บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตอบโต้ได้ไม่เต็มปาก

โร่เคลียร์ปมครหาทันทีทันใด

ในช็อตที่ “ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รีบแก้ต่างแทน คสช. ชี้แจงรัฐบาลมีผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชน และขจัดปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลปกติทำไม่ได้

สวนหมัดโต้ข้อกล่าวหาของ 2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” ที่รุมบลัฟ “3 ปี คสช. สอบตกยับเยิน” จากการปฏิรูปประเทศล้มเหลว และการทุจริตที่เพิ่มขึ้น

หักหน้าฝ่ายอำนาจพิเศษ ก่อนตีปี๊บแถลงผลงานรายกระทรวง ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้

โทรโข่งรัฐบาลกับนักเลือกตั้งเปิดศึกดวลน้ำลายพอหอมปากหอมคอ ต่างฝ่ายต่างยกข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตัวเอง โดยมีสายตาประชาชนเป็นฝ่ายตัดสินชี้ขาด

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของฝ่ายการเมืองใช่ว่าจะไม่มีน้ำหนัก เพราะเป็นอะไรที่โดนกับความรู้สึกของประชาชนถึงผลงานปฏิรูปประเทศของรัฐบาลที่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

ขณะที่ปัญหาทุจริตยังปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ เปิดช่องให้นักเลือกตั้งเหน็บแนมกันสนุกปาก รัฐบาลแก้ปัญหาโกงไม่ตก แม้ไร้เงานักการเมืองบริหารประเทศมาร่วม 3 ปี

โยนบาปโทษนักการเมืองเป็นต้นตอทุจริตได้ไม่เต็มปากอีกต่อไป

ยังไม่นับรวมถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่กระเตื้อง ค่าครองชีพมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นตลอดเวลา

และที่ซ้ำเติมอารมณ์หดหู่ชาวบ้านมากขึ้นคือ เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคุกรุ่น ปรากฏภาพความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์ หน้าห้างสรรพสินค้าดังกลางเมืองปัตตานี มีผู้บาดเจ็บ 61 คน

หนังม้วนเดิม เวียนฉายซ้ำไม่รู้กี่รอบ สะท้อนความหละหลวมของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไล่ไม่ทันฝ่ายก่อเหตุ

รัฐบาลพลาดท่าหลายช็อตติดๆทั้งการปฏิรูปประเทศ เศรษฐกิจ ความมั่นคง

สบโอกาสให้นักเลือกตั้งผสมโรงลดเครดิตความเชื่อมั่นของรัฐบาลแบบไม่เกรงใจกัน

เอาคืน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่พูดปาฐกถาหลอกด่านักการเมืองเมื่อหลายวันก่อน “หากต้องการเปลี่ยนแปลง ขอให้เลือกคนดี อย่าเลือกคนที่ทำให้ประเทศมีปัญหาเหมือนในอดีต”

ฝ่ายการเมืองกล้าเสียงดังใส่รัฐบาลทหารมากขึ้น ในห้วงปลายโรดแม็ปที่กำลังขยับสู่สนามเลือกตั้ง

และที่กำลังออกแอ็กชั่นต่อต้านเข้มข้นคือ กรณีรัฐธรรมนูญใหม่ติดดาบให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจเบรกโครงการประชานิยม ที่หมิ่นเหม่ต่อการนำงบประมาณหลวงไปใช้ประโยชน์ในการหาเสียง

ส่อเค้าฉุดให้รัฐบาลเลือกตั้งตกเป็นเบี้ยล่างมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่พรรคการเมืองต้องส่งนโยบายหาเสียงและงบประมาณที่ใช้ให้ กกต.ตรวจสอบ ยังต้องถูก สตง.ควบคุมล็อกอีกชั้น

ยังไม่นับรวมการต้องเดินตามพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ฝ่ายอำนาจพิเศษวางกรอบไว้

ฝ่ายการเมืองแทบกระดิกตัวไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การครอบงำของพลังสีเขียวต่อไปอีกพักใหญ่

เป็นกฎเหล็กที่นักเลือกตั้งเลี่ยงไม่ออก เนื่องจากเป็นกติกาไฟต์บังคับอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ต้องติดตามลุ้นกันยาวๆในอนาคต

แต่ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ขณะนี้คือ ปัญหาการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่มีปัญหาไม่ลงรอยของคนในองค์กรระหว่างผู้ว่าการ สตง. และคณะกรรมการ คตง.

ฝ่ายผู้ว่าการ สตง. เร่งรัดให้เริ่มกระบวนการสรรหาทันที ก่อนที่ คตง.ชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 26 ก.ย.นี้ ขณะที่ฝั่ง คตง.ตั้งแง่ให้ร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินมีความชัดเจนเสียก่อน ค่อยเริ่มการสรรหา

แค่เริ่มต้นก็ส่อเค้าวุ่นวายถึงขั้นที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเรียก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่วมผ่าปมปัญหา หาทางออก

ส่อเค้าถึงขั้นอาจแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ปลดล็อกผ่าทางตันปัญหา คตง.

แต่ปมสำคัญอยู่ที่ตัวคณะกรรมการสรรหา คตง. ที่รัฐธรรมนูญกำหนดสเปกของคณะกรรมการสรรหา คตง. ระดับ “มหาเทพ” ตามคำนิยามของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.

ต้องมีอายุ 45-68 ปี และไม่เป็นทั้งข้าราชการประจำ ลูกจ้าง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือทำงานบริษัท

กำหนดคุณสมบัติคนเป็นคณะกรรมการสรรหาเข้มข้นยิ่งกว่ามาเป็นกรรมการองค์กรอิสระ จนองค์กรอิสระหลายแห่งไม่สามารถหาตัวแทนมาร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหาได้

จัดเต็มทั้งการกำหนดสเปกระดับเทพ และขั้นตอนการสรรหา คตง.ที่ซับซ้อนวุ่นวาย

มันก็พูดได้ไม่เต็มปาก “ไม่ครอบงำองค์กรอิสระ”.

ทีมข่าวการเมือง