บริการข่าวไทยรัฐ

ร่วมด้วยช่วยดัน

ย้อนอดีตดึกดำบรรพ์สองพันกว่าปี...

“เส้นทางสายไหมทางบก” เกิดขึ้น ในยุคราชวงศ์ฮั่น เพื่อขนส่งสินค้าจากจีน ผ่านอินเดีย เปอร์เซีย แอฟริกา ไปถึง อาณาจักรยุโรปโบราณ

ส่วน “เส้นทางสายไหมทางทะเล” เกิดขึ้นในยุคราชวงศ์หมิง เริ่มจากจีนอ้อมฝั่งเอเชียใต้ ผ่านมหาสมุทรอินเดีย ผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปจนถึงอาณาจักรกรีก–โรมัน

บัดนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน กำลังจะรื้อฟื้น “เส้นทางสายไหม” ทั้งไหมบกและไหมทะเล ให้คืนชีพกลับมาเป็นเส้นทางการค้าสำคัญที่สุด ใหญ่ที่สุด กว้างที่สุด ไกลที่สุด ในยุคโลกไร้พรมแดน

“แม่ลูกจันทร์” ขึ้นไตเติ้ลซะยาว เพื่อจะกราบเรียนว่าวันนี้ (15 พ.ค.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเป็นเจ้าภาพประชุมผู้นำ 28 ชาติ เพื่อประกาศให้เส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางสายใหม่ที่จะเชื่อมต่อการค้า 3 ทวีป เอเชีย–ยุโรป–แอฟริกา ให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน

ภายใต้นโยบาย “วันเบลต์–วันโรด” แปลเป็นไทยแบบเชยๆว่า นโยบาย “หนึ่งแถบ–หนึ่งเส้นทาง” ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นโต้โผอำนวยการสร้างและกำกับการแสดงเอง

พูดง่ายๆ คือ ผนึกรวมดินแดน 3 ทวีป กว่า 60 ประเทศ ซึ่งจะมีประชากรรวมกันมากกว่า 4,500 ล้านคน หรือเท่ากับ 62 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกทั้งใบ...

ให้กลายเป็นเขตการค้าเดียวกัน!!

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าพิธีประกาศนโยบาย “หนึ่งแถบ–หนึ่งเส้นทาง” ครั้งนี้ มีบรรดาผู้นำประเทศต่างๆไปร่วมเป็นสักขีพยานมากมาย

เช่น รัสเซีย ตุรกี สเปน กรีซฮังการี เซอร์เบีย ปากีสถาน อินเดีย เอธิโอเปีย โปแลนด์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ฯลฯ

สำหรับประเทศไทย แม้ไม่ได้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมก็จริง

แต่ได้รับเชิญร่วมเป็นพันธมิตรกลุ่มเศรษฐกิจสายไหมด้วยเหมือนกัน

โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นหัวหน้าทีม พร้อมขนรัฐมนตรีเป็นหางเครื่องอีก 5 คน เพื่อประกาศยืนยันเข้าร่วมเป็นสมาชิก “วันเบลต์-วันโรด” ในฐานะพันธมิตร และหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับซี้ปึ้กของพี่เบิ้มจีน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่านโยบายฟื้นฟูเส้นทางสายไหม หรือยุทธศาสตร์ “วันเบลต์-วันโรด” จะทำให้จีนผงาดขึ้นเป็นเจ้าโลกเต็มตัว

จีนจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าโลกแทนอเมริกาและอียู

ข้อสำคัญการฟื้นฟูเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล จะทำให้จีนขยายตลาดส่งออกเพิ่มอีกมโหฬาร

ส่วนประเทศไทย น่าจะได้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิก “หนึ่งแถบ-หนึ่งเส้นทาง” ในการขยายตลาดสินค้าส่งออกบ้างเป็นกระสายยา

แต่เป้าหมายสำคัญกว่าของไทย คือต้องการให้จีนเข้ามาลงทุนใน
เมืองไทย

เพราะประเทศที่มีเงินลงทุนเยอะที่สุดในโลกวันนี้...คือจีน!!

ฉะนั้น ถ้าจีนเสนออะไร ใครจะกล้าปฏิเสธได้ลงคอ

อ้อ เร็วๆนี้ โครงการรถไฟจีน-ไทย “หนองคาย-โคราช-กรุงเทพฯ” กำลังจะเข้า ครม.

ดูแนวโน้มไม่น่ารอด...

ไฟเขียวร้อยเปอร์เซ็นต์.

"แม่ลูกจันทร์"