วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 พรรครุมสับ ผลงาน 'คสช.'

ทั้งรวมศูนย์อำนาจ หรือ‘ดีแต่ปากพูด’ สธ.นัดคุยพยาบาล

ปชป.-พท.ยังแท็กทีมชำแหละผลงาน 3 ปีรัฐบาล คสช.ไม่เลิก “ถวิล” สับเละรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ระบบราชการหมด ย้ำยุคนี้โกงไม่แพ้ ยุคเลือกตั้ง “รัชดา” เอาใจช่วยนายกฯถูกมือดีวางยา “ชัยเกษม” ย้อนแสบไหนผลงานโบแดง “เหวง” กระหน่ำดีแต่ปากสอบตกทุกด้าน “เสี่ยตือ” จี้ใจดำ “กล้าพูดความจริงไหมว่าไม่เสียของ” แนะหยุดจ้องหาศัตรูแล้วลงมือทำ “ไก่อู” ขยับแผนรัฐบาลตีปี๊บไป มิ.ย.-ก.ค. ให้ คสช.โชว์ก่อน “วันชัย” ถวายหัวโต้ 2 พรรคใหญ่ชู คสช.ผลงานดีเลิศ กมธ.สปท.เจ้าของ ก.ม.คุมสื่อ รับเผือกร้อนดัน พ.ร.บ.ไซเบอร์อีก เครือข่ายพยาบาลฯระดมพลกดดันต่อเนื่อง ลั่นถ้ายังไม่ตอบสนองพร้อมไขก๊อก “เดียร์” อ้อน “อาตู่” ขอกราบพ่อได้ไหม คสช.ปล่อยจัดกิจกรรม แต่ส่งทหารคุมเชิงเข้ม

ประเด็นการแถลงผลงาน 3 ปีรัฐบาล คสช. ยังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย รวมถึงกลุ่มการเมืองกปปส. และ นปช. ล่าสุดนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาร่วมสมทบท้าทาย คสช. กล้าพูดความจริงหรือไม่ว่า 3 ปีที่ทำมาไม่เสียของ

สับ คสช.สถาปนารัฐราชการ

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมแถลงผลการทำงานครบ 3 ปี ว่า นับแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ได้รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ระบบราชการทั้งหมด เป็นที่มาของการคอร์รัปชันลดอำนาจประชาชน ในยุคโลกาภิวัฒน์สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือลดอำนาจข้าราชการ ข้าราชการการเมือง ไปเพิ่มอำนาจสร้างพลังประชาชนให้เข้มแข็ง มีส่วนร่วมตรวจสอบอำนาจรัฐ ยุคการเมืองที่มีอำนาจพิเศษ การทุจริตคงมีพอๆกับยุครัฐบาลปกติ เพราะมีจุดอ่อนจุดใหญ่มาก คือไม่มีอำนาจใดตรวจสอบรัฐบาล คสช.ได้ แม้รัฐบาลชอบพูดว่าวางนโยบายบูรณาการมาตลอด 3 ปี แต่ความเป็นจริงไปให้อำนาจข้าราชการและข้าราชการการเมืองทั้งสิ้น ส่วนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รัฐบาลวางกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงขึ้น เช่น การตั้งศาลทุจริตคอร์รัปชัน แต่เราไม่เห็นภาพการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน ตราบใดที่ไม่ให้อำนาจประชาชนตรวจสอบอำนาจรัฐและข้าราชการ เราไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้

“เกียรติ” ขอแก้ต้นทุนครองชีพ

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ด้านเศรษฐกิจ ว่า อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวบุคคลมากเกินไป เวลานี้ส่วนต่างดอกเบี้ยและต้นทุนพลังงาน มีผลกระทบกับต้นทุนค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าของแพงกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศเยอะมาก จึงอยากเห็นใครก็ได้จะคนเดิมหรือคนใหม่ ขอให้ปรับการทำงานตรงนี้ ส่วนผลงานด้านเศรษฐกิจ 3 ปีที่ผ่านมานั้น เข้ามาในภาวะที่ไม่ปกติ ทำงานยาก ทำให้เศรษฐกิจเราโตต่ำกว่าประเทศอื่น 3 ปีแล้ว แต่ดอกเบี้ยเราสูงที่สุด เป็นตัวชี้ว่าต้องแก้อีกมาก แต่เชื่อว่ารัฐบาลพยายามเต็มที่ มีหลายเรื่องที่ทำดีแต่ก็มีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุง เช่น ตัวเลขการลงทุนบีโอไอ มีคำขอมากแต่ตัวเลขลงทุนจริงน้อย ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ เช่น ส่วนต่างดอกเบี้ย เงินทุนพลังงาน ค่าไฟ ราคาแก๊ส น้ำมัน ขอให้กำลังใจคนทำงานทุกคน ไม่อยากซ้ำเติมอะไร

เอาใจช่วยนายกฯถูกคนวางยา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังวันที่ 22 พ.ค. จะเข้าสู่ปีที่สี่ รัฐบาลทหารคงเข้าใจความยากลำบากในการบริหารราชการ อำนาจเบ็ดเสร็จอย่างมาตรา 44 อาจแก้ปัญหาบางเรื่องได้ทันใจ แต่ไม่สามารถขุดรากถอนโคนได้อยู่ดี เห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ตั้งใจเดินหน้าประเทศ แต่ถูกพลพรรคไกลตัวใกล้ตัวทำงานเหมือนวางยาให้นายกฯเสียหายครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มต้นปีที่สี่ก็ถูกพี่น้องพยาบาลวิชาชีพ ลูกจ้างชั่วคราวโรงพยาบาลรัฐ ขู่ลาออกเพราะไม่ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นต่อปีแค่ 600-700 ล้านบาท ไม่น่าจะดูแลกันไม่ได้ น่าเสียดายที่ 3 ปีไม่ได้ทำทั้งที่มีอำนาจเต็มมือ แต่บางโครงการที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน และอาจสร้างความเสียหาย กลับประกาศลุยเดินหน้า เช่น โครงการทางเลียบเจ้าพระยา สะท้อนถึงการจัดลำดับความคิดความสำคัญ เวลาที่เหลืออีกปีกว่ารัฐบาลต้องเร่งทำในเรื่องที่ยากของรัฐบาลเลือกตั้งปกติ คือ ปฏิรูประบบราชการที่ใหญ่โต หวงอำนาจ ซ้ำซ้อน พูดทุกวันว่าปฏิรูป แต่ถ้าไม่ทำเรื่องนี้ก็เสียของจริงๆ

พท.ถามหาผลงานชิ้นโบแดง

ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลงาน 3 ปีรัฐบาล คสช. ต้องถามประชาชน ตนไม่ค่อยเชื่อตัวเลขภาพรวมที่อาจมีคนเสนอเลิศเลอ วันนี้ไม่ว่าไปที่ไหนคุยกับใคร บอกแย่ทั้งนั้น รัฐบาลบอกขอเวลาอีกไม่นานจะทำให้ประชาชนมีความสุข แต่ 3 ปีมานี้ การบริหารแบบคิดเองทำเอง ประชาชนมีส่วนร่วมน้อย ยิ่งวางอนาคตยาวนานไป 20 ปี ไม่รู้ว่าเส้นกราฟจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องอยู่กันไปอย่างนี้ ขณะที่การแก้ปัญหาคอร์รัปชันยังไม่ได้รับการแก้ไขจริงจัง บางคดีถูกรื้อฟื้น ดูเหมือนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จริงจัง แต่อย่าให้ประชาชนรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองยังไม่ได้ล้างบ้านตัวเองเลย แล้วบอกจะปราบคอร์รัปชัน ดังนั้น ถ้าบอก 3 ปีมีผลงานดี ช่วยบอกชัดๆว่าดีอย่างไรและไม่เสียของ

ทำงานดีแต่ปากสอบตกทุกด้าน

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ผิดหวังกับผลงานรัฐบาลคสช.ช่วง 3 ปียิ่งล้มเหลวทุกด้าน ทั้งเรื่องความมั่นคง ที่เพิ่งมีเหตุคาร์บอร์มที่ จ.ปัตตานี ทำให้เห็นว่าไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ เรื่องการเมืองก็ล้มเหลว สร้างรัฐธรรมนูญฉบับข้าราชการ สนับสนุนให้ข้าราชการเป็นใหญ่เหมือนช่วงปี 2490 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่มีความชัดเจนว่าต่อไปประเทศจะเดินหน้าไปทางไหน การปรองดองก็มองไม่เห็นอนาคต สุดท้ายคงได้แค่เอกสารเพิ่มอีกฉบับเท่านั้น ด้านเศรษฐกิจก็ล้มเหลว ประชาชนยังต้องกู้เงินนอกระบบ ช่วงใกล้เปิดภาคเรียนพ่อแม่ผู้ปกครองต้องลำบากหาเงินเป็นค่าเล่าเรียนบุตรหลาน การศึกษาไม่มีอะไรดีขึ้น ภาพรวมต้องบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไปนั้นดีแต่ปาก

“ตือ” ย้อนกล้าพูดไหมไม่เสียของ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า คิดว่า คสช.และรัฐบาลคงตอบคำถามได้ดีที่สุด ว่าปัญหาที่ คสช.พูดไว้ 3 ปีก่อนหน้านี้ที่จะเข้ามาทำเรื่องปรองดอง การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราต้องลงทุนสูงถึงขนาดเอาประชาธิปไตยเข้าแลก ถ้าไม่หลอกลวงถามว่ากล้าพูดความจริงไหมว่าไม่เสียของ วันนี้ 3 ปีแล้วยังไม่เห็นเลย ที่สำคัญทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ยังไม่ส่งสัญญาณเลยว่าจะปฏิรูปอย่างไร มีแต่จะเหนี่ยวรั้งถอยหลังเข้าคลอง วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีใครยอมรับบ้าง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ออกมา อยู่ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะฟังเสียงประชาชนรอบข้างไหม โดยเฉพาะคนบ้านนอก

หยุดจ้องหาศัตรูแล้วลงมือทำ

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลเปิดหู เปิดตา เปิดใจ จะเห็นความจริงว่าอะไรเกิดขึ้นกับ 3 ปีที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจ ทำอะไรส่งผลให้ประเทศบ้าง ถ้าตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ต้องปล่อยมือหมดแล้ว วางให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องปากท้องวันนี้ลำบากยากแค้นแสนเข็ญมาก ผลผลิตทางการเกษตรเป็นอย่างไร ราคาผลผลิตเป็นอย่างไร ต้องไม่ลืมว่าสังคมไทยเป็นสังคมเกษตร คนส่วนใหญ่เป็นคนรากหญ้า เป็นคนภาคการเกษตร ถ้ายังขับเคลื่อนไปไม่ได้จะส่งผลต่อกลไกอื่น คงไม่กล้าให้คะแนนเพราะจะกลายเป็นการดิสเครดิตสร้างความไม่พอใจได้ แต่ช่วงเวลาที่เหลือนี้รัฐบาล คสช.อย่าไปเล่น อย่าไปมองการเมือง อย่าไปมองเอาใคร หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเป็นศัตรูให้มาเป็นอุปสรรค แต่ลงมือทำจริงจัง รัฐบาลมีองคาพยพอยู่แล้วน่าจะทำได้ ประชาชนเพียงแต่ให้กำลังใจและฝากความหวัง

“ไก่อู” ขยับแผนตีปี๊บไป มิ.ย.-ก.ค.

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมงานแถลงผลงานรัฐบาล คสช. ครบ 3 ปี ว่าหลังจากเชิญสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ มาหารือร่วมกัน ได้ข้อสรุปเบื้องต้นถึงรูปแบบแล้ว โดยจะนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. วันที่ 15 พ.ค.นี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอนายกฯพิจารณาก่อน การแถลงผลงานน่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. หรือต้นเดือน ก.ค. ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน ส่วนการแถลงผลงานของ คสช. จะแยกไปดำเนินการเอง โดยจะเป็นรูปแบบวีดิทัศน์เผยแพร่ในช่วงปลายดือน พ.ค. หรือต้นเดือน มิ.ย.นี้

ปิดหีบลงทะเบียนคนจนจันทร์นี้

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนนโยบายรัฐบาลที่เปิดให้ผู้มีรายได้น้อย ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ค. มีผู้ลงทะเบียน 12,416,211 คน มากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 4 ล้านคน คาดว่าเป็นเพราะประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลว่าจะดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการจริง เช่นเดียวกับที่รัฐบาลเคยโอนเงินให้ประชาชนรายละ 1,500 บาท และ 3,000 บาท สำเร็จถึงร้อยละ 97.5 นายกฯเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องการแบ่งเบาภาระผู้มีรายได้น้อย ช่วยเหลือให้สามารถ ยืนหยัดได้ด้วยตนเอง การลงทะเบียนครั้งนี้จะนำไปสู่การดูแลด้านสวัสดิการเพิ่มเติมได้ตรงจุดมากขึ้น นายกฯอยากให้รีบไปลงทะเบียนให้เสร็จภายในวันที่ 15 พ.ค.นี้

“วันชัย” เชลียร์ คสช.ผลงานดีเลิศ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองออกมาโจมตีรัฐบาล คสช.บริหารประเทศ 3 ปี ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ว่า คนที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นฝ่ายตรงข้าม คสช. โจมตีแบบไม่มีเหตุผลจึงไม่ควรให้ราคาคนเหล่านั้น มีบางคนออกมาเพราะไม่ได้ดั่งใจ บางคนผิดหวังเพราะไม่ได้อย่างที่อยากได้ ทั้งที่สมัยตนเองเป็นรัฐบาลก็ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้ามองด้วยใจเป็นธรรมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำได้ดีกว่า สงบกว่า ปราบทุจริต เรียบร้อยกว่ารัฐบาลเลือกตั้งทุกชุดที่ผ่านมา คนเหล่านี้จ้องทำลาย ติเตียน ดิสเครดิตให้สะใจ แต่ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ เทียบไม่ได้กับรัฐบาลนี้ มาโจมตีเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจว่าคนเดือดร้อน แต่ไม่ยอมมองภาพรวมทั่วโลก ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลอื่นคงทำไม่ได้เหนือกว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

แขวนร่างฯพรรคการเมือง 3 ปม

วันเดียวกัน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า กมธ.พิจารณาใกล้เสร็จในรอบแรกแล้ว ขณะนี้ผ่านไปแล้ว 130 มาตรา จาก 142 มาตรา มีประเด็นที่แขวนไว้ 2-3 มาตราที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ได้แก่ทุนประเดิมจัดตั้งพรรคการเมือง การเก็บค่าสมาชิกพรรค และกรณีการฟ้องร้องคดีทุจริตเลือกตั้งโดยที่ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด จะนำประเด็นเหล่านี้ไปหารือเพื่อรับฟังความเห็นจาก สนช. ในการสัมมนาที่ จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 20-21 พ.ค.นี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปราวปลายเดือน พ.ค. เพราะต้องพิจารณาให้เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 6 มิ.ย.นี้

หาช่องเพิ่มบทบาทสมาชิกพรรค

พล.อ.สมเจตน์กล่าวอีกว่า ประเด็นทุนประเดิมตั้งพรรคการเมือง ตามร่างที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมา ระบุให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาทนั้น ยังมีความเห็นต่างจาก กมธ. และสนช.ที่ขอแปรญัตติ ทั้งที่เห็นว่าควรลดทุนประเดิมเหลือเพียง 5 แสนบาท และไม่ควรมีทุนประเดิมตั้งพรรค ส่วนประเด็นการเก็บค่าสมาชิกพรรคขั้นตํ่าปีละ 100 บาท กมธ.เห็นว่า หากเรียกเก็บเงิน สมาชิกพรรคควรมีบทบาทดำเนินการในพรรคด้วย ไม่ใช่เสียเงินเฉยๆแต่ไม่มีบทบาทอะไรในพรรค และควรหาวิธีอำนวยความสะดวกช่วยในการเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรค เพราะบางพรรคมีสมาชิกเป็นล้านคน การเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรคจะมีขั้นตอนยุ่งยากมาก จึงต้องหาทางอำนวยความสะดวกช่วยเพื่อให้พรรคการเมืองทำงานได้ ไม่เจออุปสรรคยุ่งยากเกินไป

สปท.เจ้าเก่าดัน ก.ม.ไซเบอร์อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ (สปท.) วันที่ 15 พ.ค. มีวาระพิจารณาเรื่องสำคัญ คือ ผลการศึกษาและข้อสังเกต ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สปท. ที่มี พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร เป็นประธานฯ โดยนำเนื้อหาหลักมาจากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะ กรรมการกฤษฎีกา และรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอให้ปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมต่อการปกป้องระบบไซเบอร์ ได้แก่ ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ระบบโทรคมนาคมสื่อสาร ระบบดาวเทียม และเนื้อหาที่ทันสมัยต่อการยุติสถานการณ์ภัยคุกคาม รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาที่มีผลบ่อนทำลายประเทศ รัฐบาล และสถาบันหลักได้อย่างทันท่วงที

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธาน กมธ.ด้านสื่อสารมวลชน สปท. กล่าวว่า การเสนอแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ เพราะต้องการให้มีความทันสมัยต่อการป้องกันภัยคุกคามทางเทคโนโลยี แต่ไม่ใช่ เพื่อควบคุมการส่งข้อมูลข่าวสาร หรือการวิพากษ์วิจารณ์ ในเชิงลบของฝ่ายบริหาร

“ปึ้ง” ห่วง รธน.มีปัญหาทางปฏิบัติ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงการใช้รัฐธรรมนูญที่อาจเกิดปัญหาในการปฏิบัติ เช่น กรณีคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่เกิดปัญหาอยู่ขณะนี้อาจไม่สามารถสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติได้ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้ได้ นอกจากนี้ กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ กฎหมาย ที่มาของ ส.ว. กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอื่นอีกหลายฉบับ อาจเกิดปัญหาตามมาอีก ดังนั้นรัฐบาล คสช.ต้องรีบดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด และต้องทำความเข้าใจบทบัญญัติให้ถ่องแท้ด้วย ว่ารัฐบาลจะทำอะไรได้บ้าง หรือทำอะไรไม่ได้

เครือข่ายพยาบาลฯกดดันต่อเนื่อง

อีกเรื่อง น.ส.รุ่งทิวา พนมแก พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวประจำภาคอีสาน กล่าวว่า ผู้แทนเครือข่ายพยาบาลฯนัดประชุมหารือกันวันที่ 14 พ.ค. ว่าจะเคลื่อนไหวหลัง ครม.ไม่อนุมัติอัตราบรรจุข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพจำนวน 10,992 อัตราอย่างไร คาดว่าใน 1-2 วันนี้จะชัดเจน แม้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าจะมีการช่วยเหลือ แต่สุดท้ายแล้วเป็นเพียงคำพูด ตำแหน่งที่บอกว่าจะจัดสรรให้ภายในปีนี้อีกราว 3,000 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งเดิม พวกเราต้องการอัตราตำแหน่งใหม่ที่รอมานาน เข้าใจอยู่แล้วว่าเงินเดือนไม่ได้มากแต่พวกเราต้องการความก้าวหน้ามั่นคงในสายงานราชการ ดังนั้น หากสุดท้ายไม่มีการไม่บรรจุให้ แน่นอนว่าจะมีคนลาออก เพราะที่ผ่านมามีน้องๆที่ทำงานใช้ทุนไม่ถึง 4 ปี ได้ลาออกกันไปแล้วกว่าร้อยละ 20 หากรัฐบาลไม่เห็นความสำคัญเชื่อว่าในวันที่ 30 ก.ย.นี้จะมีคนลาออกแน่นอน

ลั่นถ้าไม่ตอบสนองพร้อมลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1/2560 เรื่อง การขอเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ระบุว่า เครือข่ายฯขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการดังนี้ 1.ทบทวนมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ครั้งที่ 1/2560 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการขอเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่พยาบาลวิชาชีพ 2.ขอ ครม. โปรดพิจารณาอนุมัติอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพจำนวน 10,992 อัตรา และ 3.สธ.โปรดดำเนินการบริหารจัดการตำแหน่งว่าง ณ วันที่ 3 มี.ค.2560 จำนวน 11,213 อัตราโดยด่วน หากไม่มีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เครือข่ายฯที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลสังกัด สธ. ขอเชิญชวนให้ดำเนินการเขียนใบลาออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 เป็นต้นไป

ปลัด สธ.นัดเคลียร์สัปดาห์หน้า

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้า สธ.จะมีการหารือ และทำความเข้าใจกับพยาบาลทั่วประเทศ คาดว่าจะใช้วิธีการประชุมผ่านทางวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากสามารถทำความเข้าใจร่วมกันได้เป็นจำนวนมาก และไม่เสียเวลาในการเดินทาง

“บิ๊กจิ๋ว” เปิดบ้านให้อวยพรวันเกิด

ขณะที่ พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ หรือ “เสธ.หมึก” คนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ค. พล.อ.ชวลิตจะเปิดบ้านพักปิ่นประภาคม ให้คณะบุคคลเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 87 ปี ขณะนี้ พล.อ.ชวลิตมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงหลังเกิดอุบัติเหตุหกล้มในห้องน้ำ และเข้ารักษาอาการทำกายภาพบำบัดอยู่ระยะหนึ่ง และท่านคงตอบทุกคำถามทุกข้อสงสัยที่สื่อสอบถาม ร่วมถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลและ คสช. ที่ใกล้จะครบ 3 ปีด้วย ตอนนี้ท่านความจำดีพูดคุยได้ปกติ เดินได้แล้ว แต่ยังมีสภาวะขาซ้ายอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ไม่มีปัญหาท่านพร้อมต้อนรับทุกคนที่เข้ามาอวยพร โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. จะส่งตัวแทนนำการ์ดพร้อมกระเช้าดอกไม้มาอวยพรวันเกิดเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ส่วนนักการเมืองยังไม่ได้รับการประสานมา

“ทักษิณ” โผล่จิบกาแฟตึกทรัมป์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรม ภาพนายทักษิณยืนถือถ้วยกาแฟที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง พร้อมเขียนข้อความว่า “พ่อส่งมาอัพเดต ก่อนไปประชุมกับนักลงทุนที่นิวยอร์ก เลยแวะไปดื่มกาแฟสตาร์บัคส์ ในตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ บนฟิฟท์ อเวนิว คิดถึงแล้ว รับสมัครเด็กซื้อกาแฟมั้ยคะ ซื้อเฉยๆไม่สาดกันนะ”

“เดียร์” อ้อน “อาตู่” ขอกราบพ่อ

วันเดียวกัน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันที่ 13 พ.ค.2553 คือวันที่คุณพ่อ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกลอบยิง วันนี้ครบ 7 ปีที่คุณพ่อถูกลอบยิง 7 ปีที่คดียังไม่มีอะไรคืบหน้า เป็น 7 ปีที่คิดถึงคุณพ่อทุกวัน แต่เป็น 7 ปีที่ทำให้ตนรู้ว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่ง เคยมีทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ และอำนาจอธิปไตยให้เป็นของประชาชนจริง ขอใช้โอกาสครบ 7 ปีวันนี้ ฝากถึงนายทหารที่จบโรงเรียนนายร้อย จปร. ในฐานะที่คุณพ่อเป็นอดีตนักเรียน จปร. ที่โดนลอบสังหารใจกลางเมือง อยากถามคุณลุงและคุณอาทุกท่าน ถึงเรื่องที่โฆษก คสช.ออกมาชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ห้ามตนไปวางดอกไม้และไหว้คุณพ่อตรงจุดที่คุณพ่อถูกยิง ว่าใครคือผู้ที่สั่งห้าม หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ถูกโยนไปที่นายทหารชั้นผู้น้อย เพราะการออกนโยบายเช่นนี้ ควรเป็นการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ไม่ใช่ให้นายทหารยศพันเอก ออกมาชี้แจง ขอถือโอกาสนี้ถาม “อาตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพราะ มีลูกสาว 2 คน ว่า ถ้าลูกสาวถูกห้ามไปกราบพ่อ เขาจะรู้สึกอย่างไร มันถูกต้องหรือไม่ และขอถือโอกาสนี้ ถามอาตู่เลยว่า “คุณพ่อเดียร์ถูกยิงตาย แค่เดียร์จะไปกราบคุณพ่อตรงจุดที่ท่านโดนยิง ขออนุญาตอาตู่ตรงนี้ อาตู่จะอนุญาตหรือไม่คะ?”

“เหวง” เย้ย คสช.ขวางกลัวอะไร

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณี คสช.ห้าม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ทำกิจกรรมรำลึกการจากไปของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ว่า เรื่องนี้มองได้สองมุม มุมแรกคือเรื่องการเมือง มุมที่สองคือการแสดงความกตัญญูของบุตรสาวต่อบิดา ถ้ามองแต่มุมการเมืองคงมีแต่ภาพลบ แต่ทำไมคสช.ไม่มองในมุมความรักที่ลูกมีต่อพ่อบ้าง ไม่อยากเห็นการแสดงความกตัญญูต่อกันหรือ และเสธ.แดงเป็นคนที่มีคนให้ความเคารพมาก ก็ไม่แปลก ถ้าจะมีคนไปร่วมไว้อาลัยพร้อมกับ น.ส.ขัตติยา แต่เป็นเพียงการรำลึกถึงผู้ที่จากไปเท่านั้น คสช.มีอำนาจอยู่ในมือจะกลัวทำไม ที่กลัวเช่นนี้เพราะไม่มั่นใจในอำนาจ ไม่มั่นใจในความมั่นคงที่ดูแลอยู่หรือ

คสช.ให้จัดรำลึกแต่คุมเชิงเข้ม

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี สนธิกำลังกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน บก.น.5 ราว 1 กองร้อย เจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบ จาก ม.พัน. 1 พล.ม.2 รอ. เข้าตรึงกำลังโดยรอบเพื่อสกัดกั้นการรวมตัวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่นัดหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย มาวางดอกไม้และจุดเทียนรำลึกในวันครบรอบ 7 ปี ที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดง ถูกลอบสังหารระหว่างการชุมนุมของกลุ่มนปช.เมื่อปี 2553 โดยเจ้าหน้าที่ได้นำแผงรั้วเหล็กมากั้นรอบพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณสนามหญ้าและริมฟุตปาทข้างทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนล้อมรอบเพื่อปิดกั้นห้ามไม่ให้ใครเข้าออกเด็ดขาด โดยมีกลุ่มมวลชนเสื้อแดงทยอยเดินทางมา

ถามหาความคืบหน้าคดีลอบยิงบิดา

กระทั่งเวลา 19.00 น. น.ส.ขัตติยาได้เดินทางมายังบริเวณจุดที่เสธ.แดงถูกลอบสังหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้เฉพาะ น.ส.ขัตติยาเพียงคนเดียวเข้าไปในบริเวณนั้น เพื่อวางดอกกุหลาบสีแดงหน้าภาพถ่ายของบิดา และทำพิธีจุดเทียนรำลึก หลังเสร็จพิธี น.ส.ขัตติยาได้เก็บภาพและเทียนกลับมาด้วย โดยกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ไม่ได้ตั้งใจมาทำกิจกรรมทางการเมือง มากราบดวงวิญญาณของบิดา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่อนุญาตให้ทำ และขอใช้โอกาสนี้ ติดตามถามความคืบหน้าการสืบหาตัวคนร้ายที่ยิงบิดา จนเสียชีวิต รวมทั้งเรียกร้องให้ใช้กระบวนการยุติธรรม อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้ใช้เพื่อกลั่นแกล้งอีกฝ่าย