บริการข่าวไทยรัฐ

ตลาดยังอ่อนแอ!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ค.60 ปิดที่ 1,543.94 จุด ลดลง 6.33 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 54,837.66 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 680.40 ล้านบาท กองทุนในประเทศขายสุทธิ 3,041.68 ล้านบาท, โบรกเกอร์ขายสุทธิ 258.15 ล้านบาท รายย่อย ซื้อสุทธิ 2,619.42 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด นำโดย PTT 381 บาท ลบ 5 บาท, CPF ปิด 24.70 บาท ลบ 0.30 บาท, SCC ปิด 514 บาท บวก 2 บาท, CPALL ปิด 64.50 ไม่เปลี่ยนแปลง และ BANPU ปิด 17.90 ไม่เปลี่ยนแปลง

แรงขายหุ้นแบงก์พลังงานค้าปลีกกดตลาดปรับตัวลงต่อ แม้จะมีแรงซื้อคืนในช่วงท้ายตลาดหลังระหว่างวันตลาดปรับตัวลงแรง

บล.กสิกรไทยระบุว่า พฤติกรรมตลาด ยังคงเป็นไปในทิศทางเดิม หุ้นกลุ่มใดที่ผลประกอบการออกมาไม่ดีไปกว่าที่ตลาดคาด หรือแนวโน้มกำไรในอนาคตไม่โดดเด่น ก็จะโดนเทขายอย่างรุนแรง ตรงกันข้ามกับหุ้นที่รายงานกำไรออกมาดีกว่าที่คาดมากๆ หากยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องก็ยังคงมีแรงซื้อเข้ามาหนุนเพิ่มเติม เช่น SAWAD-MEGA-BEAUTY-CPALL เป็นต้น สะท้อนถึงความอ่อนแอของตลาด

ประเมินทิศทางตลาด คาดว่าจะยังคงถูกกดดันอย่างหนักจากการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนอีกกว่า 370 บริษัท ขณะที่ยังคงต้องระมัดระวังความเสี่ยงเกี่ยวกับกระแสเงินทุนไหลออกและการเกิด Sell in May โดยเฉพาะครึ่งหลังของเดือน พ.ค. ที่โดยสถิติดัชนีตลาดจะมีการปรับตัวลดลงในเดือน พ.ค. ถึง 5 จาก 7 ปีล่าสุด โดยให้ผลตอบแทนติดลบถึง 1.3% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างประเทศจะเป็นผู้ขายสุทธิต่อเนื่องในครึ่งหลังของเดือน (5 จาก 7 ปีหลังสุด) เฉลี่ย 1.29 หมื่นล้านบาท

แนะกลยุทธ์การลงทุนยังคงเลือก MTLS เป็น Top Pick และถือ SAWAD ต่อเนื่อง นอกนั้นยังคงถือหุ้นผลประกอบการเด่นกลุ่มค้าปลีก CPALL ส่วน GLOBAL ซื้อเพื่อลุ้นผลประกอบการฟื้นช่วง 2H60

และหุ้น Earning Momentum กำไรดีต่อเนื่องทั้งปี BCPG และ LH หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับร่วงของ Commodity หรือเงินบาทอ่อนค่า ชอบ MEGA

หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเร่งประมูลของภาครัฐ STEC-CK และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของน้ำมัน PTTEP-PTT!!

อินเด็กซ์51