บริการข่าวไทยรัฐ

ฝึกสมาธิขจัดความเครียด

โดย ลมกรด

วันเสาร์สบายๆวันนี้หลายคนยังอิ่มบุญที่ไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันวิสาขบูชา การถือศีลปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจผ่องใสเบิกบาน วันนี้ผมเลยมาชวนคุยเกี่ยวกับการฝึกสติและสมาธิเพื่อขจัดความเครียดแบบง่ายๆ ไม่ถึงกับเป็นแนวเคร่งครัดตามหลักศาสนาเป๊ะๆนัก สามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ตลอด

ยุคนี้ที่ทุกสิ่งทุกอย่างรวดเร็วไปเสียหมด และการทำงานแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่ใช้เวลา 1 ใน 3 ของแต่ละวันอยู่ในที่ทำงาน ขณะที่เวลาพักผ่อนบางช่วงก็หมดไปกับสิ่งเร้ารอบตัวที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ เกิดความเครียดง่าย และ เครียดสะสม วันนี้เลยขอแนะนำวิธีขจัดความเครียดตามแนวทางของ กรมสุขภาพจิต ด้วยการ ปฏิบัติฝึกสติและสมาธิ

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ข่าวยืนยันเรื่องนี้ว่า มีผลการศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศออกมาตรงกันว่า การฝึกสติและสมาธิสามารถขจัดความเครียดออกจากจิตใต้สำนึก ได้ผลดีที่สุด และ ยั่งยืน โดยกรมสุขภาพจิตได้จัดทำ คู่มือสร้างสุขด้วยสติในองค์กร (Mindfulness in Organization : MIO) เพื่อเผยแพร่ความรู้และวิธีขจัดความเครียดที่ถูกต้อง ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดคู่มือนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.thaimio.com 

น.ต.นพ.บุญเรืองบอกด้วยว่า กลุ่มคนวัยทำงานมักจะแก้เครียดด้วยการหยุดพักผ่อนไปเที่ยว หรือไปช็อปปิ้ง นั่นช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้นชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้ความเครียดสลายไป มันยังคงสะสมอยู่ในจิตใต้สำนึก เมื่อกลับมาทำงานก็จะเกิดความเครียดสะสมเข้าไปอีก

ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สติเป็นจิตที่มีคุณภาพในขณะทำงาน ส่วนสมาธิเป็นจิตที่มีคุณภาพขณะพัก ทั้ง 2 ส่วนนี้สัมพันธ์เกื้อหนุนกัน การนั่งสมาธิทุกวัน วันละ 10-20 นาที จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวบุคคล ทำให้การทำงานดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น แสดงออกอย่างระมัดระวัง ตระหนักรู้ตัวเอง ทำให้จิตมีความรัก ความเมตตา เสียสละ อดทน

นพ.ยงยุทธกล่าวอีกว่า จิตในขณะที่มีสติจะทำงานโดยไม่วอกแวก ไม่ถูกสอดแทรกด้วยอารมณ์ ส่วน จิตขณะทำสมาธิจะหยุดคิดจนเกิดความสงบ เกิดการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะเป็นการคลายเครียดในระดับลึก ตรงข้ามกับกระบวนการเกิดอารมณ์และความเครียด การทำสมาธิทุกวันเท่ากับปลดปล่อยความเครียดออกจากสมองทุกวัน สมองจะไม่มีความเครียดคั่งค้างอยู่ เมื่อมีความเครียดเข้ามาใหม่ ก็จะเผชิญกับสถานการณ์ได้ดี

ผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ www.thaimio.com  แนะนำวิธีฝึกสมาธิ 3 ขั้นตอนง่ายๆดังนี้

1.ฝึกหยุดความคิด ให้นั่งตัวตรง ศีรษะตรง หลับตา หายใจเข้าออกยาวๆ 5 รอบ รับรู้ความรู้สึกของลมหายใจที่ผ่านเข้าออก มุ่งสังเกตลมหายใจที่ปลายจมูกข้างหนึ่งที่รู้สึกชัดกว่า และจับลมหายใจไปให้ต่อเนื่อง การรู้ลมหายใจทำให้หยุดคิด

2.ฝึกจัดการความคิด ความคิดมาจากจิตใต้สำนึก เราควบคุมหรือห้ามไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือไม่คิดตาม ปลดปล่อยความคิดนั้นไป อย่าว้าวุ่นวกวนกับความคิด เพราะจะทำให้จิตไม่สงบ จงรู้ตัวและเตือนตัวเองให้กลับมาอยู่กับลมหายใจที่ปลายจมูก ด้วยการหายใจยาวๆ 1-2 ครั้ง

3.ฝึกจัดการกับความง่วงซึ่งเกิดจากจิตเริ่มสงบ ให้พยายามยืดตัวให้ตรง เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว หายใจเข้าออกลึกๆ 5-6 ครั้ง จินตนาการแสงสว่าง เมื่อหายง่วงให้กลับมารับรู้ลมหายใจที่ปลายจมูก และจัดการกับตัวกระตุ้นภายในอื่นๆ

ใครที่รู้ตัวว่าเครียดสะสม หรือมีคนรอบข้างทักว่าหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน น่าจะลองเอาวิธีนี้ไปฝึกปฏิบัติดู ประมาณ 1 เดือนก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครับ.

ลมกรด