วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ตรวจการบ้าน เศรษฐกิจฐานราก

โดย ลมกรด

หากไม่มีเหตุขัดข้องสุดวิสัยจนต้องเปลี่ยนโปรแกรมกะทันหัน ตอนเย็นวันนี้ นายกฯบิ๊กตู่ มีคิวจะไปเดินตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการจัดงาน “Thailand’s Best Local Product สุดยอดสินค้า หลากหลายทั่วไทย หาได้ในท่ีเดียว” เพื่อตรวจการบ้านผลการดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

โดยปกติแล้วตลาดคลองผดุงฯจะเปิดโอกาสให้ทุกกระทรวงเป็นเจ้าภาพจัดแสดงและจัดจำหน่ายสินค้าหมุนเวียนกันกระทรวงละ 1 เดือน เป็นการเปิดโอกาสและสร้างช่องทางให้ผู้ประกอบการรายย่อย แต่หนนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน 3 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.-24 ก.ค.) โดย กรมการพัฒนาชุมชน จะนำผลิตภัณฑ์ที่ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนมาวางขาย

ธีมงานของเดือนนี้คือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีนวัตกรรม Forward Greater Innovation เช่น เครื่องจักสาน ผ้า อาหารไทย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบูธที่มีคนซื้อมากๆก็มีกระเป๋าและผลิตภัณฑ์ด้นมือ จ.ลพบุรี ติหมา (ถังตักน้ำทำจากใบต้นจาก) จ.ตรัง กระเป๋าจักสานผักตบชวา จ.ชัยนาท กลุ่มผลิตภัณฑ์ศิรดา จ.ลำปาง สมุนไพรขมิ้นรวม 6 สายพันธุ์ จ.นครศรีธรรมราช และทอดมันหน่อกะลา จ.นนทบุรี

ส่วนธีมงานเดือน มิ.ย. คือ ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย Healthy Nature เช่น ข้าวไทย ผัก ผลไม้ ปิดท้ายพีเรียดสุดท้ายเดือน ก.ค.ด้วยธีม ผลิตภัณฑ์จากหมู่บ้านท่องเที่ยว Local Tourism

งานนี้ถือเป็นแหล่งรวมของดีทั่วประเทศ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นล้วนได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากบริษัทประชารัฐรักสามัคคีและ 18 กลุ่มจังหวัดทั้งสิ้น เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายสานพลังประชารัฐ โดยยึดหลักชุนชนลงมือทำ เอกชนร่วมขับเคลื่อน รัฐสนับสนุน ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความเรื่อง “โชว์ความสำเร็จก้าวแรก ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก” นี่แหละคือผลสัมฤทธิ์ที่ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันทำงานมาปีกว่า

ใครอยากพิสูจน์ของดีทั่วไทย เชิญไปเดินดูให้เห็นกับตาเหมือนบิ๊กตู่ได้เลย จะได้เห็นว่าบริษัทประชารัฐรักสามัคคีลงไปช่วยชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้จริงหรือไม่ ผลิตภัณฑ์ขายดีจริงหรือป่าว และถ้าชอบสินค้าชิ้นไหนก็อุดหนุนซะเลยไม่ต้องลังเล เพราะรายได้ทั้งหมดจะลงไปสู่ชุมชนถึงมือชาวบ้านโดยตรง

การดำเนินงาน 3 ปีของรัฐบาล คสช. ต้องยกให้ นโยบายสานพลังประชารัฐ โดดเด่นที่สุด เพราะทำให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มาร่วมกันทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในรูปแบบ วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise หรือ SE) ซึ่งมีการบริหารจัดการที่ เป็นระบบ ช่วยเหลือชาวบ้านแบบ ครบวงจร และ ต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจนคือ สร้างรายได้ให้ชุมชน

วันนี้ถ้าบิ๊กตู่ตรวจการบ้านแล้ว ผมก็ขอฝากถึง ร่างกฎหมายวิสาหกิจเพื่อสังคม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจทานของกฤษฎีกาก่อนส่งเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อยากให้ผลักดันร่างกฎหมายนี้ผ่านออกมาบังคับใช้ให้ทันในยุครัฐบาลนี้

การทำงานในรูปแบบ SR มีความก้าวหน้ากว่าการทำ กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility หรือ CSR) เพราะ SR ทำงานเป็นระบบและยั่งยืนกว่า ขณะที่ CSR มีหลายกิจกรรมที่ทำแบบฉาบฉวย และไม่ได้กลับไปติดตามผล

หนำซ้ำมีบางบริษัทที่ทำแบบ CSR for show คือทำซีเอสอาร์เพียงแค่ สร้างภาพลักษณ์ หรือทำเพื่อ ลดหย่อนภาษี เท่านั้น.

ลมกรด

14 พ.ค. 2560 13:49 ไทยรัฐ