วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตลาดจักรยานโลกหดตัวทำราคาหล่น 2017 ถือเป็นปีทองของผู้ซื้อ!

บุษยา ประกอบทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ ในฐานะผู้จัดงาน “อินเตอร์เนชั่นแนล บางกอกไบค์” กล่าวว่า ภาพรวมตลาดจักรยานในปี 2017 มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลมาจากการหดตัวลงของตลาดจักรยานในทวีปอเมริกาและยุโรปซึ่งถือเป็นตลาดจักรยานที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 120,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตลดลง 15% ส่งผลกระทบต่อตัวเลขภาพรวมด้านการส่งออกจักรยานของผู้ประกอบการไทย ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ยังมีการชะลอตัว ทำให้ผู้ซื้อมีการเปรียบเทียบราคาสินค้ามากยิ่งขึ้น เกิดเป็นช่องว่างทางการตลาดให้กับจักรยานที่มีการนำเข้าจากประเทศจีน ที่มีความได้เปรียบด้านราคาสินค้าจากพิกัดอัตราภาษีการนำเข้าที่ต่ำกว่า ส่งผลให้ผู้นำเข้าหลายบริษัทเริ่มมีการปรับฐานและทบทวนปริมาณการสั่งซื้อสินค้าใหม่

โดยภายหลังการปรับฐานการสั่งซื้อสินค้าของผู้นำเข้าแล้ว ตลาดจักรยานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปี 2018 ส่วนภาพรวมด้านตลาดอุปกรณ์เสริม อะไหล่ แฟชั่นเสื้อผ้า มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าในกลุ่มประเภทล้อและแกนดุมชนิดต่างๆ ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสนใจสูงสุดในปี 2017 ซึ่งสินค้าในกลุ่มดังกล่าวยังคงมีปัจจัยลบจากสินค้าหนีภาษี และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่า ตลาดจักรยานของประเทศไทยในปี 2017 จะมีมูลค่าตลาดรวม 7,500 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าตลาดจักรยาน 4,500 ล้านบาท ในอัตราการเติบโตขึ้น 5-7% และตลาดอุปกรณ์เสริม เช่น อะไหล่ แฟชั่นเสื้อผ้า อุปกรณ์ตกแต่งจักรยาน มูลค่า 3,000 ล้านบาท อัตราการเติบโต 15%

ทั้งนี้ ในปี 2017 ถือเป็นปีทองของผู้ซื้อจักรยานอย่างแท้จริง จากภาวะการแข่งขันด้านการตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจจักรยานที่สูงขึ้น ส่งผลต่อการปรับตัวของราคาสินค้าและการจัดทำโปรโมชั่น โดยภายในงาน อินเตอร์เนชั่นแนล บางกอกไบค์ ครั้งที่ 9 มีผู้ประกอบการนำสินค้าเข้าร่วมจัดโปรโมชั่นพิเศษภายในงานกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดให้มีส่วนนิทรรศการแสดงสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านล้อและแกนดุม ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสนใจสูงสุดในปี 2017 ไว้ใน Innovation Pavilion ภายในงานอีกด้วย

นิธี สีแพร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ททท. มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวโดยจักรยาน ภายใต้แนวคิด Sport Tourism ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในปัจจุบัน ทั้งนี้ การท่องเที่ยวโดยจักรยาน ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยปัจจุบันคาดว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้จักรยานเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวและการกีฬา กว่า 450,000 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการจัดการแข่งขันจักรยานในภูมิภาคต่างๆ มากกว่า 2,000 ล้านบาท/ปี ในจำนวนนี้ เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวและนักกีฬาจักรยานต่างชาติ มากถึง 30%

โดยในปีนี้ ททท. มีการสำรวจเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬาและจัดทำขึ้นเป็นสินค้าใหม่ ตามโครงการ ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง โดยคัดเลือกเส้นทางจักรยานในจังหวัดเชียงราย เชื่อมโยง อ.แม่สาย-เชียงแสน เลาะเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง มาเป็นเส้นทางไฮไลต์เพื่อเชิญชวนนักปั่นทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสความสวยงามของเส้นทาง พร้อมซึมซับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่างๆ อย่างลึกซึ้ง โดยสามารถแบ่งเส้นทางออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

1. เส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ระยะทาง 5-30 กิโลเมตร โดยเส้นทางจะปั่นผ่านสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านศิลปวัฒนธรรม ร้านอาหาร จุดชมวิว และจุดแวะพักต่างๆ ทั้งในตัวเมืองเชียงรายและเชียงแสน อาทิเส้นทางจักรยานท่องเที่ยวในตัวจังหวัดเชียงราย เริ่มต้นจาก หอนาฬิกาในตัวเมืองเชียงราย ซึ่งถือเป็นงานศิลปะที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายทางพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ออกแบบโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จากนั้นปั่นผ่านวัดพระสิงห์ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช แวะพักรับประทานอาหารที่ร้านอาหารริมแม่น้ำกก ปั่นต่อไปยังวัดร่องขุ่น สิงห์ปาร์ค และกลับมายังหอนาฬิกาตัวเมืองเชียงราย เป็นต้น โดยเส้นทางดังกล่าวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และนักปั่นมือใหม่ ใช้ระยะเวลาในการปั่นตลอดเส้นทางเพียง 1-2 ชั่วโมง เท่านั้น

2. เส้นทางจักรยานเพื่อการกีฬา มีระยะทางตั้งแต่ 60-100 กิโลเมตร เส้นทางประกอบไปด้วยความท้าทายของอุปสรรคต่างๆ เช่น แรงต้านของลม ความชันของเนินเขาในระดับต่างๆ โดยตลอดเส้นทางยังคงเอกลักษณ์ในด้านความสวยงามของเส้นทาง ผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น เส้นทางจักรยานเพื่อการกีฬาเชียงแสน เริ่มต้นจาก ท่าเรือเชียงแสน มุ่งหน้าสู่อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ปั่นผ่านหอฝิ่น แวะรับประทานอาหารและชมกิจกรรมการทำกระดาษสา ณ บ้านจินนาลักษณ์ ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงการเรียนรู้ เสร็จแล้วปั่นต่อไปยังวัดหิรัญญาวาส ชมพระสานด้วยไม้ไผ่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก และปั่นกลับมายังท่าเรือเชียงแสน โดยโปรแกรมนี้ จะมีความเหมาะสมสำหรับนักกีฬาจักรยานที่ต้องการฝึกฝนด้านความแข็งแกร่งของร่างกาย ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวในเส้นทางใหม่ๆ ที่มีความสวยงาม ใช้เวลาปั่นตลอดเส้นทางประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับทักษะและความแข็งแรงของนักกีฬาแต่ละท่าน

โดย ททท. จะนำเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬาในจังหวัดเชียงราย เข้าเปิดตัวในงาน อินเตอร์เนชั่นแนล บางกอกไบค์ ครั้งที่ 9 ด้วยเช่นกัน จากนโยบายการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬาของ ททท. ผ่านการเปิดตัวเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬาใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันการปั่นจักรยานในรายการต่างๆ รวมไปถึงการจัดการแข่งขันมหกรรมจักรยานทางไกลประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ของ ททท. เอง คาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬา ทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อีกกว่า 10% นอกจากนี้ ททท. ยังตั้งเป้าหมายและกำหนดกลยุทธ์ให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภาค ซึ่งจะทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวต่อคนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้มูลค่าด้านการท่องเที่ยวและการกีฬาจักรยาน มีมูลค่าสูงถึง 2,500 ล้านบาท/ปี.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/