากจน?

ทำให้มีผู้สูงอายุไปใช้สิทธิ์รับเบี้ยยังชีพคนชรามากถึง 7 ล้านคน

ต้องใช้งบอัดฉีดสูงกว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี

แต่ในความเป็นจริงพบว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ได้รับเบี้ยยังชีพคนชรา 7 ล้านคน ไม่ได้มีฐานะยากจน ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งเบี้ยแจกฟรีจากรัฐบาล

แต่เมื่อรัฐบาลใจดีแจกเงินให้ใช้เดือนละ 600 บาทฟรีๆ

มันก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ใช่มั้ยล่ะคุณ

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาเบี้ยยังชีพคนชราแก้ง่ายนิดเดียว

แก้โดยใช้ ม.44 กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์รับเบี้ยยังชีพคนชราให้ชัดเจน

เพราะ “เบี้ยยังชีพคนชรา” เป็นเงินช่วยเหลือจากรัฐสำหรับผู้สูงอายุที่ฐานะยากจน ไว้ใช้ยังชีพในแต่ละเดือน

ดังนั้นผู้ที่มีสิทธิ์รับเบี้ยยังชีพคนชรา จึงต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี หรือต้องเป็นผู้มีฐานะยากจนและจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ใครที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ก็ไม่มีสิทธิ์รับเบี้ยแจกฟรี

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าเมื่อคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จะเหลือผู้สูงอายุที่สมควรได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลไม่เกิน 3 ล้านคน

ถ้ารัฐบาลจะเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา จาก 600 บาท เป็น 1,500 บาทต่อคน ต่อเดือน รัฐบาลจะใช้เงินอัดฉีดไม่เกิน 54,000 ล้านบาทต่อปี

น้อยกว่างบที่รัฐบาลใช้อยู่ปีละกว่า 70,000 ล้านบาท ถึง 16,000 ล้านบาทเชียวนะโยม!!

แถมรัฐมนตรีคลังก็ไม่ต้องเสนอตั้งกองทุนคนชรา ไม่ต้องขอร้องอ้อนวอนให้คนสละสิทธิ์ไม่รับเบี้ยยังชีพให้เวิ่นเว้อวุ่นวาย

สรุปว่าใครที่สมควรได้ต้องได้ ใครไม่สมควรได้ก็ไม่ได้ มันก็แค่นี้เอง.

“แม่ลูกจันทร์”