บริการข่าวไทยรัฐ

ประดิษฐกรรมแห่งศตวรรษที่ 21

การประดิษฐ์นาฬิกาถือเป็นศาสตร์และศิลป์ชั้นสูง ที่ทุกแบรนด์ชั้นนำต่างทุ่มเทฝีมือในการรังสรรค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานมาสเตอร์พีซที่งดงามเหนือกาลเวลา

นำขบวนโดย CHANEL WATCH มอบเสน่ห์ดึงดูดให้กาลเวลามาตั้งแต่ปี 1987 โดยทุ่มเทสร้างสรรค์นาฬิกาในตำนานมากว่า 3 ทศวรรษ เริ่มเปิดตัวอย่างไม่มีใครคาดคิด ด้วยคอลเลกชั่น “Première” เป็นนาฬิการุ่นแรกที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับผู้หญิง มีรูปทรงคล้ายฝาขวดน้ำหอม Nº5 และ Place Vendôme ต่อมาในปี 2000 ชาแนลปฏิวัติวงการด้วยนาฬิกาเซรามิกสีดำ “J12” จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งประดิษฐกรรมศตวรรษที่ 21 ต่อมาปี 2005 นาฬิกา “J12 Tourbillon” ถือกำเนิดขึ้น เพื่อนำเสนอความเชี่ยวชาญของช่างชั้นสูงและได้พัฒนาขึ้นอีกขั้นเป็น “J12 Mysterious Retrograde” มีกลไกทำงานซับซ้อนมาก เปิดประตูให้ชาแนลก้าวสู่โลกการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงเต็มภาคภูมิ

ในปี 2012 ชาแนลฉลองครบรอบ 25 ปี นำเสนอคอลเลกชั่น “Première Flying Tourbillon” สร้างสรรค์นาฬิกากลไกซับซ้อนสูงเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ ตามติดด้วยการประดิษฐ์นาฬิกาทูร์บิญองประดับเพชร หน้าปัดตกแต่งดอกคามิเลีย พร้อมเดินหน้าเปิดตัว “Mademoiselle Privé” นาฬิกาที่เป็นเอกลักษณ์หาได้ยากยิ่ง ด้วยกลไกทำงานแสนประณีต และงานศิลปะสุดวิจิตรบนกรอบหน้าปัดเรือนเวลา ผสานเทคนิคแกะสลักแบบโบราณ เข้ากับฝีมือล้ำเลิศของช่างเคลือบเงา, ช่างแกะสลัก, ช่างสกัด และช่างฝังเพชร ล่าสุด เอาใจแฟนๆรุ่นใหม่ด้วยคอลเลกชั่น “BOYFRIEND Tweed” ได้แรงบันดาลใจจากลายผ้าทวีด ถักทอด้วยเส้นใยจากเหล็กกล้า อวดเทคนิคความเชี่ยวชาญเหนือชั้น

ด้าน HERMES ภูมิใจเสนอความโก้หรูเหนือห้วงเวลา ผ่านคอลเลกชั่น “Nantucket TPM” นำประดิษฐกรรมเรือนเวลาที่รังสรรค์เมื่อปี 1991 มาเรียงร้อยเข้ากับตัวเรือนยาวผสานอัตลักษณ์ของสร้อยข้อมือ “แองเคอร์เชน” จากมุมมอง “อองรี ดอริญี” ซึ่งได้รับโจทย์ให้ออกแบบนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพื่อถ่ายทอดความคิดขบถ โดยคอลเลกชั่นล่าสุดออกแบบตัวเรือนให้มีขนาดเล็กพิเศษ เพื่อขับเน้นลายเส้นของดีไซน์ดั้งเดิมให้เด่นชัดขึ้น

Audemars Piguet จับมือช่างศิลป์ในตำนานเผยโฉม “Royal Oak Frosted Gold” เอกลักษณ์เรือนเวลาระดับไอคอนสำหรับสุภาพสตรี ทอประกายแสงเจิดจรัสไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยฝีมือรังสรรค์ของ “แคโรลีนา บุชชี่” จิวเวลรี่ดีไซเนอร์ชื่อดังเมืองฟลอเรนซ์ สวยตะลึงสมกับฉลองครบรอบ 4 ทศวรรษ

ขณะที่ RADO เผยนิยามโรแมนติกครั้งใหม่สู่เรือนเวลาด้วยดีไซน์บางเฉียบ “TRUE THINLINE COLOURS” มาพร้อม 4 แพนโทนสุดชิค บนตัวเรือนและสายไฮเทคเซรามิก มอบสัมผัสบางเบาแต่แข็งแกร่ง ป้องกันรอยขีดข่วนเป็นเลิศ มีให้เลือก 4 เฉดสี คือฟ้า, เขียว, เทา และน้ำตาล

สำหรับ OMEGA โด่งดังจากการเปิดตัวเรือนเวลา Professional 3 รุ่น เมื่อปี 1957 ได้แก่ Seamaster 300, Railmaster และ Speedmaster จนกลายเป็นเรือนเวลาขึ้นหิ้งระดับตำนาน ล่าสุด แบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกสัญชาติสวิส เชิดชูเกียรติให้เรือนเวลาจักรกลชั้นยอดทั้ง 3 รุ่น ด้วยการสร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษในวาระครบรอบ 60 ปี สามารถซื้อแยกรุ่น หรือเป็นเจ้าของทั้ง 3 รุ่น ในรูปแบบกล่องสุดพิเศษ แฟนพันธุ์แท้โอเมก้าไม่ควรพลาด.