วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝันสลายใช้กัญชา รักษามะเร็งในคน

“ค่ำคืนนี้ยังมีดวงดาวเจิดจ้า คราบท้องฟ้ายังดูสดใส...คราบรอยยิ้ม ยังแต้มเติมตามใบหน้า สูบกัญชาหลอกหลอนจิตใจ ชั่วชีวิตคิดสั้นทำไม เส้นทางสุดท้าย นอนตายใต้ต้นกัญชา”...เชื่อว่าเนื้อร้องเพลงกัญชา ของวงคาราบาว คงยังกึกก้องในหัวใจของ “ชาวสายเขียว” อย่างไม่เสื่อมคลาย

ข้อมูลจากหน้าเพจในเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “กัญชาชน” รายงานถึงการจัดอันดับล่าสุดของ United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) เมื่อปี 2014 ไว้อย่างน่าสนใจ

รายงานจาก UNODC ระบุว่า Top ten หรือ 10 ประเทศในโลกนี้ ที่มีผู้นิยมเสพกัญชา (ชาวสายเขียว) โดยเรียงจากน้อยไปหามาก ประกอบด้วย

อันดับ 10 จาเมกา ประเทศนี้มีผู้นิยมเสพกัญชากันประมาณ 9.86% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ แม้วันนี้สถานะของกัญชาในประเทศจาเมกา ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่อีกไม่นานบรรดา “สายเขียว” ทั้งหลายที่นั่น กำลังจะมีเฮครั้งใหญ่ เพราะทางการกำลังจะแก้ไขกฎหมายเพื่อลดโทษให้แก่ผู้สูบกัญชา

อันดับถัดมาคือ ออสเตรเลีย ล่าสุดชาวแดนจิงโจ้ ครองอันดับ 9 ของประเทศที่มีประชากรนิยมสูบกัญชากันอย่างอุ่นหนาถึง 10.3% ของจำนวนประชากร วันนี้สถานะของกัญชาในออสเตรเลีย ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายเช่นกัน

ถัดมา เจ้าของตำแหน่ง “ขาปุ๊น” เบอร์ 8 ของโลกคือ สเปน จากการสำรวจของ UNODC พบว่า พลเมืองแดนกระทิงดุ มีผู้เสพกัญชาอยู่ไม่ต่ำกว่า 10.6% ของจำนวนประชากร

ที่น่าสนใจก็คือ สถานะของกัญชาในสเปน ถือว่า ถูกกฎหมายสำหรับการใช้ส่วนบุคคล แต่ถ้าถูกจับได้ว่า มีการปลูก จำหน่าย และเสพในที่สาธารณะเมื่อใด ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที

แคนาดา คือเบอร์ 7 ของโลก ที่มีผู้นิยมเสพกัญชาอยู่ถึง 12.2% ของประชากรทั้งประเทศ

สถานะของกัญชาในแคนาดา ล่าสุด ถือว่าถูกกฎหมาย สำหรับ ใช้เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ แต่จะกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายทันที เมื่อใช้เพื่อความบันเทิง หรือเหตุผลอื่น นอกเหนือจากทางการแพทย์

ไนจีเรีย คือประเทศอันดับ 6 ของโลก ที่มีผู้เสพกัญชามากถึง 14.3% ของจำนวนประชากร แม้สถานะของกัญชาที่ไนจีเรีย ทุกวันนี้ยังคงถือเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมายก็ตาม

มาถึงเจ้าของตำแหน่งขาปุ๊น เบอร์ 5 ของโลกคือ นิวซีแลนด์ หลายคนคงอาจจะนึกไม่ถึงว่าประเทศพัฒนาแล้ว สวยงาม และน่าอยู่แห่งนี้ จะมีผู้นิยมเสพกัญชาอยู่ถึง 14.6% ของจำนวนประชากร ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่มากกว่าหรือแซงชาวไนจีเรีย ซึ่งมักจะมาติดคุกในเมืองไทย ด้วยข้อหาคดีขนและค้ายาเสพติด นอกจากนี้ปัจจุบันสถานะของกัญชาในนิวซีแลนด์เอง ก็ยังคงถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

อิตาลี คือเบอร์ 4 ของโลก ที่มี “กัญชาชน” หรือผู้เสพกัญชาอยู่มากถึง 14.6% ของจำนวนประชากร สถานะของกัญชาในอิตาลี แบ่งเป็น 2 รูปแบบ กล่าวคือ จะเน้นหนักเล่นงานไปที่คนปลูกและผู้จำหน่าย แต่ละเว้นโทษให้แก่ผู้ที่มีกัญชาไว้ในครอบครอง หรือพูดง่ายๆ เลือกที่จะเล่นงานเฉพาะพวกรายใหญ่เป็นหลักนั่นเอง

สหรัฐอเมริกา หรือเมืองลุงแซม แต่ไหนแต่ไรมา ดินแดนแห่งนี้กัญชาเคยเบ่งบานมาตั้งแต่ยุค “บุปผาชน” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่วันนี้สหรัฐอเมริกา จะกลายเป็นประเทศหมายเลข 3 ของโลก ที่มีผู้เสพกัญชาอยู่ถึง 14.8% ของจำนวนประชากร

สถานะของกัญชาในสหรัฐฯ ถือว่า ถูกกฎหมายเมื่อใช้กับทางการแพทย์ใน 22 รัฐ และ ถูกกฎหมายสำหรับการใช้เพื่อความบันเทิงใน เฉพาะที่รัฐโคโลราโด และวอชิงตัน เท่านั้น

แซมเบีย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลก ที่มีผู้สูบหรือเสพกัญชาอยู่มากถึง 17.7% ของจำนวนประชากร แม้ว่าสถานะของกัญชาในประเทศนี้ ยังคงถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

แอน...แอ่น...แอ๊น ทีนี้ก็มาถึงอันดับ 1 เจ้าของสถิติที่เดินไปไหนมาไหน ทั้งประเทศ ผู้คนน่าจะทำตาปรือ และส่งยิ้มหวานจ๋อยใส่กันมากที่สุดในโลกนี้กระมัง ประเทศที่ว่านี้ก็คือ ไอซ์แลนด์ ดินแดน แห่งความหนาวยะเยือก

พบว่าทั้งประเทศมีผู้เสพกัญชาอยู่ถึง 18.3% ของจำนวนประชากร หรือเทียบคร่าวๆในประชากรทุก 10 คนของไอซ์แลนด์ จะมีอยู่ 1.8 หรือเกือบ 2 คน ที่เป็น “ชาวสายเขียว” แม้ว่าสถานะของกัญชาในประเทศนี้ ยังคงถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็ตาม

กัญชา หรือในอีก 2 ชื่อ ที่มักนิยมเรียกกันว่า ปุ๊น หรือ เนื้อ นั้น จัดว่าเป็นพืชล้มลุก ในวงศ์ Cannabidaceae ส่วนของใบ มีลักษณะมนแฉก ลึกเข้าไปทางก้านหลายแฉก มีดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และเพศเมีย อยู่ต่างต้นกัน ส่วนของใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้ง เหล่าสมาชิก “สายเขียว” มักนิยมนำมาใช้สูบปนกับยาสูบ มีสรรพคุณ ทำให้มึนเมา

สารออกฤทธิ์ในกัญชาที่ชื่อว่า tetrahydrocannabinol หรือ THC นั้น ถือว่าเป็นสารออกฤทธิ์ทางจิตและประสาท ที่เชื่อกันว่า มีคุณสมบัติใช้เป็นยารักษาโรคได้หลายชนิด

เช่น บรรเทาอาการเจ็บปวด ใช้รักษาโรคต้อหิน ใช้กระตุ้นความอยากอาหารแก่ผู้ป่วยโรคเอดส์ และใช้เป็นยาแก้อาเจียนสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด

รวมทั้งยังมีความเชื่อกันว่า สามารถใช้บรรเทาอาการของ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อดังว่านี้ นายแพทย์พิรัตน์ โลกาพัฒนา หรือ “หมอแมว” อายุรแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เจ้าของเพจดัง “ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว” บอกว่า

ข่าวสารคืบหน้าล่าสุดของวงการแพทย์ ณ ขณะนี้ กัญชายังไม่ สามารถรักษามะเร็งในคนได้

“หลายปีมานี้ มีการวิจัยเรื่องประโยชน์และโทษของกัญชาในทางการแพทย์ สถานะของกัญชาในหลายๆประเทศจึงเริ่มเปลี่ยนไปจากภาพเดิมๆที่เป็นยาเสพติด มาเป็นใช้ประโยชน์จากกัญชาในการรักษาภาวะและโรคต่างๆ โดยเน้นที่ THC และ CBD ซึ่งเป็นสารสกัด จากกัญชา และมีบ้างที่พูดถึงการใช้กัญชามาสูบโดยตรง”

หมอแมวอธิบายว่า ต้องแยกไปเป็นอย่างๆ เช่น การใช้สารสกัด จากกัญชา ควบคู่ไปกับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็นต้นว่า กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้อาเจียน การใช้สารสกัดกัญชา หรือจากการสูบกัญชาโดยตรง ช่วยลดอาการได้

หรือกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด สารสกัดจากกัญชาสามารถช่วยลดอาการเจ็บปวด หรือลดการใช้ยาในกลุ่ม Opiod ได้

“แต่ถ้าเป็นการรักษามะเร็ง ณ ขณะนี้ ยังไม่มีงานวิจัยในระดับที่ยอมรับกันว่ากัญชา หรือสารสกัดจากกัญชา สามารถรักษามะเร็งได้ มีแค่งานวิจัยที่ระบุว่า สารสกัดกัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ หรือลดขนาดของมะเร็งในสัตว์ทดลองลงได้เท่านั้น”

สรุปแล้ว “หมอแมว” บอกว่า การทดลองระดับที่จะยืนยันว่า กัญชาสามารถใช้รักษามะเร็งได้จะต้องได้ผลสำเร็จที่มากกว่า ผลที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ ต้องทดลอง หรือทดสอบ ผ่านกระบวนการวิจัยในมนุษย์ กับผู้ป่วยจริงก่อน นั่นเอง

“ดังนั้น เรื่องที่หลายคนเข้าใจว่า กัญชาใช้รักษาโรคมะเร็งในคนได้ จึงอาจต้องรอไปก่อน นอกจากนั้น ยังต้องศึกษาถึงผลข้างเคียงจากการใช้กัญชาอีกด้วย” หมอแมวทิ้งท้าย.