บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อายุมากแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แก้ไขอย่างไร

โดย ครูเคท

วันก่อนมีข้าราชการระดับสูงท่านหนึ่งพาลูกมารับคำปรึกษากับครูเคทเพราะลูกอายุ 35 แล้วเพิ่งลาออกจากงานประจำในสำนักงานกฎหมายชั้นนำเพราะเครียดเรื่องงาน และไม่อยากหางานทำใหม่ ลูกนั้นเรียนเก่งมากเรียนนิติศาสตร์เหมือนคุณพ่อคุณแม่ จบโท 3 ใบจากในและต่างประเทศ เมื่อได้คุยกับลูกสาวพบว่าเธอนั้นไม่ได้ชอบเรียนสายนิติศาสตร์เลย เธอชอบอักษรศาสตร์ เธอชอบอ่านหนังสือ และชอบร้องเพลง เธอมีงานอดิเรกสอนร้องเพลงที่โรงเรียนดนตรีและเป็นสมาชิกชมรมร้องเพลงแห่งหนึ่งด้วย พอพูดถึงการร้องเพลงแววตาเธอจะเป็นประกายทันที

เธอสารภาพว่าเธอไม่อยากทำงานสายกฎหมาย แต่ไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียใจ เธอไปสอบผู้พิพากษาและอัยการมาทุกปี นับครั้งไม่ถ้วน แต่สอบไม่ผ่านทั้งๆ ที่เธอเป็นคนเรียนดี มีประสบการณ์ทำงานมากมาย นอกจากอาชีพแพทย์และวิศวกรแล้ว อาชีพผู้พิพากษาและอัยการเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่พ่อแม่มักคาดหวังให้ลูกได้เป็น เธอบอกว่าเธอคิดอะไรไม่ออก ไม่อยากคิด ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับอนาคต เธอคิดว่าตอนนี้พ่อแม่ไม่ภูมิใจในตัวเธอ เพราะสมัยก่อนพ่อมักจะเล่าเรื่องราวของเธอให้คนอื่นๆ ฟังด้วยความภูมิใจ แต่วันนี้พ่อแม่จะตอบสั้นๆ เมื่อมีคนถามถึงเธอ

เราจึงพูดคุยเพื่อค้นหาว่าจริงๆ แล้วเธอมีความสามารถอะไร และอยากทำอะไรที่แท้จริง เธอตอบว่าช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุดคือตอนที่เธอร้องเพลง เวลาเข้าไปซ้อมร้องเพลงที่ชมรม เธอจะขลุกอยู่ที่นั้น ร้องเพลงจนไม่สังเกตเวลาว่าดึกแล้ว เวลาไปสอนร้อนเพลงที่โรงเรียนดนตรี เธอจะกระตือรือร้นที่จะไปทำงาน แต่พอตื่นเช้ามาต้องไปทำงานสำนักงานกฎหมาย เธอแทบไม่อยากลุกขึ้นจากเตียง เธอมีความตั้งใจที่จะไปสอบเกรดด้านการร้องเพลงให้สูงขึ้นไป แต่เธอก็ได้แต่คิดมา 7-8 ปี เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของเธอคือต้องสอบผู้พิพากษาหรืออัยการให้ได้เสียก่อน

จะเห็นได้ว่าความทุกข์ใจของเธอคือการติดกรอบความคิดของตัวเอง อันก่อร่างขึ้นจากความคาดหวังและการบ่มเพาะของพ่อแม่ว่าอาชีพผู้พิพากษาหรืออัยการเป็นอาชีพที่ดี มั่นคง ได้รับการยกย่องจากสังคม ฯลฯ จนทำให้ความคิดนี้ฝังตัวลงในจิตใต้สำนึกของเด็กน้อยอย่างไม่รู้ตัวว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เธอจะต้องทำ เพราะคนที่รักและหวังดีกับเธอที่สุดเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อเธอโตขึ้น ความขัดแย้งในใจเรื่องการทำในสิ่งที่ดีที่สุด กับการทำสิ่งที่มีความสุขที่สุด ได้เพิ่มมากขึ้นๆ และหาทางออกไม่ได้ จึงทำให้เธอเกิดอาการท้อใจและไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว

เมื่อได้พูดคุยกันต่อ เธอยอมรับว่าเธออยากร้องเพลงอยากทำงานเกี่ยวกับการร้องเพลง แต่เธอจบปริญญาถึงสี่ใบด้านนิติศาสตร์ เธอจึงต้องทำงานด้านนี้ แต่พอครูเคทถามเธอว่าเธอมีปัญหาในการทำงานที่สำนักงานกฎหมายหรือไม่ เธอบอกว่าไม่มี ความจริงแล้วเธอทำงานดีมาก ได้รับคำชมเป็นประจำ และหัวหน้างานก็ไม่อยากให้เธอลาออก จะเห็นได้ว่าแม้เธอจะรู้สึกไม่ชอบ แต่เธอมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายเป็นอย่างดี ครูเคทจึงให้เธอลองคิดนอกกรอบว่า มีงานอะไรที่เธอจะได้ใช้ความสามารถด้านกฎหมายตามที่เรียนมาอย่างเต็มที่และเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลงที่เธอมีความสุขบ้าง การคิดอย่างนี้เป็นการคิดอย่างไม่ติดกรอบ 

ในที่สุดเธอก็ได้คำตอบด้วยตัวของเธอเองว่า เธอสามารถทำงานด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบันเทิงหรือองค์กรด้านปกป้องลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญหาที่เกี่ยวกับเพลงและภาพยนตร์ เธอมีความสุขมากเมื่อมองเห็นทางออกของอนาคตใหม่ที่เธอเป็นคนกำหนดเอง เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของเธอถึงการตัดสินใจของเธอ เธอเริ่มมองเห็นความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ว่าที่แท้จริงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ของเธอไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าการเห็นลูกพึ่งพาตนเองได้และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และสิ่งที่เธอตัดสินใจจะทำนั้น สามารถตอบโจทย์ลดความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ได้แน่นอน

คุณผู้อ่านที่อายุมากพอสมควรแต่ยังรู้สึกว่าตนเองไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ลองค่อยๆ ทบทวนความต้องการที่แท้จริงของตนเองดูนะคะ คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องหาความชอบที่แท้จริง (passion หรือลูกบ้า) ของตัวเองให้เจอ ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ไม่เปลี่ยนใจไปมา และอย่าเอากรอบความคาดหวังของใครมาหยุดยั้ง passion นั้นและเดินหน้าทำสิ่งนั้นด้วยความมานะพยายามไม่ย่อท้อ (perseverance หรือลูกอึด) คุณจะประสบความสำเร็จอย่าง “เก่ง ดี มีสุข” อย่างแท้จริงค่ะ

ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 08-1458-1165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ครูเคท