วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจพ่อผู้ขายทุกอย่างช่วยลูก สถิติชี้หมอจบใหม่งานหนัก เสี่ยงอุบัติเหตุ

จากโลกโซเชียลที่มีการนำเสนอ เรื่องราวความรักของพ่อที่ยอมขายบ้านเพื่อหาเงินมารักษาลูกสาว “หมอไผ่” แพทย์หญิง ชนกสุดา มนะเกษตรธาร หมอสาวอนาคตไกล ที่ประสบอุบัติเหตุรถทัวร์ชนเก๋งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนสมองตาย ต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู แม้ว่าแพทย์จะยืนยันว่าไม่มีทางหายกลับมาเป็นปกติ แต่ความหวังของพ่อก็ยังไม่จบสิ้นแต่เพียงเท่านั้น

เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ผ่าน Facebook ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประกาศขายบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 64 ตารางวา ราคา 2 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อนำเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลลูกสาวในระยะยาว ล่าสุดบ้านหลังใหญ่ที่ลงประกาศขาย มีผู้รับซื้อไปเป็นที่เรียบร้อย

ทว่า การนำเงินมาเป็นค่ารักษาเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุ อนาคตหมอจบใหม่ ต้องมาจบลงเพียงเพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย “อุบัติเหตุเกิดจากความประมาท” คำพูดที่เคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งแต่สูญเสียก็ยังคงเกิดขึ้นซำ้ซาก เฉกเช่นเหตุการในครั้งนี้

นายนรินทร์ มนะเกษตรธาร ผู้เป็นพ่อ ย้อนรอยเหตุการฝังใจ ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ ลูกสาวเป็นหมออินเทิร์น จบใหม่ ต้องทำงานอยู่เวรยาว 3-4 วันติด เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น วันที่ 6 ม.ค ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. หลังจากเลิกเวร ลูกสาวได้ขับรถ ไปเยี่ยมเพื่อนที่อำเภอจุน ห่างจากที่ทำงาน ประมาณ 100 กิโลกว่า ด้วยความที่หักโหมกับงานตลอดช่วงเทศกาล อาจทำให้หลับใน รถของลูกสาวตัดหน้ารถทัวร์ จนเกิดอุบัติเหตุรุนแรง จนสมองบวม นอนไม่ได้สติมาเป็นเวลาก 3 เดือนกว่าแล้ว

นายนรินทร์ เผยถึงอาการของหมอไผ่ว่า หมอไผ่เข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แพทย์ศัลยกรรมที่ดูแลอาการหมอไผ่ในขณะนี้ ไม่มีทางช่วย หมดทางรักษาให้กลับมาหายเป็นปกติ เพราะตอนนี้อยู่ในภาวะสมองตาย การฟื้นตัวเป็นไปได้ยาก โอกาสที่จะหายใจได้เองยังมีน้อย ตอนนี้อาศัยเพียงเครื่องช่วยหายใจยื้อชีวิตต่อไปเท่านั้น

ตอนนี้หวังแค่ให้หมอไผ่สามารถกลับมาหายใจได้เอง จึงต้องพึ่งทีมแพทย์ทุกฝ่าย ทางโรงพยาบาลให้หมอทางเลือกมาช่วยฝังเข็ม กระตุ้นกล้ามเนื้อ ซึ่งลูกสาวสามารถตอบสนองได้บ้างในขณะที่ได้รับการฝังเข็ม บางครั้งก็หายใจเองระยะหนึ่ง ยิ่งทำให้มีความหวังมากขึ้น

แม้ว่าอาการของหมอไผ่ยังไม่ฟื้นตัว แต่ทางผู้เป็นพ่อยังยืนยันว่าจะรักษาต่อไปจนกว่าจะหมดหนทางจริงๆ เคยสอบถามข้อมูลจากคนที่เคยป่วยเป็นโรคสมองตาย ระยะเวลาในการฟื้นตัวประมาณ 2 ปี-6 ปี แต่แค่หวังว่าหมอไผ่จะกลับมาหายใจด้วยตัวเอง และย้ายไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้

ตัดสินใจขายบ้านหาทุน รักษาลูกระยะยาว

นายนรินทร์ เผยว่า โรงพยาบาลตอนนี้เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ก็ว่าได้ เพราะต้องเฝ้าดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด จึงย้ายมาพักในที่ ที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ จนกว่าหมอไผ่จะสามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้

สำหรับค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้ยังใช้สิทธิ์ข้าราชการในการรักษา แต่จะมีบางส่วนที่เบิกไม่ได้ เช่น ยานอกบัญชี ที่โรงพยาบาลสำรองจ่ายให้ก่อน หลังจากนั้นต้องเคลียร์กับทางโรงพยาบาลทีหลังว่าต้องจ่ายเพิ่มเติมเท่าไหร่ ซึ่งยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่นอน เมื่อหมอไผ่พร้อมกลับไปรักษาตัวที่บ้าน เงินทุนในการรักษาพยาบาลทั้งหมดทางครอบครัวต้องจ่ายเอง นี่เป็นสาเหตุที่ตัดสินใจขายบ้าน

บริษัทรับซื้อบ้าน ขายได้คือเงินช่วยค่ารักษาพยาบาล

ซึ่งตอนนี้บ้านที่ลงประกาศขาย มีผู้รับซื้อเป็นที่เรียบร้อยโดย ประธานกรรมการบริษัทเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้บริษัท ร่วมทางฝัน ติดต่อซื้อบ้าน เพราะต้องการช่วยเหลือด้านเงินทุนในการรักษาพยาบาล

นายนรินทร์ เผยว่า ก่อนหน้านี้มีนายหน้ามาติดต่อขอซื้อบ้าน 3-4 ราย แต่ที่ตัดสินใจ ขายให้บริษัทร่วมทางฝัน เพราะจุดประสงค์ในการขอซื้อบ้าน ไม่ได้นำไปแสวงหากำไรต่อ ทางบริษัทให้เหตุผลที่รับซื้อเพราะ ตั้งใจช่วยค่ารักษา

ก่อนหน้าที่จะมีการโอน มีข้อตกลงและข้อเสนอจากทางบริษัท ว่าจะเก็บบ้านไว้จนกว่าทางครอบครัวหมอไผ่จะมาซื้อคืนในราคาเดิม

ล่าสุดในวันโอนบ้านมีการเปลี่ยนแผนจากเดิม เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านใหม่ พร้อมตั้งราคาขาย ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท โดยกำไรทั้งหมดที่หักต้นทุนแล้ว จะมอบให้เป็นค่ารักษาพยาบาลคุณหมอไผ่แทน

เงินส่วนนี้จะนำไปใช้หลังจากที่หมอไผ่กลับมารักษาตัวที่บ้าน ทางพ่อมั่นใจว่าจำนวนเงินที่ได้รับเพียงพอต่อการรักษาอาการลูกสาว จนอาการดีขึ้นแน่นอน ช่วงเวลาที่หมอไผ่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล นอกจากแพทย์แล้วยังมีพี่ชายที่เข้ามาช่วยดูแลหมอไผ่อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายเผ่า มนะเกษตรธาร พี่ชายเผยว่าในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะเดินทางจากกรุงเทพฯมา เชียงใหม่ เพื่อช่วยดูแลหมอไผ่เป็นประจำทุกสัปดาห์

นายเผ่า เผยถึงความรู้สึกต่อน้องสาวว่า ตั้งแต่เด็กจนโตจะอยู่ด้วยกันตลอด พึ่งมาแยกกันช่วงที่หมอไผ่เรียนมหาลัย ด้วยความที่เรียนคณะแพทย์ จึงเรียนหนักไม่ค่อยได้เจอ แต่ยังติดต่อกันอยู่ตลอดผ่านทางโทรศัพท์ หมอไผ่ถือได้ว่าเป็นที่รักของคนในครอบครัว ด้วยความที่เป็นลูกสาวจึงคอยดูแลเอาใจใส่คนในบ้าน อย่างปีนี้มีแพลนว่า จะพาพ่อกับพี่ไปเที่ยวจีน แต่มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน ซึ่งทุกคนรู้สึกใจหายมาก

เจ้าหน้าที่รัฐ แพทย์โรงพยาบาลทำงานหนัก เสี่ยงอุบัติเหตุ

นายนรินทร์ เผยถึงความรู้สึกในตอนนี้ว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้หัวหน้างาน ช่วยเน้นย้ำบุคคลากรของรัฐเรื่องการทำงานที่หักโหมเกินไป ยิ่งเป็นช่วงเทศกาล การดูแล ให้ความช่วยเหลือประชาชน เป็นหน้าที่ ที่หนักอยู่พอสมควร การดูแลคนอื่น จนละเลยสภาพร่างกายของตัวเอง เป็นสิ่งที่อันตรายมาก..ผมไม่อยากให้คนอื่นเกิดอุบัติเหตุและ เป็นเหมือนลูกสาวผม นายนรินทร์ พูดแทนความรู้สึกของครอบครัว

แพทย์ทำงานหนัก 168 ชั่วโมงต่อสัปดาห์..

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ตอบประเด็นการทำงานหนักของแพทย์ ว่า ความเจ็บปวดของคนไม่ได้เลือกเวลา ฉะนั้นต้องมี หมอ พยาบาล ที่คอยประจำที่ห้องฉุกเฉิน รวมทั้งห้องผ่าตัดฉุกเฉิน ทำให้แพทย์และพยาบาลต่างๆ ต้องอยู่เวรนอกเวลาทำงาน การทำงานของแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลนั้นแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

1. เวรปกติ เป็นการทำงานปกติ เวลา 08:00-16:00 น. หยุดเสาร์-อาทิตย์ เท่ากับอาชีพอื่นๆ
2. เวรวันหยุด เป็นการทำในวันหยุด เช่น วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการต่างๆ เวลา 08:00-16:00 น.
3. เวรดึก เป็นการทำงาน ในเวลาพิเศษ ช่วง 16.00-00:00 น. และ 00:00-08:00 น.
โดยคนทั่วไปจะทำงาน 8 ชม. 5 วัน ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ 40 ชม. ต่อสัปดาห์
แต่หมอและพยาบาลจะต้องทำงานทั้งหมด 24 ชม. 7 วัน รวม 168 ชม. ต่อสัปดาห์ เท่ากับต้องทำงานราวๆ 4 เท่าของอาชีพอื่น เพื่อดูแลคนไข้

แพทย์จบใหม่ เสี่ยงอุบัติเหตุรถชนหลังออกเวร..

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร เผยว่าโดยทั่วไปแล้วแพทย์และพยาบาล จะต้องทำงานเป็นทีมเพื่อครอบคลุมช่วงเวลาอยู่เวรและทำงานตลอดทำงานทั้งหมด 168 ชม. ต่อสัปดาห์โดยสลับเวรกันในแต่ละหน้าที่ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังขาดแคลนทั้งหมอ และพยาบาล ทำให้แต่ละคนทำงานยาวนานและหนักกว่าวิชาชีพอื่นมากกว่าเท่าตัว

ปัญหาอีกอย่างที่สำคัญคือ การตัดสินใจของแพทย์พยาบาลในแต่ละรายนั้นต้องใช้เวลาสั้นให้เท่าทันต่อวิกฤตการณ์ของคนไข้ เพื่อให้ชีวิตรอด โดยในขณะนั้นอาจจะมีเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนรวมถึงยาต่างๆ ในแต่ละสถานการณ์ที่ไม่เท่ากันในโรงพยาบาลที่มีขนาดและความสามารถที่ต่างกัน ซึ่งจะทำให้ผลการรักษาไม่เท่ากัน

ด้วยความที่ต้องใช้เวลาสั้นมากในการวิเคราะห์แนวทางการรักษาคนไข้ แพทย์และ พยาบาลจึงเกิดความเครียดมากกว่าอาชีพอื่น และหากมีปัญหาเกิดคดีฟ้องร้องโดยนำองค์คณะมาสอบสวนภายหลังโดยดูเหตุการณ์ย้อนหลัง ที่มีเวลามากพอที่จะใคร่ครวญทุกด้านย่อมมีแนวทางต่างกันได้ กับคนที่อยู่ในสถานการณ์จริง ทำให้เกิดปัญหาบ่อยๆ และผู้ประกอบวิชาชีพหลายคนออกจากระบบเพราะกลัวเรื่องเหล่านี้

ทางแพทยสภามีการตรวจสอบตลอดว่า บุคลากรแพทย์เหลือกี่คน ถ้ามีผู้เสียชีวิตก็จะมีแจ้งว่าเสียชีวิตเพราะอะไร แพทย์ที่อยู่กับการรักษาโอกาสเจ็บป่วย เป็นโรคน้อยมาก แต่ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ มักนำไปสู่อุบัติเหตุได้ ส่วนใหญ่เป็นแพทย์ที่ต้องขับรถกลับบ้านเองในช่วงหลังจากการออกเวร เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียแพทย์ที่มีอายุน้อย

แพทย์ขาดแคลน รัฐไร้งบจ้างงาน...

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร เผยถึงสาเหตุหลักที่ทำให้แพทย์ต้องทำงานหนักเป็นเพราะ ภาระงานด้านสุขภาพสูงขึ้นด้วยโรคเจ็บป่วยมากขึ้นและคนอายุยืนขึ้น แพทย์จึงขาดแคลน ซึ่งทางแพทยสภาแก้ไขโดยเพิ่มการผลิต โครงการต่างๆของรัฐบาลจากเมื่อก่อนมีแพทย์จบใหม่เพียง 800 คน ซึ่งตอนนี้เพิ่มเป็น 3,000 คน ต่อปีแล้ว

อีกปัญหาคือ ขาดตำแหน่งข้าราชการรองรับ ในโรงพยาบาล ทั้งแพทย์และพยาบาลเพราะ รัฐไม่มีงบประมาณในการจ้างเพียงพอซึ่งในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังหาวิธีแก้ไขอยู่.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน