บริการข่าวไทยรัฐ

กสทช.ดิ้นดึง สตง.สางเงินส่งคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เชิญนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาร่วมประชุมคณะทำงานสนับสนุนการตรวจสอบรายได้แผ่นดินเพื่อนำส่งกระทรวงการคลัง นับเป็นการร่วมประชุมครั้งแรก เพื่อยุติปัญหาการคำนวณรายได้เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจากการใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ในระหว่างสัญญาสัมปทานสิ้นสุดจนถึงการประมูลและได้ผู้ใช้คลื่นรายใหม่

ทั้งนี้เนื่องจากกรณีดังกล่าว เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อกันมาหลายปี นับตั้งแต่สัญญาสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์สิ้นสุดลงเมื่อ 16 ก.ย.56 และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ สิ้นสุดลงเมื่อ 30 ก.ย.58 แต่จนถึงขณะนี้ กสทช.ก็ยังไม่สามารถนำเงินรายได้ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเชิญผู้ว่าการ สตง.มาร่วมเป็นคณะทำงานชุดใหม่ ที่จะมีการประชุมวันที่ 16 พ.ค.นี้ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว

สำหรับการคำนวณการใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งเป็นคณะทำงานชุดที่สำนักงาน กสทช.ตั้ง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด นำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 12,114 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายโครงข่ายของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท 1.8 ล้านบาท บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส นำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 896 ล้านบาท ค่าใช้โครงข่ายแคท 425,000 บาท ส่วนคณะทำงานชุดที่บอร์ด กทค.ตั้งนั้น ทรูมูฟนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 1,838 ล้านบาท ค่าใช้โครงข่ายแคท 645 ล้านบาท ขณะที่ดีพีซีนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 735 ล้านบาท ค่าใช้โครงข่ายแคท 314 ล้านบาท ส่วนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เอไอเอสนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินและค่าใช้โครงข่ายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รวม 7,200 ล้านบาท.