บริการข่าวไทยรัฐ

สูงสุดคืนสู่สามัญ ดาราตลกร้อยล้าน จุดหักเห! ทำชีวิตเปลี่ยน

หากย้อนไปถึงสมัยที่ยุคของตลกคาเฟ่ยังเป็นยุคที่เฟื่องฟู หลายคนมักจะหาความบันเทิงใส่ตัวด้วยการไปนั่งคาเฟ่ ทั้งดื่ม รับประทานอาหาร และชมตลกไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในยุคนั้น คณะตลกนั้นมีชื่อเสียงเทียบเท่าดาราคนดังเลยทีเดียว

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใครจะคิดว่า คาเฟ่เหล่านี้ต้องค่อยๆ ปิดตัวลง ด้วยพิษเศรษฐกิจ และความนิยมของคนเริ่มลดลง ทำให้คาเฟ่ที่เคยดัง คณะตลกที่เคยเด่น ต้องปิดตัวลงไป ส่วนตลกคนไหนที่ยังมีงานเข้ามาบ้าง ก็กลายเป็นคนมีชื่อเสียง และมีอันจะกิน ส่วนใครที่ไม่มีงานในวงการอีกเลย ก็ค่อยๆ หายไปจากหน้าสื่อ 

แต่ชีวิตก็เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ ถึงแม้พยายามเลือกที่จะเป็นแล้ว สุดท้ายถ้าไม่สำเร็จก็ต้องพยายามดิ้นรนกันต่อไป มีอดีตดาราตลกจำนวนไม่น้อย ที่พวกเขาเคยอยู่ในจุดที่สูงที่สุด แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่จุดเดิม เนื่องด้วยโชคชะตา และการใช้ชีวิต จากที่เคยมีจนกลายมาเป็นไม่มี ครั้งหนึ่งการแสดงของพวกเขา เคยสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูอย่างมากมาย แต่วันนี้สิ่งที่เคยมีกลับไม่มีเหมือนก่อน ก็ต้องพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไป

ในยุคที่รายการ ชิงร้อยชิงล้าน ออนแอร์อยู่ทางช่องฟรีทีวี เป็นยุคที่เฟื่องฟูมาก สร้างชื่อเสียงให้กับดาราตลกหลายคน รวมถึง “บอย ชิงร้อยชิงล้าน” ด้วย เขาเป็นดาราตลกลูกทีมของ หม่ำ จ๊กมก สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ด้วยการเล่นตลกหลายบทบาทของรายการ โผล่ออกมาทีไร เรียกเสียงฮาจากผู้ชมรองจากตลกรุ่นพี่ไม่น้อย

มาวันนี้เขาได้ตัดสินใจหันหลังให้กับวงการบันเทิง ด้วยเหตุผลที่ว่า “ถึงจุดอิ่มตัว” และอยากจะมีอาชีพเป็นหลักแหล่งและยั่งยืนไปพร้อมๆ กับสร้างครอบครัว เพราะช่วงที่ทำงานในวงการบันเทิง ในบางครั้งจะต้องเดินสายไปต่างจังหวัดหลายวัน ทำให้ต้องห่างจากภรรยาและลูกสาว สุดท้ายจึงตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดร้านลาบ-จิ้มจุ่ม ที่เพชรบูรณ์ เขายังบอกอีกว่า หากมีใครจ้างแพงๆ ก็พร้อมจะกลับไปรับงาน แต่เมื่อลาออกมาแล้ว ให้กลับไปก็คงลำบาก ส่วนตัวคิดว่า อาชีพตลกในตอนนี้ มองว่าเป็นงานอดิเรก จึงต้องหาอาชีพที่ยั่งยืนมารองรับ

เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง ไปไหนมาไหนคนก็รู้จัก ด้วยบุคลิกที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงดึงส่วนนั้นมาสร้างสีสันให้กับวงการตลกได้เป็นอย่างดี สำหรับ อ่าง เถิดเทิง แต่วันนี้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังมือ

เมื่อวันหนึ่งไม่มีใครจ้างงาน เพราะโดนคำครหาที่ว่า “เบี้ยวงาน” ซึ่งอ่าง เถิดเทิง ได้แก้ประเด็นนี้ โดยบอกว่า ในช่วงนี้มีปัญหากับภรรยาเก่า ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายปีแล้ว คือช่วงนั้นไปทำงานที่ จ.ลพบุรี และถูกทิ้งไว้ที่นั่น ภรรยาหอบลูก รถ เงิน และสมุดจดคิวงานหนีหายไป คือไม่มีเบอร์ติดต่อใครทั้งนั้น เพราะสมุดงานทุกอย่างมอบให้ภรรยาเป็นคนดูแล เคยถึงขั้นลำบากสุดคือ ไม่มีที่ซุกหัวนอน ต้องไปนอนกลางทุ่งที่ลพบุรี

พอเริ่มตั้งหลักได้ ก็รับงานทุกอย่าง ทั้งทาสีบ้าน ขายยำปลาดุกฟูและขายน้ำส้ม ซึ่งเป็นกิจการของตัวเอง เพราะรู้ว่าอาชีพตลกมันไม่ยั่งยืน ต้องหาอะไรทำเพิ่ม ตอนนี้ชีวิตของ อ่าง เถิดเทิง เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ มีคู่ชีวิตคนใหม่คอยดูแล และเขาก็พยายามทำงานเก็บเงินเพื่อบั้นปลายในอนาคต

ถ้าพูดถึงชื่อของ โชเล่ ดอกกระโดน หลายคนต้องร้องอ๋อแน่นอน เพราะเป็นดาราตลกแถวหน้าของวงการ ด้วยภาพลักษณ์ที่มักชอบแต่งหญิง มีจมูกโต พูดสำเนียงใต้ มีผลงานมากมาย ทั้งเล่นตลก เล่นหนัง และละคร แต่สุดท้ายเหมือนชีวิตถูกกลั่นแกล้ง เมื่อมีตลกคลื่นลูกใหม่เข้ามา ตลกอย่างโชเล่ ก็ค่อยๆ ถูกเบียดออกไป

จนกระทั่งไม่มีงาน ชื่อเสียงเริ่มเงียบลง จนกระทั่งเขาเริ่มตัดสินใจหันหลังให้กับวงการ ไปเปิดร้านอาหารปักษ์ใต้ ร้านหนังสือ โรงเรียน แต่ไปไม่รอด เจ๊งหมดทุกอย่าง สุดท้ายต้องไปรับจ้างทำริบบิ้นพวงมาลัย 100 ชิ้นได้เงิน 5 บาท แต่ช่วงที่ลำบากที่สุดในชีวิต คือช่วงที่ติดการพนันอย่างหนัก

โดย โชเล่ ดอกกระโดน ได้มาเปิดใจในรายการ ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ เขาได้บอกว่า เงินหมดไม่เหลือเลย ครั้งแรกเสียไป 2 แสน เคยเสียเงินมากที่สุดประมาณ 6-7 แสน รวมแล้วทั้งหมด 1.4 ล้าน เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตหมดไปกับการพนัน

เคยถึงขั้นที่ว่า ภรรยาต้องมาหามออกไปจากบ่อน และตนเองเคยเบลอสุดถึงขั้นคุยกับถังขยะก็ยังมี แต่การติดพนันของโชเล่ก็ยังไม่หาย จนกระทั่งปล่อยให้ภรรยาฆ่าตัวตาย พอตัวเองคิดได้ก็โทรเรียกให้ตำรวจมา ส่วนตัวเองแอบหลบมุมตึก พอเห็นตำรวจมาช่วยภรรยาแล้ว ก็กลับไปนั่งเล่นการพนันเหมือนเดิม

โชเล่ยังบอกอีกว่า ช่วงที่ตัวเองเล่นการพนัน ภรรยาและลูกไม่เคยห้ามเลย แต่สุดท้ายเขาก็พยายามเลิกการพนันให้ได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลา 20 ปีแล้ว ที่เขาเลิกการพนัน ตอนนี้เขาพร้อมกลับเข้ามาสู่วงการบันเทิงเหมือนเดิมแล้ว ชีวิตที่ผ่านมายอมรับว่าผิดพลาดไป และชีวิตตัวเองชอบวงการบันเทิงมาก ถ้าได้เล่นจะมีความสุขมาก

ดาราตลกรุ่นใหญ่ เทพ โพธิ์งาม ที่อยู่ๆ ก็มีข่าวประกาศออกมาว่า ขอลาออกจากวงการ เพื่อไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศลาว หลังมีหนี้สินเยอะถึงขั้นล้มละลาย ลงประกาศขายบ้านสวนเพื่อหาเงินใช้หนี้ ธุรกิจที่เคยทำงานก็เจ๊งแทบทุกอย่าง จนสร้างความประหลาดใจให้กับสังคมในช่วงเวลานั้น

แต่เจ้าตัวก็ออกมาชี้แจงว่า แค่ต้องหยุดแสดงตลกที่คร่ำหวอดมากว่า 40 ปี แต่งานหนังงานละครก็ยังคงรับอยู่ เพราะยังมีภาระต้องสะสาง ซึ่งปัญหาของป๋าเทพ ทำให้คนในวงการตลกยื่นมือมาช่วยเหลือ แม้ว่าเจ้าตัวไม่อยากจะรบกวนใครก็ตาม

นี่เพียงเป็นแค่ตัวอย่างของอดีตดาราตลกที่ครั้งหนึ่งเคยประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด แต่ชีวิตกลับพลิกผันไปตามกาลเวลา ยังไม่รวมดาราตลกอีกหลายคนที่ชีวิตหักเห จากดาราคาเฟ่กลายเป็นคนเก็บขยะ หรือ หันไปพึ่งพายาเสพติด หารายได้ทางลัด ทั้งนี้ทุกชีวิตล้วนแต่มีทางเลือก และยังมีตลกคนอื่นๆ ที่สู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จ โอกาสยังมีมาอยู่เสมอ อยู่ที่จะไขว่คว้าและทุ่มเทกันมากแค่ไหน.