วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กุ้งเหยียด" บ้านสาขลา "ของอร่อย" ชานกรุงนี่เอง

โดย ซูม

รายการ “ปากน้ำทัวร์” หรือ “สมุทรปราการทัวร์” ของทีมงานซอกแซกสัปดาห์ที่แล้ว จบลงขณะนั่งเรือล่องไปตามปากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านทั้งเรือรบ เรือสินค้า และอู่ซ่อมเรือทั้งของทหารเรือและภาคเอกชนต่างๆ

มาจ่อที่ ปากคลองสรรพสามิต ซึ่งอยู่ที่บ้านแหลมฟ้าผ่าก็เผอิญเนื้อที่หมดลง

สัปดาห์นี้เรามาต่อกันที่คลองสรรพสามิตชื่อเหมือนกรมเก็บภาษีประเภทเครื่องดองของเมาของกระทรวงการคลังเลยทีเดียว ซึ่งตามประวัติก็มีความเกี่ยวพันกันอยู่บ้าง เพราะนอกจากเครื่องดองของเมาต่างๆแล้ว ในอดีตกรมสรรพสามิตยังทำหน้าที่เก็บ “ภาษีเกลือ” อีกด้วย

ดังนั้นเมื่อมีการขุดคลองนี้ขึ้น เมื่อ พ.ศ.2482 โดยดำริของท่านปรีดี พนมยงค์ ในฐานะ รมว.กระทรวงการคลัง เพื่อลำเลียงเกลือจากนาเกลือแถบนั้นไปยังบ้านบางปลากดประมาณ 8 กม. เพื่อให้ขนขึ้นบกง่ายๆ จึงตั้งชื่อว่าคลองสรรพสามิต ตามชื่อของกรมเก็บภาษีเกลือดังกล่าว

สำหรับบริเวณ 2 ฟากฝั่งของคลองสรรพสามิต วันนี้ยังเต็มไปด้วยป่าจากและป่าชายเลนกับหมู่บ้านริมคลองที่ประกอบอาชีพประมงขนาดเล็ก เรียงรายไปเป็นตับ ตลอดคลอง

ผ่านวัดวาอาราม ผ่าน ศาลเจ้าปากอ่าว ที่ชาวบ้านและชาวเรือให้ความเคารพนับถือ

เรือของเรามุ่งหน้าไปที่หมู่ 2 ตำบลนาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายในการหยุดแวะชิมผลิตภัณฑ์โอทอปอร่อยๆ โดยเฉพาะ “ขนมจาก” และผลิตภัณฑ์จากลูกจากที่หมู่บ้านนี้ยังคงอนุรักษ์ไว้

เมื่อ 30-40 ปีก่อน ที่เส้นทางสายตะวันออกยังมีถนนสุขุมวิทเพียงสายเดียว การเดินทางไปชลบุรี บางแสน พัทยา ต้องผ่านปากน้ำ ซึ่งจะมีสินค้าพื้นบ้านยอดนิยมมาวางขายริมทางเต็มไปหมด

“ขนมจาก” นี่แหละครับ ห่อใบจากปิ้งกันมาสดๆร้อนๆ หอมฉุยเวลารถแล่นผ่าน เป็นของฝาก อย่างดีเวลากลับจากชายฝั่งทะเลตะวันออกยุคก่อน

คณะของเราได้มีโอกาสรับประทานขนมจากรสชาติแท้ๆ ของชาวปากน้ำ กันอย่างเต็มอิ่มพร้อมด้วยลูกจากและน้ำลูกจาก ณ ที่ทำการบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลนาเกลือ ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

จากนั้นเราก็เปลี่ยนเรือจากลำใหญ่หน่อยเป็นเรือหางยาว เดินทางต่อไปยัง หมู่บ้านสาขลา ตำบลนาเกลือเช่นกัน เพื่อจะไปเยี่ยมตลาดโบราณ อันมีชื่อเสียงของหมู่บ้านนี้ และที่เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว คือจะไปรับประทาน “กุ้งเหยียด” ผลิตภัณฑ์กุ้งรสหวานๆ เค็มๆ และกรอบ ที่กลายเป็นสินค้าโอทอปที่โด่งดังที่สุดอย่างหนึ่งของสมุทรปราการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

บ้านสาขลาเป็นชุมชนชาวประมงเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศไทย สันนิษฐานว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ในช่วงเกิดสงคราม 9 ทัพ บรรดาผู้ชายในหมู่บ้านถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารจนเกลี้ยงเหลือเพียงผู้หญิงและเด็กเท่านั้น แล้ววันหนึ่งพลตระเวนหน่วยหน้าพม่าที่เดินทัพผ่านมาทางนี้ เห็นว่าหมู่บ้านอุดมสมบูรณ์ มีทั้งข้าว มีทั้งปลาก็ตรงเข้าปล้นสะดมแต่ไม่สำเร็จ เมื่อผู้หญิงกล้าของหมู่บ้านต่างรวมตัวกันสู้ มีมีดพร้ากระท้าขวานอะไรอยู่ก็หยิบขึ้นมาสู้ยิบตา สามารถยันหน่วยลาดตระเวนพม่าเอาไว้ได้หลายครั้ง

เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านดั้งเดิมที่เรียกกันว่า “บ้านสาวกล้า” และเมื่อกาลเวลาผ่านมาก็เพี้ยนมาเป็น “บ้านสาขลา” ดังเช่นปัจจุบันนี้

แค่ฟังตำนานหรือประวัติของ หมู่บ้านสาขลา ก็ตื่นตาตื่นใจแล้วครับ

ตลาดบ้านสาขลาในปัจจุบันยังคงความเป็นตลาดโบราณแบบเดียวกับตลาดร้อยปีของหลายๆจังหวัด เป็นตลาดไม้บ้าง เรือนไม้บ้างอยู่ริมคลองและมีทางเดินเป็นสะพานไม้เชื่อมไปตลอดทาง ที่สำคัญระหว่างเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ เราจะเห็นร้านหรือแผงขาย “กุ้งเหยียด” เรียงรายกันเป็นระยะ ว่ากันว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 เจ้า ที่บ้านสาขลาแห่งนี้

คณะเราแวะเข้าร้าน “ป้ารวย กุ้งเหยียด” ซึ่งน่าจะเป็นร้านแรกๆ เมื่อเดินข้ามสะพานเข้าสู่ตลาด ป้ารวย หรือ สำรวย แตงหนู เชิญทีมงานซอกแซกให้เข้าไปในร้าน ซึ่งมีห้องโถงกว้าง ใต้ถุนเรือน ซึ่งเปรียบเสมือนโรงผลิตกุ้งเหยียด เพราะมีหม้อนึ่งตั้งอยู่หลายใบ

จากนั้นก็สาธิตการทำกุ้งเหยียด ซึ่งจะใช้กุ้งน้ำกร่อยที่เรียกว่ากุ้งตะกาดตัวขนาดหัวแม่โป้งสดๆ ลงเรียงในซึ้งที่จะใช้นึ่งแล้วก็โรยเกลือ โรยน้ำตาลลงไปจนท่วม...เคล็ดลับก็คือต้องถึงเกลือถึงน้ำตาล ตัวกุ้งจึงจะเหยียดยาวไม่หงิกงอ และจะกรอบอร่อยเมื่อนึ่งสุกแล้ว

แต่สำหรับท่านที่มีน้ำตาลในเลือดสูง คงต้องระวังไว้หน่อยเวลารับประทาน เพราะกุ้งจะออกทางหวานๆ อาจมีผลในการเพิ่มระดับน้ำตาลได้

นอกจากจะปรุงหรือผลิต “กุ้งเหยียด” ออกจำหน่ายอย่างเป็นล่ำเป็นสันแล้ว ป้ารวยยังเปิดร้านอาหารทะเลควบคู่ไปด้วยในชื่อร้าน “สิริขวัญซีฟู้ด” มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 08-1481-9799 และ 09-9145-5592 ใครจะแวะไปอุดหนุนหรือลิ้มลองกุ้งเหยียด หรืออาหารทะเลสดน้ำจิ้มแซ่บก็เชิญได้เลย

จาก กุ้งเหยียด ร้านป้าสำรวย ทีมงานซอกแซกเดินย้อนมาที่ วัดสาขลา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 200 ปี แต่มีการบูรณะใหม่ นัยว่ามีการดีดหรือยกพระอุโบสถให้ลอยขึ้นมา

มีโอกาสขอเชิญแวะด้วย เพราะจะมี พิพิธภัณฑ์ ว่าด้วยบ้านสาขลาตลอดจนข้าวของมีค่า พระพุทธรูปเก่าแก่ และเรื่องที่น่ารู้อีกมากมายคนชอบของเก่ารับรองมีความสุขแน่นอน

ขอขอบคุณ นาวาโทกีรติ เทศเจริญ อดีตนายทหารเรือที่เกษียณตัวเองแบบเออร์ลี่รีไทร์ มาเป็นผู้นำชุมชนและจิตอาสาของ อ.พระสมุทรเจดีย์ ที่เป็นผู้นำทีมงานซอกแซกตะลุยไปในหลายซอกหลายมุมของสมุทรปราการจนได้เรื่องราวมาเขียนถึง 2 สัปดาห์

สำหรับท่านผู้อ่านสามารถจะเดินทางไปบ้านสาขลาได้ง่ายกว่านี้ โดยขับรถส่วนตัวไปตามถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าสามแยกพระเจดีย์ปากน้ำ เลี้ยวขวาไปป้อมพระจุล ข้ามสะพานสูง แล้วเลี้ยวขวาอีกหนเข้าซอยตรงไปเรื่อยๆ อีก 10 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางโดยตลอด

อ่านคอลัมน์ซอกแซกจบเช้าๆเที่ยงๆ ขับรถไปเลยก็ยังทันมื้อเย็นนะครับ แฮ่ม!

"ซูม"