บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เจ้าของต้นไทร' พร้อมรับ-ชดใช้ เสาไฟฟ้าทับสาว

ตำรวจเผยคดีต้นไม้โค่นฉุดเสาไฟล้มทับสาวดับใกล้แยกชิดลม เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้พบรากแก้วเน่ายันลำต้น มีแต่รากเล็กที่รับน้ำหนัก อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานสรุปคดีว่าเป็นเหตุประมาทหรือสุดวิสัย ขณะที่เจ้าของต้นไม้ส่งตัวแทนออกมารับความเป็นเจ้าของ เตรียมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ส่วน กฟน.เจ้าของเสาไฟฟ้าเยียวยาให้ผู้ตายแล้ว 2 หมื่นบาท ก่อนส่งตัวแทนไปลงบันทึกประจำวันระบุความเสียหาย

จากเหตุต้นไทรอายุประมาณ 20 ปี หน้าอาคารอัลม่า ลิงค์ ถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. โค่นพิงเสาไฟฟ้าที่อยู่หน้าอาคาร เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าถูกฉุดล้มลงมาทับ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ขณะคร่อมรถ จยย.รอสัญญาณไฟตรงแยกชิดลมเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ความคืบหน้า ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาฯ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 พ.ค. นางณัฐพิมล สมเจษ อายุ 46 ปี มารดาของ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เดินทางมาพร้อมญาติเพื่อรอรับศพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจโดยเฉพาะนางณัฐพิมลยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียบุตรสาวไปอย่างกะทันหัน จึงตกอยู่ในอาการร่ำไห้พร่ำเรียกหา น.ส.ณัชชาพัชร์อยู่ตลอดเวลา ญาติต้องเฝ้าประคองอย่างใกล้ชิด ก่อนทำพิธีรับศพเพื่อเคลื่อนย้ายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เขตดุสิต เป็นเวลา 7 วัน ญาติของผู้ตายให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ณัชชาพัชร์ขี่รถ จยย.ไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี่ตามปกติ ไม่คาดคิดว่าเหตุจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจตรวจสอบว่ามีผู้ใดต้องรับโทษหรือไม่ เบื้องต้นได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าของอาคารที่เป็นเจ้าของต้นไม้ที่โค่น รวมทั้งได้รับเงินเยียวยาจาก กฟน.แล้ว

ขณะที่ พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับผู้ใด ต้องตรวจสอบรายละเอียดหลายด้าน เบื้องต้นพบรากแก้วของต้นไทรเน่าเปื่อยเป็นเหตุให้โค่นฉุดเสาไฟฟ้าล้มลงมาทับผู้เสียชีวิต พล.ต.ท.ศานิตย์ มห–ถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดว่าเหตุครั้งนี้มีผู้ใดเข้าข่ายกระทำการโดยประมาทหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบการติดตั้งเสาไฟฟ้ามีระยะห่างจากต้นไม้ใหญ่ตามที่กำหนดหรือไม่ รวมทั้งการดูแลต้นไม้ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นบรรทัดฐานหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก คดีนี้มี พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ รอง ผบก.น.5 ลงมาควบคุมสำนวน

ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รอง สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายและผู้ช่วยเลขาฯของเจ้าของอาคารอัลม่า ลิงค์ เดินทางมาลงบันทึกประจำวันว่าต้นไม้ที่โค่นเป็นทรัพย์สินของอาคาร เตรียมเยียวยาให้ผู้เสียหายอย่างดีที่สุด ขณะที่ตัวแทนของการไฟฟ้านครหลวงเดินทางมาลงบันทึกประจำวันระบุว่ามีกำแพงคอนกรีตและจอแอลอีดีขนาดใหญ่เสียหาย ยังไม่ได้สอบปากคำเนื่องจากทั้ง 2 ฝ่าย ต้องเดินทางไปเยียวยาผู้เสียหาย

“เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ระบุว่า ต้นไม้ที่โค่นนั้นคือต้นลุง เป็นสายพันธุ์หนึ่งของต้นไทร มีความสูงประมาณ 4 เมตร รากแก้วที่ใช้ยึดลำต้นนั้นตายทั้งรากไปจนถึงโคนต้น รากแขนงมีขนาดเพียง 2-4 ซม. อยู่ลึกจากพื้นดินประมาณ 60 ซม. ทำให้การยึดตัวของรากไม่แข็งแรงรับน้ำหนักไม่ไหว ประกอบกับดินอุ้มน้ำไว้เยอะหลังฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ต้นไม้โค่น เตรียมสรุปสำนวนว่าจะสั่งฟ้องในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตและทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหายได้หรือไม่ หากพบเป็นเหตุสุดวิสัยก็จะไม่สั่งฟ้อง ผู้เสียหายสามารถฟ้องแพ่งเจ้าของต้นไม้ได้ตามกฎหมาย” ร.ต.อ.ภาสกรกล่าว

ที่อาคารสำนักงานใหญ่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ถนนชิดลม นายธีระวัฒน์ เทพอำนวยสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่ากฟน.ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต ส่วนกรณีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่หรือการติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่ของตนเองนั้น ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าแต่อย่างใด ส่วนมาตรฐานความแข็งแรงของเสาไฟฟ้าของ กฟน.นั้น เป็นไปตามมาตรฐานสากล มีฝ่ายตรวจสอบคำนวณความแข็งแรงของเสาไฟฟ้าทุกครั้งก่อนติดตั้ง เตรียมเรียกค่าเสียหายกับผู้รับผิดชอบ เบื้องต้น กฟน.มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต 20,000 บาท รวมทั้งเป็นเจ้าภาพจัดงานสวดอภิธรรมศพ ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เขตดุสิต เป็นเวลา 1 คืน