บริการข่าวไทยรัฐ

ระวังอย่ากดไลค์แชร์มั่ว

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การกดถูกใจหรือกดไลค์ (Like) ด้วยการกด Like หรือกดแชร์ (Share) ข้อความที่มีเนื้อหาเป็นการหมิ่นประมาทในเฟซบุ๊ก แล้วถูกหมายเรียกมาเป็นพยานในคดีนั้น ไม่มีมาตราใดระบุไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ซึ่งกรณีที่มีการเรียกบุคคลที่กดไลค์มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีนั้น อาจเป็นการใช้อำนาจเพื่อเรียกและรวบรวมพยานหลักฐานตามปกติของพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไปตามรูปคดีเท่านั้น

“การแสดงความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการกด Like หรือกดแชร์ (Share) หรือการโพสต์ (Post) ตามกฎหมาย ถือเป็นการกระทำเกิดขึ้นแล้ว ส่วนจะมีเจตนาอย่างไร และผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป ดังนั้น ก่อนกด Like หรือกด Share จะต้องพิจารณาเสียก่อนว่าข้อความดังกล่าวจะกระทบกระเทือนสิทธิของผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือฝ่าฝืนต่อข้อบัญญัติแห่งกฎหมายหรือไม่ โดยขอย้ำว่า การใช้สิทธิและเสรีภาพ จะต้องไม่ไปกระทบกระเทือนสิทธิของผู้อื่น หรือฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล และหลักแห่งรัฐธรรมนูญปี 2560”

น.อ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้มีความพยายามตีความกฎหมายที่ผิดๆ ด้วยนำการ พ.ร.บ.คอมพ์ไปใช้ฟ้องร้องในความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ที่มุ่งใช้กับการหลอกลวง การฉ้อโกง การปลอมแปลงทางคอมพิวเตอร์ หรือการแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น เช่น การปลอมเฟซบุ๊ก หรือการสร้างเว็บไซต์ปลอมต่างๆ ดังนั้น พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับที่ 2 ปี 2560 ที่แก้ไขใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งบิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มิใช่เป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้เพื่อไม่ให้นำไปฟ้องร้องกันในความผิดฐานหมิ่นประมาทอีกต่อไป โดย พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับแก้ไขใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 พ.ค.2560 เป็นต้นไป.