บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อภิพญามหาโครงการโลก

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีงานไหนดังเท่ากับการประชุมสุดยอดผู้นำโลกเพื่อผลักดันแผนการพัฒนาทางเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 One Belt One Road Initiative 1 แถบ 1 เส้นทาง ที่กรุงปักกิ่ง อีกแล้วครับ ในบ้านเราอาจจะดูว่างานนี้นิ่ง แต่ข่าวในประเทศต่างๆ ดังเปรี้ยงปร้าง ต่างคนต่างโชว์เรื่องที่ผู้นำของตนได้เข้าไปร่วมในงานนี้ด้วย

ที่คนสนใจกันมากคือ สุนทรพจน์ของ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มนโยบายนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 นายสีบอกว่านโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทางเป็นพื้นที่สำหรับความร่วมมือที่จะทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในรูปแบบเปิด นายสีบอกว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาจีน+ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าจีน เตรียมเงินไว้ 3.8 แสนล้านหยวน เป็นเงินไทยก็ 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อให้ประเทศที่อยู่ในโครงการกู้ไปพัฒนาโครงการต่างๆ เท่านั้นยังไม่พอ รัฐบาลจีนยังเตรียมเงินเข้าไปไว้ในกองทุนเส้นทางสายไหมอีก 1 แสนล้านหยวน เป็นเงินไทยก็ 5 แสนล้านบาท แถมยังมีเงินช่วยเหลือให้เปล่าอีก 6 หมื่นล้านหยวน เป็นเงินไทยก็ 3 แสนล้านบาท สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่อยู่บนเส้นทางของโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง

ขณะที่สหรัฐฯ ใช้นโยบายปกป้องการค้า อิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ก็มีแต่จะตกต่ำลง แต่ถ้าใครได้ฟังสุนทรพจน์ของนายสีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็จะรู้เลยครับ ว่าจีนทำตรงข้ามกับสหรัฐฯ ด้วยการสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและประเทศต่างๆ และแน่นอนว่าในอนาคต อิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศของจีนจะเติบโตอย่างระเบิดเถิดเทิง ไม่แน่นะ ครับ จีนอาจจะกลายเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 แทนสหรัฐฯ ในเวลาที่เร็วกว่าการทำนายทายทักของสำนักต่างๆก็ได้

ประเทศที่ผิดหวังจากทีพีพีที่มีสหรัฐฯ นำคือ มาเลเซีย เมื่อปีที่แล้ว ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่กี่วัน นายกฯนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย บินไปซบอยู่กับจีนและดึงเงินลงทุนจากจีนมาสู่มาเลเซียจำนวนมากมายมหาศาล ตอนนี้เอาอีกแล้วครับ นายกฯราซัคเกาะจีนแน่นด้วยการเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ อวยโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทางอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ซึ่งมาเลเซียคงจะโกยคะแนนจากจีนมาตุนไว้ นายกฯ ราซัคพูดถึงทางรถไฟจีน-ลาว แกยังพูดอะไรอีกมากมายหลายอย่าง เรื่องทางรถไฟสายจีน-มาเลเซียที่จะเป็นสะพานบนแผ่นดินใหญ่เชื่อมเอเชียตะวันออกกลางไปจนถึงแอฟริกา

นกรู้อีกท่านหนึ่งก็คือ นายดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่เดิมประเทศนี้เป็นคอหอยลูกกระเดือกกับสหรัฐฯ เมื่อสหรัฐฯ แสดงความใจดำออกมาหลายครั้ง ดูเตร์เตก็หันไปซบจีน ดูเตร์เตพูดเรื่องนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทางบ่อย เพราะรู้ว่าเป็นโครงการในอ้อมอกอ้อมใจของนายสี ใครจะเอาใจนายสีก็ต้องพูดเรื่องนโยบายนี้

ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนแล้วครับ ที่นายดูเตร์เตพูดย้ำๆ ซ้ำๆ แถมยังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ซินหวาของจีนว่า 1 แถบ 1 เส้นทางเป็นนโยบายที่มีความสำคัญมาก จะเป็นนโยบายที่ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน เป็นการเปิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไปในภูมิภาคอื่นทั่วโลก นายดูเตร์เตยังขอบคุณจีนเรื่องที่จีนขยายนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทางเข้ามายังฟิลิปปินส์ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่มี นี่ล่ะครับฝีมือของผู้นำที่หลายคนดูหมิ่นถิ่นแคลนว่าเบ๊อะๆบ๊ะๆ

ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำโลกเพื่อผลักดันแผนการพัฒนาเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 ครั้งนี้ ก็มีข่าวต่างๆ ที่กระตุ้นเตือนผู้คนให้สนใจโครงการนี้อยู่เป็นระยะ อย่างเมื่อ 29 เมษายน 2560 ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าชื่อ อีสต์ วินด์ ของอังกฤษที่ลากตู้สินค้า 88 ตู้ เข้าเทียบชานชาลาที่เมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง หลังจากแล่นจากเมืองสแตนด์ฟอร์ด-เลอ-โฮป ในเอสเซ็กซ์ของอังกฤษ เมื่อ 10 เมษายน 2560

20 วันของการเดินทาง ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าอีสต์วินด์แล่นผ่านกรุงลอนดอน ฝรั่งเศส เบลเยียม เยอรมนี โปแลนด์ เบลารุส รัสเซีย และคาซัคสถานเป็นระยะทางมากกว่า 1.2 หมื่นกิโลเมตร ผ่านประเทศไหนก็ดังเปรี้ยงปร้างที่ประเทศนั้น

สหรัฐฯยืนดูความยิ่งใหญ่ของจีนอย่างโดดเดี่ยว.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com