
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการจัดตั้งกองทุนประชารัฐ เพื่อเศรษฐกิจฐานราก วงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพและประกอบอาชีพอย่างเหมาะสมและพอเพียง รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณต่อผู้ที่มีรายได้น้อยแบบเฉพาะเจาะจง หรือถูกฝาถูกตัวมากที่สุด
“การจัดตั้งกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก วงเงิน 50,000 ล้านบาทในระยะต่อไป จะต้องตราเป็นกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนฯเกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อยได้อย่างตรงจุด ผ่าน 5 เรื่องที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การดูแลคุณภาพชีวิต การพัฒนาอาชีพ บรรเทาความเดือดร้อน การดูแลเรื่องที่ดินทำกิน และหลักประกันความเสี่ยง”
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้ต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนด้วยการเดินทาง ทั้งรถเมล์ และรถไฟชั้น 3 ฟรี ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ออกไปอีกเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 ก.ย.2560 โดยรัฐจะจัดสรรงบประมาณไปชดเชยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว ให้ทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) วงเงินรวม 1,907 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการรถเมล์ฟรี วันละ 800 คัน ประมาณค่าใช้จ่ายไว้ 1,540 ล้านบาท ส่วนรถไฟชั้น 3 ฟรี รัฐบาลจะรับภาระ ค่าใช้จ่ายในการจัดรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม วันละ 152 ขบวน และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกลในขบวนรถเชิงพาณิชย์ วันละ 8 ขบวน ประมาณการค่าใช้จ่าย 367 ล้านบาท “ที่ต้องขยายออกไป 5 เดือน เพราะจะได้สิ้นสุด 30 ก.ย.2560 และวันที่ 1 ต.ค.2560 นี้ จะได้เริ่มต้นการดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนรับสวัสดิการจากรัฐ เพราะรัฐจะให้สิทธิ์กับคนกลุ่มนี้ เวลาขึ้นรถเมล์ รถไฟ สามารถนำบัตรที่รัฐออกให้มาใช้ในการเดินทางได้”
ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝากกำชับประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี ให้ไปลงทะเบียนคนจนตามสถานที่ที่รัฐบาลกำหนดภายใน 15 พ.ค.2560 นี้ ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกรทุกสาขา รวมถึงสำนักงานเขตและคลังจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสการเข้าถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลที่จะเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2561.