วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกโฉมบริการประชาชน

โดย ซี.12

ยิ่งใกล้วันครบ 3 ปีในการยึดอำนาจควบคุมการบริหารประเทศของ คสช. กระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลยิ่งดังกระหึ่มขึ้นในทางลบ

เป็นการวิจารณ์แบบกล้าๆกลัวๆโดยโยนบาปให้ระบบราชการไทยไปเสียโน่น ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วมีความพยายามในการแก้ไขปรับปรุงวางหลักในการทำงานให้ทันสมัยสามารถบริการประชาชนได้ทั่วถึงและกว้างขวางขึ้น ดังที่นำเสนอในสัปดาห์ที่แล้วถึงการก้าวเข้าสู่ ระบบราชการ 4.0 ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นเฉพาะแห่งไม่ใช่ประเทศไทยทั้งหมด หรือเหตุไม่ดีไม่งามเกิดที่กรมไหนกระทรวงไหนมิใช่ว่ากรมอื่นกระทรวงอื่นเขาจะสกปรกไปด้วย

ถ้าจะยึดหลักว่าภาครัฐหรือระบบราชการจะต้องทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ก็หมายความว่า ระบบราชการต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงานใหม่เพื่อพลิกโฉม ให้สามารถเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

มีตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างระบบราชการแบบเดิมและระบบราชการแบบใหม่หลายเรื่องหลายประเด็นที่ขอยกมาเป็นตัวอย่างเช่น

ระบบเดิม-การทำงานแยกตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน แม้มีการทำงานประสานงานกันระหว่างหน่วยงานแต่ยังไม่ใช่การบูรณาการอย่างแท้จริง ระบบใหม่ -การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริง ในเชิงยุทธศาสตร์ตั้งแต่ระดับการวางนโยบายไปจนถึงการนำไปปฏิบัติ

ระบบเดิม-ให้บริการเป็นมาตรฐานเดียวกันอย่างตายตัวตามสิทธิพื้นฐานของบุคคลที่รัฐกำหนด ระบบใหม่-ให้บริการตามความต้องการเฉพาะบุคคลซึ่งสามารถออกแบบ/เลือกรูปแบบ/วิธีการในการขอรับบริการได้

ระบบเดิม-การดำเนินงานเชิงรับ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบใหม่-การดำเนินงานที่ตอบสนองทันที/ทันเวลา/เชิงรุก ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

ระบบเดิม-ยึดกฎเกณฑ์ และมุ่งเน้นแต่การปฏิบัติงานตามเป้าหมาย ระบบใหม่-สร้างนวัตกรรม มีการควบคุมอย่างชาญฉลาด มุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

ระบบเดิม-ปฏิบัติงานตามนโยบาย ขับเคลื่อนโดยภาครัฐเป็นศูนย์กลาง ระบบใหม่-ปฏิบัติงานโดยเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ระบบเดิม-เปิดเผยข้อมูลตามที่ร้องขอเฉพาะราย/เปิดเผยข้อมูลจำกัด ระบบใหม่-เปิดเผยข้อมูลเป็นปกติ ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องร้องขอ

ระบบเดิม-การปฏิบัติงานตามขั้นตอนแบบเดิมๆ ระบบใหม่-สามารถแก้ไขปัญหาโดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการทำงานรูปแบบเดิมและสามารถตอบสนองได้ทันที

ระบบเดิม-ต่างหน่วยต่างทำงานกันลำพังโดยไม่มีการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อใช้งานร่วมกัน ระบบใหม่- แบ่งปันทรัพยากรในการทำงานร่วมกัน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

ระบบเดิม-วางนโยบาย และปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ และคาดเดาเอาเอง ระบบใหม่-ปฏิบัติงานบนพื้นฐานของข้อมูล ความต้องการของประชาชน และวางนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง

ระบบเดิม-บริการประชาชนเฉพาะในเวลาราชการ ระบบใหม่-บริการประชาชนตลอดเวลา

ลองนึกภาพเปรียบเทียบแล้วตอบกับตัวเองว่าประชาชนต้องการแบบไหนขอให้ทำได้จริงจัง.

“ซี.12”