วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจทย์ยาก "บีบ" นักการเมืองขยับเตรียมเลือกตั้ง : หวังรอบใหม่ มุ่งปฏิรูป

ผลการเสี่ยงทายในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2560

พระโคกินข้าว ข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี พระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์

ส่วนการเสี่ยงทายของพระยาแรกนา ได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

โบราณราชประเพณีในห้วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล

ในสถานการณ์ที่พายุฝนเคลื่อนเข้ามาดับอุณหภูมิร้อนๆ สถานการณ์แบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. แสดงความห่วงใยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง ตาก พิจิตร สุโขทัย และกำแพงเพชร รวมทั้งพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกบางส่วน ที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน

สั่งกำชับทุกหน่วยออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย และแก้ไขปัญหาน้ำอย่างครบวงจร

ผู้นำรัฐบาล ไม่นิ่งนอนใจกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตามปรากฏการณ์ช่วงหลายปีหลัง ฤดูเมืองไทยเริ่มแตกต่างกันอย่างรุนแรงระหว่างร้อน ฝน หนาว

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดได้ตลอดเวลา

เช่นเดียวกับสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เบาลงได้ไม่นาน

ล่าสุดคนร้ายได้ก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซีเซ็นเตอร์ สาขาปัตตานี จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากกว่า 60 คน สาหัส 4 ราย

ปฏิบัติการโหดท้าทายอำนาจรัฐบาลทหาร

ประเมินจากเป้าหมายคือห้างสรรพสินค้าที่คนพลุกพล่าน งานนี้ขบวนการชั่วมุ่งเอาชีวิตคนจำนวนมากเป็นเหยื่อเซ่นพฤติการณ์ “หมาลอบกัด” โดยไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม

พฤติกรรมของสัตว์เดรัจฉาน ไม่ใช่มนุษย์

ตามสถานการณ์ไฟใต้ถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นมาในห้วงจังหวะใกล้ครบรอบ 3 ปี ของการใช้อำนาจพิเศษบริหารประเทศโดยทีมทหาร คสช.

เดินมาถึงช่วงท้ายโรดแม็ป ปลายเทอมรัฐบาล

เพิ่มโจทย์ยากๆในงานของฝ่ายความมั่นคง สะท้อนภาวะความจริงที่ว่า ผ่านมา 3 ปีภายใต้รัฐบาลทหาร การแก้สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ยังวนอยู่กับที่ ไม่ได้ลดโทนรุนแรงลงแต่อย่างใด

ในขณะที่เงื่อนเวลากระชั้นเข้ามา ตามสถานการณ์ความคืบหน้าในโปรแกรมการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้ดำเนินการส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา

โดยจะทยอยส่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆให้ สนช.พิจารณาเดือนละฉบับ

ตามรูปการณ์สอดรับกับที่นายมีชัยพูดเป็นนัย ถ้าไม่เกิดสงครามโลกซะก่อน จะได้เลือกตั้งกันในปลายปีหน้า 2561 ค่อนข้างแน่

และล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ยืนยันกับนักธุรกิจฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นำเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างการเดินทางมาร่วมสัมมนาการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-ฮ่องกง-เซี่ยงไฮ้ และพบปะภาครัฐและเอกชนไทยเพื่อพัฒนาโอกาสการลงทุนในไทย

โดยย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าบริหารประเทศตามโรดแม็ปเพื่อการเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2561

ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีสำคัญของไทยในปลายปีนี้

เป็นอะไรที่สัญญาณตรงกันทั้งมุมของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งมุมของนายมีชัย

บรรยากาศไหลเข้าโหมดปลายทางโรดแม็ป

มันก็ไม่แปลกที่จะเริ่มมีการขยับของนักการเมืองป้อมค่ายต่างๆ แม้ คสช.จะยังไม่ปลดล็อกกฎเหล็กห้ามพรรคการ
เมืองเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง

เรื่องของเรื่องถ้ารอไปถึงกำหนดไฟเขียวแบบทางการ มีหวังไม่ทันกิน

เพราะในทางปฏิบัติจริงๆ กระบวนการเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ต้องใช้เวลาแต่งตัวกันเป็นปี ไฟต์บังคับนักการเมืองหนีไม่พ้นต้องเตรียมพร้อมกันตั้งแต่ตอนนี้

อาศัยทีเผลอ ทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินหมากกันแบบเนียนๆ

แบบที่ “ลูกท็อป” นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ทายาทของ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ ตั้งโต๊ะเปิดแถลงข่าวใหญ่

เคลียร์กระแสเซ้งพรรคให้ “นายใหญ่” เทกโอเวอร์

ปฏิเสธข่าวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ต่อสายถึงพี่น้องศิลปอาชา เจรจาขอควบรวมกิจการของพรรคชาติไทยพัฒนา ในการลุยศึกเลือกตั้งรอบหน้า

ทายาท “บรรหาร” ประกาศเสียงแข็ง มีศักดิ์ศรี พร้อมยืนด้วยลำแข้ง

แถมได้จังหวะกระตุกกระแสคลื่นลูกใหม่ โดยความพยายามของ “ลูกท็อป” ที่เคลื่อนไหวเปิดตัวทีมงานทายาทแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคปลาไหลยุค 4.0 ชิงเหลี่ยมออกตัวนำรับกับการเมืองยุคปฏิรูป

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีสัญญาณการขยับ ตามจังหวะที่นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล แกนนำรุ่นเดอะของพรรค เคลื่อนไหวแบบเปิดหน้าชน

สกัดทีมของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส.ยึดพรรค

โพสต์เฟซบุ๊กป่าวประกาศเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ให้ระวังหอกข้างแคร่ แกนนำ กปปส.เครือข่ายนายสุเทพจะโค่นเก้าอี้นายอภิสิทธิ์ในการประชุมพรรคตามวาระเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลัง คสช.ปลดล็อกกฎเหล็ก

พร้อมสะกิดให้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค เข้ามาประคองสถานการณ์

ตามรูปการณ์ประชาธิปัตย์จ่อเปิดศึกสายเลือด รบกันเองเพื่อยึดป้อมค่าย ตามเงื่อนไขที่ผูกโยงกับเกมอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านหลังเลือกตั้ง

สถานะของ “อภิสิทธิ์” ยังก้ำกึ่ง ไม่ชัวร์จะได้ไปต่อในรอบต่อไป

โดยเฉพาะถ้าว่ากันตามสูตรอำนาจที่ประชาธิปัตย์ต้องไปแจมกับทหาร ตามเงื่อนปมที่หักดิบกันมาในคิว “โหวตโน” รัฐธรรมนูญ

หันไปที่พรรคเพื่อไทยก็มีกระแสข่าวกระเส็นกระสายเป็นระยะ กับชื่อของแคนดิเดตแม่ทัพคนใหม่

ล่าสุดเป็นรายของ “เดอะตู่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกจุดพลุออกมาประกบ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุงพรรคเพื่อไทย

ชิงตั๋ว “นอมินี” จากคนแดนไกล

ตามสภาวการณ์ทีมงาน “นายใหญ่” เจอโจทย์ยากในการเคลียร์แรงเสียดทานภายนอก สวนทางกับยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่ต้องเผชิญกับแรงกระเพื่อมภายใน

ต่างฝ่ายต่างเจอการบ้านข้อใหญ่ก่อนลงสนามเลือกตั้ง

ขณะที่เงื่อนสถานการณ์บังคับให้ต้องขยับปรับทัพ จัดวางกำลังตั้งแต่เนิ่นๆขืนช้าไปไม่ทันกาล

ตามสูตรรัฐบาลใหม่ที่คิดสมการตัวเลขกันล่วงหน้า

ไม่ว่าจะ “โมเดลป๋าเปรม” พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ บวกกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมเสียงสนับสนุน

หรือสูตรพรรคเพื่อไทยโกยเสียงถล่มทลายจับมือกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นรัฐบาล หรือมุมที่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยจับมือจัดตั้งรัฐบาล หักเหลี่ยมทหาร

ซึ่งนั่นก็คิดกันบนฐานข้อมูลเก่า ยึดสถิติจากการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา

ตามฐานคะแนน พรรคเพื่อไทยเต็งหนึ่ง ประชาธิปัตย์เต็งสอง พรรคกลาง พรรคเล็ก สอดแทรกเป็นอะไหล่ โดยมีพรรคทหารเป็นตัวแปรพลิกสมการ

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ต้องไม่ลืม “โจทย์สำคัญ” ข้อใหญ่

เลือกตั้งรอบใหม่ ความหวังของประชาชนมุ่งไปที่การปฏิรูป

ถ้านักการเมืองยังไม่เปลี่ยนแปลงวิถีเดิมๆในวงจรเข้าสู่อำนาจ มุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์

ระวังผลเลือกตั้งจะออกมาแบบคาดไม่ถึง.

“ทีมการเมือง”