วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รุกป่าสงวนกว่า 100 ไร่ อายัดโรงโม่หิน ลูกอดีตนักการเมืองแพร่

อายัดโรงโม่หิน ลูกชายอดีตนักการเมืองแพร่ พบรุกที่ป่าสงวนกว่า 100 ไร่ สั่งอายัดพื้นที่ ก่อนเข้าตรวจสอบอีกครั้งพรุ่งนี้ ขณะที่ผู้จัดการ ระบุ อยู่ระหว่างการขอขยายพื้นที่ ...

วันที่ 14 พ.ค.60 นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พ.อ.จักเรศ ศิริพงศ์ ผบ.ม.พัน 12 พ.อ.ชินทัศ หมวกละมัย รอง ผอ.รมน. จังหวัดแพร่ นำกำลังทั้งตำรวจ ทหาร ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง กว่า 100 นาย ตรวจสอบโรงโม่หินแพร่ศิลา แห่งที่ 2 ต.ร้องกวาง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ซึ่งเป็นโรงโม่หินขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่ายังมีคนงาน และรถบรรทุก เข้าไปขนหินออกจากโรงโม่อย่างต่อเนื่อง จึงได้ตรวจสอบและจับพิกัดพื้นที่ พบมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเกินออกไปจากเดิมกว่า 100 ไร่ จึงสั่งอายัดพื้นที่ทันที 

นายอรรถพล เผยว่า การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กวาดล้างและเอาจริงกับผู้ที่บุกรุกทำลายป่า ซึ่งโรงโม่หินแห่งนี้ มี นายปารย์ ปราศจากศัตรู เป็นเจ้าของ โดยโรงโม่หินที่ตำบลผ่าโทน จะหมดสัมปทานภายใน 3 เดือนนี้ จึงได้ขอสัมปทานใหม่ เป็นโรงโม่หินแห่งนี้ แต่จากการตรวจสอบ พบรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนออกไปถึง 108.45 ไร่ ดังนั้น จึงได้สั่งให้อายัดไว้ ห้ามดำเนินการใดๆต่อไป และได้ทำการควบคุมตัว นายเอกชัย ชมพูมิ่ง อายุ 34 ปี ชาว ต.ทุ่งแค้ว อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ ซึ่งเป็นผู้จัดการ ส่งให้ ร.ต.อ.เพชรสยาม วันละ รอง สว.สอบสวน สภ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ ดำเนินคดี

ส่วนจากนี้ไป ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ต้องขยายผล ถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งชื่อเจ้าของและผู้ร่วมหุ้นที่มีชื่อเป็นกรรมการทั้งหมด ในส่วนของกระทรวงมีข้อมูลแล้ว และส่งให้ทางพนักงานสอบสวน และทางกระทรวงก็จะคอยติดตามในการขยายผลต่อไป

ด้าน นายเอกชัย เผยว่า โรงโม่เก่าได้ปิดกิจการไปแล้ว โดยย้ายโรงโม่มายังสำนักงานแห่งใหม่ ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับแจ้งว่า มีการรุกล้ำออกมานั้น เป็นส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติขยายพื้นที่อยู่

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันเดียวกัน พ.อ.จักเรศ  เผยว่า ตอนนี้ได้มอบให้พนักงานสอบสวนอายัดโรงโม่ในส่วนที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนทั้งหมดไว้ตรวจสอบหลักฐาน รวมถึงอุปกรณ์ รถ และหินที่กองอยู่ ห้ามเคลื่อนไหว จนกว่าจะนำหลักฐานมายืนยันได้ ส่วนพื้นที่นั้นมั่นใจว่า บุกรุกที่ป่าสงวนแน่นอน แต่ขณะนี้ทางผู้จัดการยังไม่ยอมเซ็นรับทราบ อ้างว่าการตรวจสอบพื้นที่ใช้แผนที่คนละฉบับ ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็ได้เร่งดำเนินการ โดยในวันพรุ่งนี้ จะใช้แผนที่ทางอากาศ และแผนที่ป่าสงวนสองฉบับมาตรวจสอบก็จะรู้ทันที.