บริการข่าวไทยรัฐ

เมียหลวงเป็นง่าย แต่ไม่มีใครอยากเป็น

โดย เมอร์ลิน

ขอต้อนรับ “เมียหลวง” ละครทางโทรทัศน์ที่ถูกนำมาสร้างใหม่และออกอากาศอีกครั้ง ในเมื่อเป็นเรื่องสามี-ภรรยาซึ่งเป็นประเด็นที่พบเจอได้ในสังคมจึงขอพูดถึงซะหน่อยเดี๋ยวจะตกเทรนด์

ผู้เขียนเข้าใจนะว่า เจ้าของบทประพันธ์พยายามสะท้อนปัญหาสังคมซึ่งเป็นหน่วยเล็กๆอย่างครอบครัวตัวอย่างออกมาให้ผู้ชมได้ตระหนักถึง “ความมักมากทางกามรมณ์” ของฝ่ายชายในละครเรื่องนี้ และเท่าที่ดูเนื้อหาของละครยังแซ่บอีหลีเหมือนเดิม แม้หลายท่านเคยดูละครเรื่องนี้ที่ถูกนำมาสร้างหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่คิดว่าการนำมาทำใหม่ มันก็คือ ประเด็นที่เป็นไปได้และแฝงความจริงในสังคมทุกยุคทุกสมัยนั่นแหละ

เพียงแต่คนที่เป็น “เมียหลวง” จะสามารถปรับตัวและรับกับสภาพที่ต้องตกอยู่ในฐานะของ เมียหลวงได้ไหม? เพราะเอาจริงๆ ผู้หญิงทุกคนอยากเป็น “เมียเดียว” มากกว่าเป็น “เมียหลวง”นะ

ผู้ชายที่เป็นสามีกรุณาอย่ามายกตำแหน่งนี้ให้ภรรยาของตัวเองเลย ปกติการต้องอยู่ในฐานะ ภรรยา มันก็ยากพออยู่แล้ว ยิ่งถ้าฝ่ายหญิงถูกผลักให้เป็น “ภรรยาหลวง” หรือเมียหลวงเข้าให้อีก ถือว่าซวยซ้ำซาก และซวยซ้ำซวยซ้อน จนไปถึง ซวยอิบอ๋ายเลยที่ได้ผู้ชายเจ้าชู้มาเป็นสามี

กระนั้นผู้หญิงที่พอจะทำใจได้เหมือนนางเอก ด็อกเตอร์วิกันดาคงจะมีอยู่มั้ง ด้วยการใช้คำว่า อดทน อดทน และอดทน บวกกับไม่อยากใส่ใจในพฤติกรรมบ้ากาม เอ้ย...... พฤติกรรมของสามีที่วันๆคิดแต่เรื่องผู้หญิงอื่น และชอบแจกขนมจีนสาวอื่นทำอย่างกะว่าตัวเองเป็นโสด ไม่ได้อยู่ในสถานภาพของคนที่สมรส แถมยังมีลูกแล้วด้วย ไอ้พวกที่ตัณหาเยอะ หรือ พวกติดเซ็กซ์เป็นชีวิตจิตใจนั้น ใครได้เป็นคู่กับคนพวกนี้ก็มีแต่เก๊กซิม

แม้จะอ้างว่า ผู้หญิงอื่นเป็นเพียงแค่ “ของเล่น” แต่ขอโทษ เมียหลวงนั้นเป็นของจริงหรือฮ้า

ไปๆมาๆ เมียหลวงจะเข้าตำรา “ของตาย” มากกว่า คือ ไม่ค่อยมีใครสน “ของตาย” ที่คิดว่า ยังไง้ ยังไง ก็ไม่หนี, ไม่ไปไหน และยังคงอยู่กับสามีเฮงซวยคนนี้หรอก

ฝ่ายสามี (ในละครเรื่องนี้) นอกจากจะประพฤติผิดต่อฝ่ายหญิงที่ตัวเองรักและตกลงมาสมรสจนเป็นภรรยาแล้ว ยังไม่แคร์ความรู้สึกของเด็กๆที่เป็นลูกด้วย แม้จริงอยู่ วันนี้ลูกอาจยังเล็ก ยังเด็กอยู่ก็ตาม แต่อย่าคิดเชียวว่า เด็กในวันนี้จะคิดอะไรไม่เป็น และไม่รู้ไม่ชี้ถึงพฤติกรรมที่พ่อแม่หมางเมินใส่กัน ผลกระทบจากความเป็นพ่อปลาไหลและความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า จึงส่งผลไปถึงลูกด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

เพียงแต่เด็กจะแสดงออกมา หรือเอ่ยปากถามพ่อ-แม่หรือเปล่าเท่านั้น เพราะลูกก็เป็นคนมีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ตุ๊กตาบาร์บี้ซะหน่อยเชอะ อย่าประมาทความไร้เดียงสาของเด็กๆเชียว

และจริงๆอยากถามว่า ผู้หญิงที่เป็นเมียหลวง หากมีผัว เอ้ย สามีเจ้าชู้มากมายถึงปานนี้ คือ มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตของเค้าตลอด เออ ถ้าเค้าเจ้าชู้นิดๆหน่อยๆแต่ไม่ถึงกับหนักหนาสาหัสอะไรก็ยังพอปล่อยผ่านไปได้ เพราะบางคนเจ้าชู้แต่ไม่ได้หมายความว่าอยากมีเพศสัมพันธ์ด้วยก็ช่างปะไร แบบนี้ยังพอรับได้มั่ง

แต่คุณเมียหลวงคะ คุณจะอดทน, อดกลั้นกับสามีเจ้าชู้จนเข้าสายเลือดขนาดไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นหลายคน.....ไปเพื่ออะไรมิทราบ?

หากอ้างว่า พยายามอดทนและวางเฉยเพราะมีลูกด้วยกันและที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก ก็เชิญทนทุกข์ทรมานต่อไปเถอะ ตรงนี้ไม่ได้ประชดนะฮ้า เพราะสำหรับผู้หญิงบางคนความคิดเช่นนี้ยอมรับว่ายังมีอยู่

เพียงแต่อย่าลืมว่า สงสัยคุณคงต้องอดทนและเครียดเพราะผัวไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าเค้าจะคิดได้ (ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่) ว่าได้ทำกรรมกับเมียหลวงและลูกไว้เยอะแค่ไหน?

จึงอยากเป็นกำลังใจให้เมียหลวงที่หากใครต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้ละกัน

เหตุนี้ ถ้าคุณผู้หญิงเกิดมีสามีที่เจ้าชู้มากๆ แล้วอยากทำใจหรือเบี่ยงเบนความสนใจจากผัวตัวแสบไปสู่สิ่งอื่นบ้าง ก็มีข้อแนะนำนิดหน่อย หากคุณตัดสินใจแล้วว่า จะอดทนเพื่อลูกต่อไป ก็อย่างเช่น.....

1.หันไปสนใจหน้าที่การงาน แบบ ดร.วิกันดาละกัน

แต่ไม่ได้แนะนำให้คุณเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนบ้างานเต็มลูกสูบหรอกนะ เพียงแต่ถ้ามีงานก็ทำไป ถ้าไม่มีก็ หาวิธีผ่อนคลายด้วยการดูโทรทัศน์ ที่ยุคนี้มีหลายช่องให้เลือกเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจบ้าง

บางทีเนื้อหาในภาพยนตร์หรือในโทรทัศน์ มันช่วยทำให้คุณได้หยุดคิดเรื่องของตัวเอง และเรื่องความเจ้าชู้ของสามีพ่อปลาไหลไปได้บ้าง ส่วนการอ่านหนังสือก็ช่วยได้ หนังสืออะไรก็ได้นะ

2.พาลูกๆไปเที่ยวสิ นอกเหนือจากให้ลูกไปเรียนพิเศษแล้ว พอเรียนเสร็จหรือปิดเทอม

ก็พากันไปเที่ยวด้วยกันซะเลย พาไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ได้ ถือเป็นการไปพักผ่อนและได้ประสบการณ์เพิ่มเติมด้วย ส่วนสามีตัวแสบจะไปด้วยหรือไม่ก็ช่างเค้าเลย อย่าไปไยดีอะไรมาก

3.การเข้าวัด เข้าวา ได้ไปทำบุญทำกุศล ย่อมทำให้สบายใจขึ้นและใจก็สุขสงบด้วย.

@ @ @

เมอร์ลิน