บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทิศทางหุ้น 15/05/60

ภาวะการซื้อขายหุ้น

ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน โดยดัชนี SET ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 1,537.43 ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1,543.94 จุด ลดลง 1.60% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 30.86% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 46,941.23 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 555.73 จุด ลดลง 4.94% จากสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยลดลงตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 1/2560 ของหลายบริษัทจดทะเบียน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก) ที่ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ประกอบกับมีแรงขายทางเทคนิค และตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่ๆมากระตุ้น

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (15-19 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,530 และ 1,515 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,555 และ 1,565 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2560 ของไทย ปัจจัยการเมืองในสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขตลาดที่อยู่อาศัย ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ยอดค้าปลีกของจีน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อและจีดีพีของยูโรโซน.

ภาวะตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ที่ 34.82 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ โดยการอ่อนค่าของเงินบาทระหว่างสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางของเงินเยนและสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม FOMC เดือน มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ดี เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ ตามการปรับโพสิชันของนักลงทุน และน่าจะมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ บางส่วนจากฝั่งผู้ส่งออก โดยเงินบาท ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 12 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ที่ 34.71 บาทต่อดอลลาร์ฯ

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (15-19 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.60-34.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดในประเทศน่าจะรอจับตาตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 1/2560 ของไทย และการติดตามการแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟด สาขานิวยอร์ก และเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือน พ.ค.ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้าน และการอนุญาตก่อสร้างเดือน เม.ย.และ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือน มี.ค. นอกจากนี้ ตลาดน่าจะติดตามสถานการณ์การเมืองในสหรัฐฯ ตัวเลขยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อและจีดีพีของยูโรโซนด้วยเช่นกัน.

บ.ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด