บริการข่าวไทยรัฐ

ไลป์ซิกชวดไปยุโรป?

เมื่อวานผมทิ้งท้ายไว้ว่า แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ปีหลังสุด คนคุมทีมล้วนเป็นโค้ชชาวอิตาเลียน ทั้งเคลาดิโอ รานิเอรี และอันโตนิโอ คอนเต

คำถามเดิมๆวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อไหร่กุนซือชาวอังกฤษจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เสียที หลังจากดิวิชั่น 1 เดิม เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1992-93 มีแต่ผู้จัดการทีมต่างชาติที่ประสบความสำเร็จ

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เหมือนเป็นคนท้องถิ่น แต่ก็เป็นชาวสกอต เช่นเดียวกับเคนนี ดัลกลิช ที่มาจากแดนวิสกี้นำแบล็กเบิร์นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1994-95

ที่เหลือประกอบด้วย อาร์แซน เวงเกอร์ (ฝรั่งเศส), โจเซ มูรินโญ (โปรตุเกส), มานูเอล เปเยกรินี (ชิลี), โรแบร์โต มันชินี (อิตาลี), คาร์โล อันเชลอตติ (อิตาลี), เคลาดิโอ รานิเอรี (อิตาลี), อันโตนิโอ คอนเต (อิตาลี) สรุปแล้วมาจากอิตาลีมากที่สุด 4 คน

โค้ชอังกฤษคนสุดท้ายที่ได้แชมป์ลีกสูงสุด คือ ฮาเวิร์ด วิลคินสัน ที่นำลีดส์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1991-92 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของดิวิชั่น 1 ก่อนยุคพรีเมียร์ลีก

ปัจจุบันที่คุมทีมกลางตารางก็มีชอน ไดช์ (เบิร์นลีย์) และเอ็ดดี ฮาว (บอร์นมัธ) ยังมี “บิ๊กแซม” แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่นำพาเลซเล่นในพรีเมียร์ลีกต่อไป

พาเลซถล่มฮัลล์ ซิตี้ ขาดลอย เมื่อวันอาทิตย์ รอดตกชั้นแน่นอนแล้ว ส่งผลให้ฮัลล์ตกชั้นตามมิดเดิลสโบรช์และซันเดอร์แลนด์ไป ไม่ต้องลุ้นกันอีกแล้วในโซนท้ายตาราง

น่าเสียดายแทนฮัลล์ กุนซือมาร์โก ซิลวา มาช้าไปหน่อย เก็บแต้มในบ้านได้อย่างต่อเนื่อง แต่มาพลาดในนัดสำคัญแพ้ซันเดอร์แลนด์คาบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน เชื่อว่า ฮัลล์จะให้เขาคุมทีมในลีกแชมเปียนชิพต่อไป หรือบางทีอาจมีทีมในพรีเมียร์ลีกที่ตัวผู้เล่นและศักยภาพพร้อมกว่าฮัลล์ มาทาบทามเขาไปคุมทีมก็เป็นได้ ส่วนสวอนซี กลับตัวทัน ได้พอล คลีเมนต์ ซึ่งเป็นคนอังกฤษมาช่วยทีมรอดตกชั้นหวุดหวิด

กลายเป็นว่า โค้ชอังกฤษเหมาะกับการสร้างปาฏิหาริย์กับทีมท้ายตารางมากกว่า บิ๊กแซมนำซันเดอร์แลนด์รอดฤดูกาลที่แล้ว และพาเลซซีซั่นนี้ คลีเมนต์กับสวอนซี และในแชมเปียนชิพ แฮร์รี เรดแนพพ์ อุ้มเบอร์มิงแฮมไม่ให้ตกชั้นได้ทันเวลา

มองอนาคตแล้วคงอีกนานกว่าจะมีโค้ชเมืองผู้ดีได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะทีมจำนวนมากมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ กล้าทุ่มเงินจ้างโค้ชระดับโลก ซึ่งกุนซือระดับโลกยังไม่มีคนอังกฤษติดอยู่ในทำเนียบ

ไปที่เยอรมนีกันบ้าง ศึกบุนเดสลีกาเหลืออีกนัดเดียวในวันเสาร์หน้าก็จะปิดฤดูกาล แต่บาเยิร์น มิวนิก ลอยลำคว้าแชมป์ไปก่อนแล้ว เมื่อวันอาทิตย์เล่นเกมสุดมันกับแอร์เบ ไลป์ซิก เป็นเกมที่ไม่มีผลต่ออันดับ แต่ทั้งคู่เล่นเอาใจแฟนเร้าใจอย่างยิ่ง ก่อนเสือใต้บุกไปชนะ 5-4 หลังจากเป็นฝ่ายตามหลัง 1-3 และ 2-4 ทำประตูกันตั้งแต่นาทีที่ 2 จนถึงช่วงทดเจ็บเลยทีเดียว

บาเยิร์น, ไลป์ซิก, ดอร์ทมุนด์ และฮอฟเฟนไฮม์ ได้โควตาแชมเปียนส์ลีก แต่นัดสุดท้ายของดอร์ทมุนด์ และฮอฟเฟนไฮม์ยังมีผล เพราะทั้งคู่มี 61 แต้มเท่ากัน ต้องชิงอันดับ 3 เพื่อไม่ต้องไปเล่นรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก

ปัญหาที่ตามมาก็คือ ยังไม่แน่ว่า ไลป์ซิกจะได้เล่นแชมเปียนส์ลีกหรือไม่ เพราะเรดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ได้แชมป์ลีกออสเตรียเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ตามกฎยูฟ่า ห้ามทีมที่มีเจ้าของเดียวกัน (เรดบูล) เล่นบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลเดียวกัน

กรณีนี้ซัลซ์บวร์กจะได้ไปเล่นแชมเปียนส์ ลีก (รอบคัดเลือก) เพราะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ดีกว่า หลังคว้าแชมป์ออสเตรีย ส่วนไลป์ซิกได้รองแชมป์บุนเดสลีกา แต่ไลป์ซิกยังหวังว่า จะได้เล่นบอลยุโรป เรื่องนี้ยูฟ่าจะชี้ขาดอีกครั้งในเดือน มิ.ย.นี้ครับ.

โต้ บ้านแหลม