วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

HONDA CIVIC HATCHBACK 1.5 TURBO

Civic เป็นรถยนต์ครอบครัวขนาดกะทัดรัดที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เป็นรุ่นที่ Honda ภาคภูมิใจเนื่องจากมียอดขายสูงสุดในกลุ่มยานยนต์ของ Honda ปัจจุบัน Civic มีตัวถังให้เลือกหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู คูเป้ 2 ประตู และแฮตช์แบ็ค 5 ประตูที่เพิ่งจะทำตลาดในประเทศไทย สำหรับ Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 10 คลอดออกมาในช่วงต้นปี 2016 ด้วยความตั้งใจในการออกแบบและทดสอบ หลังจากออกขายทั่วโลกได้ไม่นานนัก กระแสการตอบรับจากลูกค้าที่เป็นไปในทางบวก ทำให้ Honda Civic FC ประสบความสำเร็จโดยสามารถทำยอดขายได้อย่างท่วมท้น Civic รุ่นใหม่กลายเป็นรถยนต์สปอร์ตซีดานที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของ Honda สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยนตรกรรมในกลุ่มรถยนต์ไซส์คอมแพคคาร์ จากรูปแบบ ความสวยงาม สมรรถนะ พื้นที่ใช้สอย อัตราสิ้นเปลือง และเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับใช้งานกับระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถ Civic เจเนอเรชั่นที่ 10 มาพร้อมส่วนท้ายแบบสั้นกุดที่ลงตัว และมีฝาท้ายที่สามารถเปิดออกได้ในมุมที่กว้างเพื่อการขนสัมภาระ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบมีประสิทธิภาพดีในด้านการตอบสนอง รวมถึงยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศใน Civic รุ่นที่แล้ว 

Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ออกแบบโดยทีมงานของ Honda ในประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของงานออกแบบทางวิศวกรรม การผลิต และงานทางการตลาดได้รับความร่วมมือจากพนักงานของ Honda ในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างรถยนต์ 5 ประตูขนาดเล็กให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค ทีมวิจัยและพัฒนาของ Honda ตั้งเป้าหมายการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวรถเพื่อทำให้การขับเคลื่อนดีขึ้น โดยทำการทดสอบภายใต้การใช้งานอย่างจริงจังร่วมกับรถยนต์จากฝั่งยุโรป การทำงานหนักของวิศวกร ช่างเครื่องยนต์และผู้บริหารของ Honda เพื่อยกมาตรฐานในการควบคุมขับขี่ ลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์และเสียงลม ลดอาการสั่นสะเทือนหรือความกระด้าง เพิ่มเติมคุณภาพของงานตกแต่งภายใน รวมถึงความประณีตในงานประกอบตัวถังภายในโรงงานของ Honda ที่มีอยู่ทั่วโลก

ปี 2014-2015 กระแสลดขนาดเครื่องยนต์เพื่อลดมลภาวะแต่ยังคงประสิทธิภาพของแรงบิดเอาไว้ด้วยการติดตั้งเทอร์โบได้รับความนิยมไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซล เริ่มจากฝั่งยุโรปที่ปล่อยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ความจุลดลง ตามด้วยอเมริกาเหนือและจีน นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์คอมแพ็คคาร์ยังมีการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้เกิดแนวความคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย กลายเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์จะต้องให้ความใส่ใจสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของตัวรถ เครื่องยนต์ใหม่ ระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ครอบคลุมแรงบิดในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 1 นับเป็น Civic รุ่นแรกที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้ากับการวางเครื่องยนต์แบบตามขวาง ทั้งยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่สามารถผ่านมาตรฐาน Muskie Act หรือ กฎหมายควบคุมมลพิษในไอเสียที่มีความเข้มงวดมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำหนดใช้ในปี ค.ศ. 1970 ตลอดทุกเจเนอเรชั่นที่ผ่านมา Honda Civic ได้เสนอแนวคิดและการสร้างคุณค่าของการใช้งานแบบใหม่ให้กับลูกค้าทั่วโลก ทำให้โมเดล Civic ได้รับการยอมรับ และมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา ซึ่งลูกค้าได้จ่ายออกไปเพื่อแลกกับรถยนต์ครอบครัวหนึ่งคัน Honda แจ้งว่า ปัจจัยที่มีส่วนช่วยทำให้การขับเคลื่อน แรงบันดาลใจและความพยายามในการสร้างรถยนต์รุ่น Civic มี 3 ประการด้วยกันก็คือ ความยินดีของลูกค้า ความยินดีของตัวแทนจำหน่าย และความยินดีในการสร้างสรรค์ของพนักงานในบริษัท Honda รวมถึงซับพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ของ Honda ความยินดีทั้งสามนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Honda Civic ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความต้องการ และการคาดหวังจากลูกค้าทั่วโลกที่กำลังมองหารถยนต์สักคันไว้ขับใช้งานในราคาที่เหมาะสม

Honda Civic Hatchback 1.5 Turbo ใช้รูปลักษณ์ที่มีความปราดเปรียวเพรียวลม ทรงของรถทั่วทั้งคันเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน พร้อมส่วนท้ายในสไตล์แฮตช์แบ็ค 5 ประตู ซึ่งมีความอเนกประสงค์ในการใช้งานจากฝาท้ายที่สามารถเปิดออกได้ด้วยมุมที่กว้าง และสูงกว่าฝาท้ายในรุ่นซีดาน

เส้นสายด้านข้างตัวถังที่มีความคมชัด สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์หรือแอร์โรไดนามิกส์ ช่วยลดกระแสลมต้านตัวถังจึงทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ด้านข้างของ Civic Hacthback ถูกออกแบบให้แบนและเตี้ยในแบบสปอร์ตคูเป้ ตัวถังมีความกว้างขึ้นอีก 30 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Civic รุ่นที่แล้ว มิติความกว้าง 1,799 มิลลิเมตร ส่วนความสูงที่ 1,421 มิลลิเมตรนั้น ลดลง 20 มิลลิเมตร Civic Hacthback ออกแบบให้แนวเส้นหลังคามีความปราดเปรียวมากกว่ารุ่นเดิม

การออกแบบให้ช่วงล้อมีขนาดใหญ่ และใส่ยางหน้ากว้างขึ้นเพื่อการทรงตัวที่ดี ระยะฐานล้อ 2,697 มิลลิเมตรที่ยาวขึ้นนั้น ทำให้การทรงตัวในย่านความเร็วสูงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ระยะโอเวอร์แฮงก์ที่สั้นลงช่วยทำให้การเลี้ยวกลับลำมีความคล่องตัวสูง นักออกแบบของ Honda ยังขยายพื้นที่ของห้องโดยสาร เพิ่มประโยชน์ในการใช้สอยจากรูปแบบ 5 ประตูของตัวรถ สัดส่วนความยาว 4,501 มิลลิเมตรนั้นสั้นกว่ารุ่นซีดานเล็กน้อย น้ำหนักตัวรถทั้งคันแค่ 1,316 กิโลกรัม ทำให้ New Civic Hacthback มีน้ำหนักที่เบาสูสีกับ Mazda 3 Hacthback

ส่วนหน้าของ Civic Hacthback เน้นความเป็นรถสปอร์ตด้วยโคมไฟหน้าแบบใหม่ ใช้หลอด LED ช่องรับอากาศบริเวณสปอยเลอร์หน้าดีไซน์แบบรังผึ้ง และใช้พลาสติกสีดำตัดกับสีขาวของตัวถังอย่างสวยงาม ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Runninglights กระจังหน้าโทนดำเงาคล้ายกระจังหน้าของ Civic RS ตัวถัง 4 ประตู เส้นสายที่คมกริบลากจากส่วนหน้าของรถไปจนถึงไฟท้ายรูปตัว C เป็นไฟท้ายแบบ LED ที่สว่างและคมชัดไม่ว่าจะเป็นแสงจากไฟหรี่หรือไฟเบรกและไฟถอย สปอยเลอร์หลังออกแบบให้มีสันเหลี่ยมดูแปลกๆ ตา พร้อมช่องระบายอากาศที่มีรูปทรงคล้ายกับสปอยเลอร์หน้า 

ล้ออัลลอยจากโรงงานขนาด 17 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางลดแรงต้านทานผิวถนน ล้อลายกงจักรขอบ 7Jx17" ยัดยางไซส์ 215/50R17 91V ยี่ห้อ yokohama advan db decibel bluearth ทั้งสี่ล้อ เนื่องจากเป็นรถขับหน้าจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ยางแบบหน้าเล็กหลังใหญ่แต่อย่างใดทั้งสิ้น บั้นท้ายทรงเหลี่ยมวางไฟท้ายรูปตัว C พร้อมวิงหลังดักอากาศเพื่อกดส่วนท้ายของรถให้นิ่งเมื่อใช้ความเร็ว

วิงหลังของ Civic Hatchback ยังติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 แถมมาให้แบบจัดเต็ม ไฟท้ายรูปตัว C ออกแบบได้อย่างลงตัวสอดคล้องกับฝาท้ายเหลี่ยมๆ สปอยเลอร์หลังหรือกันชนหลังคลุมปิดทับส่วนท้ายด้านล่างเกือบทั้งหมด ที่เจ๋งมากก็คือ ท่อระบายไอเสียของรุ่น Turbo เป็นท่อแบบแยกฝั่งซ้ายขวาที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ท่อปลอมๆ ที่ใช้ตกแต่งเพื่อให้ดูสวยงาม และเหมือนกับท่อระบายแยกฝั่งของ Civic RS รุ่น 4 ประตูราวกับแกะ

Daring ACE Design กับแนวคิดการออกแบบห้องโดยสารของ Honda ตาม Concept Man maximum / Machine Minimum ให้ความสำคัญกับการควบคุมรถยนต์ในตำแหน่งคนขับรวมถึงเปิดพื้นที่ให้กับผู้โดยสาร ฐานล้อที่ยาวขึ้น ทำให้ห้องโดยสารของ New Civic FC กว้างขึ้นเล็กน้อย การออกแบบและตกแต่งมีการเลือกใช้พลาสติกและวัสดุคุณภาพดี ให้มุมมองที่เน้นความเป็นรถสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่น 4 หรือ 5 ประตู ราคา 1.16 ล้านบาท ของ Civic Hacthback 1.5 Turbo คุณจะได้ห้องโดยสารที่อุดมไปด้วยพลาสติก ซึ่งใช้ตกแต่งประดับประดาอยู่ทั่วไปหมด พลาสติกในห้องโดยสารมีเกรดที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแดชบอร์ด คอนโซล แผงประตู และชิ้นงานที่ใช้คาดกลางคอนโซลก็ยังให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว พลาสติกภายในของ Civic 5 Door ถูกปรับปรุงให้ดูดีมีราคามากกว่าเดิม

การออกแบบภายในยังคงเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม โดยเฉพาะคอนโซลและมาตรวัดที่แปลกตาออกแนวอวกาศทันสมัยกันสุดๆ ด้วยมาตรวัดแบบ TFT Thin Film Transistor ภายในโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกในการปรับตั้ง เบาะแบบสปอร์ตเดินตะเข็บด้ายสีขาว มีขนาดกะทัดรัดนั่งขับหรือโดยสารยาวๆ ได้ โดยไม่มีอาการเมื่อยขบจากการออกแบบจัดวางตำแหน่งของท่านั่งที่ดี คอนโซลแบบสองชั้นในรุ่นที่แล้วหายไป และแทนที่ด้วยคอนโซลทรงทันสมัยที่เน้นเหลี่ยมมุมมากเป็นพิเศษ งานตกแต่งภายในของ Civic Hacthback ยังแสดงออกถึงความประณีตบรรจง ช่องแอร์กรุด้วยพลาสติกสีเงิน ซุ้มเกียร์ออกแบบให้กั้นพื้นที่ระหว่างตำแหน่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า แยกออกจากกันอย่างชัดเจน

แผงมาตรวัดแบ่งออกเป็นสามช่องหลักๆ ประกอบด้วย มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ มาตรวัดระดับของเชื้อเพลิงภายในถัง และมาตรวัดรอบกับมาตรวัดความเร็วพร้อมจอภาพแบบ TFT ที่อยู่ตรงกึ่งกลางหน้าปัด มาตรวัดความเร็วแสดงผลแบบดิจิทัล รวมถึงมาตรวัดรอบแบบเข็มที่จำลองภาพมาจากมาตรวัดแบบแอนาล็อก มาตรวัด TFT ของ Honda Civic Hacthback มีความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบไปด้วย มาตรวัดรอบ และมาตรวัดความเร็วอยู่ในกรอบเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการอ่านค่า กึ่งกลางจอภาพมาตรวัด TFT ยังสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ระดับการบูสต์ของเทอร์โบ Mono Scroll เข็มทิศ การแจ้งเตือน และคำนวณการใช้เชื้อเพลิง การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ อุณหภูมิภายนอก ทริปมิเตอร์แจ้งระยะทางการวิ่ง นาฬิกาดิจิทัล น้ำมันหล่อลื่น และระยะทางในการเติมครั้งต่อไป คำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง กรอบมาตรวัดด้านขวาแจ้งระดับของเชื้อเพลิง ส่วนด้านซ้ายแจ้งอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์

เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าก็ยังปรับด้วยไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง เบาะคนขับคือศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ภายใน รวมถึงการควบคุมแป้นคันเร่ง เบรก และพวงมาลัยถูกจัดวางในตำแหน่งที่ลงตัว ส่งถ่ายท่านั่งขับที่ดีสำหรับการควบคุม 

พวงมาลัยแบบสปอร์ตทรงสามก้านติดตั้งสวิตช์เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift และสวิตช์สั่งงานระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์ในระบบบลูทูธ ปุ่มควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ปุ่มควบคุมระบบสั่งงานด้วยเสียงในระบบ SIRI พวงมาลัยไฟฟ้าของ Civic FC ปรับได้สี่ทิศทางทั้งไกล-ใกล้-สูง-ต่ำ ครอบคลุมสรีระเรือนร่างของผู้ขับ ไม่ว่าจะสูงยาวอวบอ้วน หรือตัวเตี้ยอ้วนสั้น ก็สามารถนั่งและปรับเบาะกับตำแหน่งของพวงมาลัยให้เข้ากับเรือนร่างได้อย่างสะดวก 

จอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว ใช้ระบบสัมผัสไปที่หน้าจอในการสั่งงาน เชื่อมโยงกับระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์ในรถ เช่น CD DVD MP3 USB AUX พร้อมภาครับวิทยุ AM/FM กับสารพัดลำโพงหลากขนาดจำนวน 8 ตำแหน่ง ช่วยขับกล่อมคอยสร้างบรรยากาศดีๆ เมื่อขับใช้งาน จอแสดงผลกลางยังเชื่อมต่อกับระบบให้ข้อมูลรายละเอียดของการขับ เช่น อัตราสิ้นเปลืองหน่วยเป็นลิตรต่อกิโลเมตร คำนวณปริมาตรเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง เป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมแกนกับเกียร์ถอย เป็นจอมอนิเตอร์ของการปรับตั้งค่าต่างๆ ของรถ คอยส่งภาพข้อมูลการขับเคลื่อนทั้งหมดผ่านจอมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลกลางเมื่อผู้จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว ยังมีเมนูภาษาไทยเพื่อความสะดวกในการเข้าและออกจากโปรแกรมการทำงาน ส่วนระบบกล้องตรวจสอบด้านข้าง (ซ้าย) หรือระบบ Honda LaneWatch ที่คอยส่งภาพมุมซ้ายทั้งหมดผ่านจอมอนิเตอร์ หรือจอแสดงผลกลางเมื่อผู้ขับเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวด้านซ้ายนั้นไม่มีติดตั้งมาให้เหมือน Civic RS รุ่นท็อปสุด!! 

ขุมกำลังซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Honda นับเป็นครั้งแรกที่ค่าย Honda หันมาคบกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ที่ติดตั้งระบบอัดอากาศ หลังจากผลิตเครื่องบ้ารอบ VTEC ออกมานานเต็มทน ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงสมรรถนะของรถซีดานรุ่นขายดีให้เหนือชั้นกว่ารุ่นที่ผ่านมา Civic Hacthback รหัสตัวถัง FC วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงขนาดเล็กความจุ 1.5 ลิตร แบบ 4 กระบอกสูบแคมคู่ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว บล็อกเครื่องยนต์หล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมินัมอัลลอยทั้งตัว มีปริมาตรความจุ 1,498 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 73.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.5 มิลลิเมตร มีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.6:1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงเข้าไปในห้องเผาไหม้แบบไดเรคอินเจคชั่น ผ่านการควบคุมการฉีดเชื้อเพลิงด้วยสมองกลไฟฟ้า หรือ ECU ของ Honda ที่เรียกกันว่า PGM-F1

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบบล็อกล่าสุดของ Honda ตัวเดียวกันกับที่วางอยู่ใน New Civic Turbo RS รุ่น 4 ประตู ใช้ชุดเพลาราวลิ้นพร้อมระบบ Dual-VTC เพียงแค่ระบบเดียว โดยระบบจะแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) โดยไม่ต้องใช้ระบบ VTEC เนื่องจากใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวแบบ Mono Scroll พร้อมเวสเกตแบบไฟฟ้า Electrical Waste-gate ชุดเทอร์โบและเวสเกตเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองการระบายแรงดันส่วนเกินที่รวดเร็วสอดรับกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC ในทุกจังหวะและทุกช่วงเวลาของการปิด-เปิดวาล์วไอดีและไอเสีย เทอร์โบตัวเล็กสร้างแรงบูสต์ได้สูงสุดที่ 16.5 psi เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร หรือ 22.4 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,800-5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังหันมาคบหากับเกียร์สายพานพูเลย์ CVT เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Honda เคลมมาให้อยู่ที่ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร (นอกเมือง) ใกล้เคียงกับอัตราสิ้นเปลืองของเครื่อง 2 ลิตร ใน Civic รุ่นที่ผ่านมา สำหรับมาตรฐานมลพิษของเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบอยู่ในระดับ EURO-6 มีทั้งความสะอาดและประหยัดควบคู่กันไป

ชุดส่งกำลังแบบสายพานพูเลย์ในอดีตของ Honda นั้น มีความย้วยจนทำให้ขับไม่ค่อยสนุกเท่าที่ควร เกียร์ CVT ใน New Civic โดยเฉพาะเกียร์ของรุ่น Turbo ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่หมด เพื่อปรับให้เกียร์มีความสมรรถนะด้านอัตราทดที่สอดรับกับแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์ เกียร์ CVT หรือเกียร์อัตราทดต่อเนื่องแปรผันใน Civic FC รุ่น 1.5 เทอร์โบ ยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยการติดตั้งแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift มาให้หลังพวงมาลัย

จุดเด่นของเกียร์ลูกนี้อยู่ที่ความลื่นไหลไร้รอยต่อ การทำงานตัดต่อขึ้นลงเรียบเนียน แถมยังกดแป้น Paddle Shift เพื่อล็อกเกียร์ไว้ในตำแหน่งต่างๆ เช่น เมื่อขับลงจากทางลาดชัน หรือเส้นทางบนภูเขาที่ต้องใช้เกียร์ต่ำขึ้น-ลง เกียร์ CVT ของ Civic Hacthback 1.5 Turbo สามารถล็อกตำแหน่งของเกียร์ได้ด้วยการเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง S หรือ Sport การส่งกำลังใช้สายพานโลหะที่มีความคงทนสองเส้น เกียร์ CVT ลูกนี้ยังทำให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความกระชับฉับไวรวดเร็วมากขึ้น

เมื่อทดลองขับ เกียร์ CVT ลูกใหม่ของ Civic Turbo RS มีส่วนช่วยสร้างอัตราเร่งที่ดีขณะออกตัวจากสัญญาณไฟ การทำงานของเกียร์ออกแบบมาให้เพิ่มความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ย่านความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ เกียร์ CVT ช่วยปรับให้รอบเครื่องยนต์ต่ำลง โดยใช้อัตราทดต่ำที่ 0.408 ซึ่งช่วยลดรอบเครื่องยนต์ลงได้มาก เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงกว่าเครื่อง 2.0 ลิตร ของ Civic รุ่นที่แล้ว อัตราสิ้นเปลืองที่ลดลงยังทำให้ค่าการปล่อย Co2 ต่ำลงอีกด้วย

ช่วงล่างในรถยนต์สมัยใหม่ ถือเป็นหัวใจของการควบคุม ใน Civic Hacthback 1.5 Turbo ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็กอัพและเหล็กกันโคลง สำหรับกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์พร้อมกันโคลง ช่วงล่างชุดใหม่ทำให้สัดส่วนความสูงลดลงอีก 14 มิลลิเมตร เหล็กกันโคลงมีการเพิ่มความหนาขึ้นอีกนิดเพื่อความแข็งแรง กันโคลงหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.5 มิลลิเมตร หลัง 16.5 มิลลิเมตร เบ้ายึดซับเฟรมช่วงล่างติดกับตัวถังถูกขั้นด้วย Hydraulic Suspension Bushing ช่วยซับแรงสั่นสะเทือน

ระบบบังคับเลี้ยวที่ส่งถ่ายความแม่นยำของการหักเลี้ยว หรือเปลี่ยนทิศทางใน New Civic Hacthback ยังคงใช้พวงมาลัยไฟฟ้า Dual Pinion Variable Ratio Electric Power Assisted มีการทำงานคล้ายกับพวงมาลัยไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากพวงมาลัยไฟฟ้าแบบอื่นๆ ก็คือนอกจากจะใช้มอเตอร์ผ่อนแรงหมุนเหมือนกันแล้ว อัตราทดของพวงมาลัยยังแปรผันไปตามความเร็วได้แบบอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มเติมประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้นกว่าที่เคยมีมา น้ำหนักที่ผกผันไปตามความเร็วมีทั้งเบาสบายมือในย่านความเร็วต่ำ และตึงกระชับสอดรับกับการใช้ความเร็ว ส่วนห้ามล้อใช้ดิสเบรกหน้า-หลัง จานดิสหน้ามีช่องระบายความร้อน พร้อมกับระบบช่วยเบรก เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA

ด้วยความที่เป็นรถแฮตช์แบ็คในกระแสมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ Civic Hacthback ได้รับความสนใจตั้งแต่ก่อนเปิดตัว แฟนคลับของ Honda ชอบหน้าตาที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม ไฟหน้าเฉี่ยวๆ กับฝากระโปรงหน้าที่ดูทันสมัย แถมสปอยเลอร์ก็แทบจะไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่มเติมให้เลอะเทอะ การอัพเดตเรือนร่างจาก 4 ประตูมาเป็น 5 ประตูเพิ่มความอยากให้กับคนชอบ Honda อย่างจัง ต้องยอมรับว่า Civic Hacthback เป็นรถที่สวยตั้งแต่ออกจากโรงงาน ความพยายามของ Honda ในการทุ่มเทกำลังคนและเงินทุนจำนวนมากเพื่อพัฒนารถ Civic รหัส FC ทำให้มันขับได้ดีขึ้น และเป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อผมได้ใช้ชีวิตร่วมกับรถรุ่นนี้นาน 7 วัน การปรับปรุงสิ่งที่เคยเป็นจุดด้อยทำให้ Hacthback ของ Honda ไล่ตามรถเจ๋งๆ อย่าง Mazda 3 แบบจ่อติดท้าย เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ที่ทำตามกระแสลดขนาดลดความจุแต่ปรับให้ขับได้สนุกขึ้นมาก ภายในปรับปรุงใหม่โดยไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ Civic รุ่นเก่า ทำให้ความรู้สึกเกี่ยวกับพลาสติกราคาถูกโดนลบล้างออกไป ถึงแม้จะไม่มีระบบนำทางติดมาให้แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะเอามาโจมตีกัน 

นอกจากขับได้ดีแล้ว Civic Hatchback ยังโดดเด่นมากในตลาดรถยนต์ 5 ประตูของญี่ปุ่นที่ขายในประเทศไทย ซึ่ง Mazda 3 เองเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว หลังจาก Skyactiv อาละวาดไปทั่วและสร้างความประทับใจในการขับจนมียอดขายที่ดีขึ้นทั้งๆที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะชอบรถ 5 ประตูสักเท่าไร Honda Civic Hacthback เจน 10 นั้นใหม่ถอดด้าม รูปลักษณ์ภายนอกภายใน เครื่องยนต์ ช่วงล่างทั้งหมดถูกทำขึ้นมาใหม่เพื่อเอาใจลูกค้าเก่า ค่าย Honda ระดมคนในบริษัทในการทำโปรเจกต์ New Civic และมันกลายเป็นงานปรับปรุงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Honda เคยทำออกมา

ด้วยความมั่นอกมั่นใจว่าของที่ทำออกมานั้นเจ๋งพอตัว คนของ Honda ให้ความเห็นว่า Civic รุ่นใหม่นั้นดีอย่างที่คุยเอาไว้จริงๆ การส่งรถมาให้ลองนานเจ็ดวันจึงเป็นการลองแบบใช้งานจริงที่มีทั้งการวิ่งในเมืองและการขับออกทางไกลโดยไม่ได้มุ่งจับผิดชี้จุดด้อยกันอย่างเดียว ขนาดและรูปร่างในวันเปิดตัว ทำให้ผมอยากขับแต่ก็ต้องรอนานหลายเดือน เนื่องจากความฮอตของมัน เมื่อเข้าไปนั่ง Civic Hacthback มีตำแหน่งท่านั่งที่ลงตัวกับการใช้อุปกรณ์หากคุณไม่ได้อ้วนจนตัวแทบจะระเบิดการหยิบจับหมุน หรือโยกอุปกรณ์ต่างๆ ของ Civic Hacthback อยู่ในเกณฑ์ดี พวงมาลัยกับเบาะที่ปรับได้กว้างมากครอบคลุมท่านั่งไม่ว่าคุณจะมีหุ่นอย่างไรก็สามารถขับมันได้ทั้งนั้น

เสาหน้าบางเฉียบ ทำให้มองเห็นได้ดีขึ้น พวงมาลัยหุ้มหนังแบบใหม่ก็ทำให้รู้สึกแพงดี โดยเฉพาะหนังที่ใช้หุ้มนั้นดีขึ้นเห็นๆ ส่วนอื่นๆ ก็ยังคงสไตล์ Honda เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดแนวอวกาศ จอสั่งงานด้วยระบบสัมผัส รวมถึงระบบแอร์ก็ยังโอนไปสั่งงานแยกย่อยที่หน้าจอแทนที่จะเป็นปุ่มบิดหรือกดแบบเก่า กดปุ่นสตาร์ตเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ เครื่องติดขึ้นเบาๆ แทบจะไม่ได้ยินเมื่อนั่งปิดกระจกอยู่ในห้องโดยสาร โยกคันเกียร์สั้นกุด ยกเท้าออกจากแป้นเบรก แล้วคุณจะพบกับความสนุกหากถนนโล่งมากพอ!!

รูปทรงแอร์โรว์หน้าจิกกดท้ายดูโด่งๆ แนวแฮตช์แบ็ค Civic Hacthback ทำตัวได้น่ารักเมื่อขับในเมือง พวกที่ชอบขับแบบไม่รีบร้อนก็แค่คาเกียร์ D กดปุ่ม ECON เพื่อความประหยัดแล้วก็รู้จักใช้คันเร่งแค่พอประมาณอัตราสิ้นเปลืองก็จะดีจนรู้สึกพอใจ หากเป็นพวกวัยเสียวใจเร็วชอบไปไวๆ ก็ยัดเกียร์ S คาไว้ โดยไม่ต้องไปใส่ใจกับอัตราสิ้นเปลือง รถ Hacthback ของ Honda คันนี้ไม่มีโหมดขับเคลื่อน คุณต้องโยกคันเกียร์เอาเองเมื่อต้องการใส่หนักๆ บนถนนที่โล่งมากพอ ความฉับไวและการตอบสนองของเครื่องยนต์อยู่ในเกณฑ์ดี ดีกว่า Mazda 3 ที่วางเครื่องที่โตกว่าแต่ดันไม่มีเทอร์โบ

แรงบิด 220 นิวตันเมตร มากพอที่จะดึงร่างหนัก 1.3 ตันให้พุ่งลิ่วๆ จนรู้สึกได้ถึงความเร็ว เกียร์ CVT ในเมืองไหลลื่นและปราศจากอาการย้วย เป็นเกียร์สายพานโลหะที่ปรับอัตราทดมาได้อย่างลงตัว ลบภาพลักษณ์อันน่าเบื่อของ CVT รุ่นเก่าจาก Honda จนไม่เหลือซากเดิม รุ่น 1.5 ลิตร เบนซินเทอร์โบ ใช้เทอร์โบแบบ MONO Scroll ที่มีประสิทธิภาพใช้ได้ อาการรอรอบมีนิดเดียว หลังจากเทอร์โบบูสติดมันก็จะจัดแรงบิดให้ตามที่ใจคุณอยากได้ พวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำเบาแต่ไม่ได้หวิวจนรู้สึกเหมือนพวงมาลัยในรถผู้หญิงอย่าง Honda City ระยะฟรีที่ลดลงทำให้เกิดความตึงไม้ตึงมือไม่หนักแต่ก็ไม่ได้เบาจนเสียความรู้สึก Honda เซตพวงมาลัยของ Hacthback ได้อย่างลงตัว ซึ่งส่งผลไปถึงการควบคุมที่มีความชัดเจน ทำให้คิดถึงพวงมาลัยลัยดีๆ ใน Mazda 3 ที่มีทั้งความแม่นและน้ำหนักที่เหมาะสม

เครื่องยนต์หมุนรอบสูงอย่างร่าเริงเมื่อคันเร่งโดนกดจนหมด การปล่อยของใน Civic ที่มีม้าแค่ 173 ตัว ไม่ใช่เรื่องน่าหวาดเสียวแต่อย่างใด ที่น่าจะเสียวมากกว่าก็ควรจะเป็นเรื่องการทำความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดพร้อมใบสั่งที่จะตามไปถึงบ้าน เครื่อง VTEC Turbo ตอบสนองดีโดยมีแรงบิดกว้างๆ ให้ใช้งาน คุณอาจชอบยัดเกียร์เองผ่าน Paddle Shift เกียร์ 3-4 นั้นมีแรงบิดที่ดี ไล่ไปถึงเกียร์ 5 ก็ยังใช้ได้ ส่วนเกียร์ 6-7 เอาไว้วิ่งทางยาวๆ เพื่อลดรอบเครื่องยนต์ การขับ Civic Hacthback แบบลากรอบคุณจะสนุกกับสิ่งที่มันแสดงออกมา แต่ก็ต้องยอมรับดัวยว่าการขับแบบลากรอบนั้นกินเชื้อเพลิง และทำให้เกียร์โทรมเร็วเกินความจำเป็น เนื่องจากต้องทำงานที่รอบสูงอย่างต่อเนื่อง

การเก็บเสียงที่เคยเงียบในย่านความเร็วต่ำ เมื่อหวดเร็วขึ้นเสียงลมจะเริ่มได้ยินที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางคุณภาพดียี่ห้อ Yokohama รุ่น DB นั้นเน้นความนุ่มเงียบทำให้เจ้า 5 ประตูวิ่งอย่างนิ่มนวลแม้จะขับเร็วๆก็ยังทรงตัวได้ดี ผมใส่ไปถึง 157 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมันก็ยังทรงตัวได้นิ่งสนิทดีจนต้องถอนคันเร่ง ยาง 215/50R17 91V ของ yokohama รุ่น advan db decibel bluearth ยังเกาะถนนได้ดีเมื่อต้องขับฝ่าสายฝนที่ตกหนักสลับเบาไปตลอดทาง ส่วนรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ลากไปได้ถึง 6,500 รอบต่อนาที น่าเสียดายที่เสียงการทำงานในรอบสูงของเครื่องยนต์ถูกทำให้เงียบลงเพื่อไม่ให้รบกวนการขับขี่ เสียงเครื่อง VTEC Turbo จึงขาดความเร้าใจไปพอสมควรในด้านของซุ่มเสียงเมื่อจัดหนักบนไฮเวย์

โดยภาพรวม เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างตอบสนองเป็นเลิศ สมราคาค่าตัว 1.169 ล้านบาทของมัน นอกจากเสียงเครื่องยนต์แล้ว การสื่อสารที่ดีของพวงมาลัยในย่านความเร็วสูงยังทำให้มั่นใจเกินเหตุอีกด้วย อย่าเผลอขับเร็วมากจนมีใบสั่งกองเต็มบ้านก็แล้วกัน!!

ถนนที่เปียกชื้นหากใช้ความเร็วให้เหมาะสม เจ้า Hacthback ก็จะโลดแล่นอย่างเพลิดเพลิน ทางยาวๆ ที่แห้งสนิทขับได้ปลอดภัยกว่าแต่ก็ไม่ควรใช้ความเร็วสูงมากจนเกินไป สรุบสั้นๆ หลังจากลากยาวจนคนอ่านเริ่มเบื่อก็คือ Honda Civic Hacthback 1.5 Turbo มีเครื่องยนต์ที่ดีตอบสนองได้ไวดั่งใจนึกแทบจะไม่มีอาการรอรอบ เกียร์แน่น และปรับอัตราทดได้ด้วยการใช้แป้น Paddle shift แม้จะเป็นเกียร์ CVT แบบสายพานพูเลย์แต่ให้อารมณ์เกียร์ฟันเฟืองทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่ขับสนุก ช่วงล่างแน่นกระชับไม่กระด้างนั่งสบายบนผิวถนนขรุขระ งานประกอบห้องโดยสารแน่นหนา ไม่มีเสียงรบกวนแม้จะวิ่งมาแล้ว 3,000 กิโลเมตร และผ่านมือสื่อมวลชนมาไม่น้อยทุกอย่างของมันก็ยังแน่น อาการโคลงตัวมีบ้างแต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่หรือห่วย

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ผมไม่ค่อยบอกเนื่องจากขับแบบผสมเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ อัตราสิ้นเปลืองนั้นขึ้นอยู่กับฝ่าเท้าและอารมณ์ของคุณเป็นหลัก แต่โดยเฉลี่ยแล้ว Civic Hacthback วิ่งในเมืองอยู่ที่ 8.5 กิโลเมตรต่อลิตร ออกนอกเมืองทำได้ 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยเชื้อเพลิง 91 ของ Shell เป็นรถที่ขับเรื่อยๆ ก็ดีหรือขับแบบเร่าร้อนก็ได้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องใช้ความเร็วกับอุบัติเหตุที่เป็นของคู่กัน Honda ปรุงแต่ง Civic รุ่นใหม่ทุกโฉมจนออกมาดี มันขับได้น่าประทับใจโดยเฉพาะรุ่น RS 4 ประตู และรุ่น Hacthback 5 ประตู ในที่สุด Honda ก็สามารถทำรถ Civic ที่ขับสนุกกว่า Mazda 3 ในด้านของอัตราเร่ง ส่วนการทรงตัวและประสิทธิภาพของการใช้งานนั้นยังคงสูสีแบบกินกันไม่ลง หากให้เลือกก็ขอทั้ง Mazda 3 Hacthback minor change สีแดงโซลเรดกับ Civic Hacthback สีขาวพร้อมๆ กันทั้งสองคันแบบรักพี่เสียดายน้องก็จะดีมากเลยทีเดียว. 

Honda New Civic Hatchback 1.5 Turbo Specifications
แบบเครื่องยนต์........................ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 4 สูบ 16 วาว์ล VTEC Turbo
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง....................หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ PGM-F1
ปริมาตรความจุ........................1,498 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก.................73.0 mm x 89.5 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด.....................10.6:1
แรงม้าสูงสุด...........................127 กิโลวัตต์ 173 แรงม้าที่ 5500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด............................220 นิวตันเมตร 22.4 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1700-5500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง...........................CVT continuously variable transmission
อัตราทดเกียร์............................2.645-0.405
อัตราทดเกียร์ถอยหลัง...................1.858-1.726
อัตราทดเฟืองท้าย........................4.810
ระบบบังคับเลี้ยว........................honda dual pinion steering wheel พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
พวงมาลัยหมุนสุด.........................2.22 รอบ
รัศมีวงเลี้ยว................................5.33 เมตร
ระบบห้ามล้อ
เบรกล้อหน้า...............................ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
เบรกหลัง..................................ดิสเบรก
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า..................................อิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช็กอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง..................................อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง

มิติตัวถัง
ความกว้าง................................1,799 มิลลิเมตร
ความยาว..................................4,501 มิลลิเมตร
ความสูง...................................1,421 มิลลิเมตร
ฐานล้อ.....................................2,697 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หน้า.........................1,547 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หลัง.........................1,563 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง.................133 มิลลิเมตร
น้ำหนัก.....................................1,316 กิโลกรัม
ล้อและยาง.................................7Jx17" 215/50R17 91V yokohama advan db decibel bluearth
ขนาดยางอะไหล่...........................T125/80D16
ความจุถังเชื้อเพลิง.........................47 ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
ไฟหน้า LED
ไฟท้าย LED
ไฟตัดหมอกคู่หน้า
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
กระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยว
กระจกมองข้างปรับพับเก็บได้
ระบบปัดน้ำฝนที่กระจกฝาท้าย
สปอยเลอร์หลัง
ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED
มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวถัง
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติหรือแบบหน่วงเวลา
ท่อระบายไอเสียแบบแยกท่อคู่
เสาอากาศครีบปลาฉลาม
ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน
สีภายในดำ
เบาะหุ้มหนังแท้และหนังสังเคราะห์
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล TFT
ระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่ง
ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ
ระบบความคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle shift
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์และเปิดแอร์ด้วยรีโมต
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
ปุ่ม ECON
พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
ไฟส่องสว่างห้องเก็บสัมภาระท้าย
เบาะหลังปรับพับ 40:60 
แผงกั้นห้องเก็บสัมภาระ

ระบบเครื่องเสียง
ระบบเครื่องเสียงแบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
ระบบรองรับการเชื่อมต่อ Smart phone
ระบบรองรับการสั่งงานด้วยเสียง SIRI
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth
ช่องเชื่อมต่อ USB สองตำแหน่ง
ช่องเชื่อมต่อ HDMI
ลำโพง 8 ตำแหน่ง 

ระบบความปลอดภัย
กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
เบรกมือไฟฟ้า
ระบบ Auto brake Hold
สัญญาณไฟเบรกอัตโนมัติเมื่อใช้เบรกแบบฉุกเฉิน
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
ม่านถุงลมนิรภัย
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
จุดยึดเบาะนั่งเด็กเล็ก
ระบบป้องกันล้อล็อก
ระบบกระจายแรงเบรก
ระบบควบคุมการทรงตัว
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบล็อกอัตโนมัติเมื่อกุญแจอยู่ห่างจากรถ
ระบบกุญแจนิรภัย

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/