บริการข่าวไทยรัฐ

เคยมีเพลงละแสน! เปิดเรตลับ เอาเพลงค่ายต่างๆ มาร้องในรายการฟังแล้วอึ้ง?

มีข้อถกเถียงกันหลายต่อหลายปากมาตลอดในเรื่องของรายการ หรือองค์กรต่างๆ มีการนำเพลงที่ถูกแต่งขึ้นโดยค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มาร้อง เช่นรายการที่กำลังโด่งดังในขณะนี้อย่าง The Mask Singer (หน้ากากนักร้อง) ก็ได้รับความสนใจไม่น้อยในเรื่องของการที่นำเพลงหลากหลายประเภทและหลายค่ายเพลงมาร้องคัฟเวอร์ในแบบตนเองอย่างสนุกสนาน

เราเลยอยากรู้เหมือนที่ทุกคนอยากรู้ว่าค่าลิขสิทธิ์เพลงในการที่เราต้องเสียเงินซื้อก่อนที่จะนำมาร้องนั้น มีเรตราคาเท่าไร หรือแค่นำเนื้อเพลงเอามาพูดบางท่อนบางประโยคนั้นต้องเสียเงินหรือไม่...?เพลงฟรีที่นำมาร้องได้เลยจะมีบ้างหรือเปล่า? 

เราได้ติดต่อไปยังแหล่งข่าวผู้ให้ข้อมูล อาทิ ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม, ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวีบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ธัญวัฒน์ ชัยตระกูลชัย นักการตลาดชื่อดัง

"ค่าลิขสิทธิ์เพลง หากรายการ หรือคนนั้นๆ มีรายได้ จากการขายโฆษณาหรืออื่นๆ เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงที่ถูกนำไปร้องต้องมีรายได้ด้วย แต่หากนำเพลงไปร้องแล้วไม่มีการขายสินค้า ขายโฆษณา พูดง่ายๆ เป็นการกุศล หรือไม่มีรายได้จากการร้องเพลง ก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขต่างๆ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องลงกันเอง" แหล่งข่าวจากค่ายอโศกให้หลักการคร่าวๆ แบบนั้น

ขณะที่ ป๋าเต็ด เจ้าของเทศกาลดนตรีที่ใหญ่สุดในประเทศ เล่าว่า ไม่ว่าเพลงในสมัยไหนก็ตาม เมื่อถูกนำมาร้องโดยคนอื่นหรือรายการดังเอามาปรุงแต่งเพื่อใช้การใดๆ ทั้งหมดนี้จะต้องมีการจ่ายค่าเสียหายหรือที่เรียกว่าซื้อลิขสิทธิ์จากเจ้าของเพลงเป็นเงินทั้งสิ้น

"เวลาที่เอาเพลงของคนอื่นมาร้อง เสียเงินนะ ส่วนราคาพูดยากมาก เพราะมีวิธีการตกลงหลายวิธีเรื่องลิขสิทธิ์เพลงที่จะมีรายได้เข้ามาเกี่ยวข้องมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะต้องมี แต่บางรายขึ้นอยู่กับการตกลงกัน ต่อรองกันได้ มันจะมีกติกาของมันอยู่ ราคาสูงต่ำวัดจากวิธีการนำเอาไปใช้ หรือรายได้ของเพลงนั้นๆ"

เปิดเรตราคา ร้องเพลงกี่คำเสียค่าลิขสิทธิ์

เจ้าพ่อคอนเสิร์ตยกตัวอย่างว่า อย่างตนเองจัดคอนเสิร์ต ราคาก็มีหลายเรต เพราะว่ามีทั้งแบบเราบันทึกการแสดงเพื่อไปเผยแพร่ต่อไหม หรือไม่มี หรือถ่ายทอดสดหรือเปล่าราคาก็จะเป็นอีกเรตราคาหนึ่งทันที

"พูดอีกแบบถ้าเพลงนั้นถูกนำไปใช้ในโฆษณาจะราคาค่อนข้างสูงหน่อย เพราะคนเห็นบ่อย โฆษณาเกิดขึ้นบ่อย เราต้องเข้าใจ ยังไงก็เชื่อว่ามีคนเห็นจนต้องจำได้ และร้องเพลงนั้นได้เลยแหละ ถามว่าเคยได้เพลงฟรีโดยไม่เสียเงินมาให้นักร้องร้องในคอนเสิร์ตมั้ย มีแน่นอนครับในบางกรณี บางเพลง แบบต้นสังกัดอยากโปรโมต ผลลัพธ์มันเอื้อกันนะ คนเอามาร้อง เจ้าของเพลงก็ดัง ทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ที่การตกลงกัน"

ถามว่าแนวเพลงต่างๆ เช่น รายการเพลงดังๆ หันมาใช้เพลงสากลร้องประกวดมากขึ้น หรือหันมาใช้เพลงลูกทุ่งมากกว่า เพลงไทยฮิตๆ ของค่ายใหญ่ สิ่งเหล่านี้มีส่วนเรื่องค่าลิขสิทธิ์เพลงหรือไม่? หลายคนสงสัย ป๋าเต็ด บอกว่า แนวเพลงไม่มีส่วนในการเสียเงินหรือไม่เสียเงินนะ มันขึ้นอยู่กับความดังของเพลง และวิธีการเอาไปใช้มากกว่า อย่างเพลงการกุศลที่ให้ไปร้องฟรี ถ้าคนที่มาซื้อใช้ร้องในงานการกุศล แต่ถ้าเพลงถูกนำไปร้องในงานที่มีการขายบัตร มีเงินเข้า ในส่วนของเพลงเจ้าของค่าย ตัวผู้แต่งเพลง ผู้เขียนทำนอง ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินนั้นๆ ด้วย

"ไม่ใช่ที่เห็นเขาเอาเพลงลูกทุ่ง หรือเพลงสากลมาร้องกันในรายการเพราะคิดว่าค่าลิขสิทธิ์จะถูกกว่าเพลงดังๆ ที่ติดหูในบ้านเรา เพราะเพลงเหล่านี้เมื่อนำมาหารายได้ก็ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เช่นกัน" 

แล้วเรื่องที่มักมีคนนำมาล้อว่า หากเพลงต่างๆ ถูกนำมาพูดหรือร้องเล่นๆ ในรายการจะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เพลงนั้น ป๋าเต็ด บอกว่า จริงๆ มันจะมีกติกาตกลงกันไว้ ถ้าใช้เพลงนั้นไม่ถึงกี่วินาทีก็ไม่เสีย หรือเกินก็จะเสียในราคานี้ ซึ่งมันจะอยู่ที่การตกลงกัน เพราะเรื่องนี้ในแต่ละเจ้าเราสามารถพูดคุยกันได้ครับ ทุกอย่างต่อรองได้

"เงื่อนไขเพลงสากลเหมือนกับเพลงไทย ก็เหมือนเลย ต้องเสียเหมือนกัน แต่เปอร์เซ็นต์ที่เพลงสากลได้รับความนิยมมากกว่านั้น คือถ้ารายการเพลงนั้นดัง แล้วคนร้องเอามาคัฟเวอร์ ก็จะยิ่งทำให้เจ้าของเพลงดังขึ้นไปด้วย เขาจะยิ่งชอบ และอยากให้รายการต่างๆ เอามาร้อง เรตราคาแพงที่สุดที่เคยซื้อมา ก็ 1 แสนบาท ถือว่าสูงมาก ในปัจจุบันไม่นิยมซื้อแบบรายเพลงแล้ว" เจ้าของคอนเสิร์ตเมืองไทยยักษ์ใหญ่กล่าวทิ้งท้าย

ร้องเพลงเดียว เสียเงินแสน

เมื่อก่อนมีเพลงละเป็นแสนก็มี นักร้องเบอร์ต้นๆ ของประเทศลิขสิทธิ์เพลงจะแพงกว่านักร้องคนอื่นเป็นเรื่องจริง ....ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวีบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันรายการในช่องทั้งหมดจ่ายค่าลิขสิทธิ์เป็นรายปี เช่น 'ค่ายแกรมมี่' เป็นรายปี ปีละล้านกว่าๆ ซึ่งสามารถเลือกช็อปเพลงได้ตามสบาย

"เหมาจ่ายแล้วเลือกร้องของเขาได้ทั้งหมดเลย ซึ่งวิธีการเลือกเพลงก็เป็นของนักร้องแจ้งว่าอยากร้องเพลงอะไร จากนั้นเราก็เช็กราคา ถ้าแพงมาก ไม่คุ้มค่าก็จะบอกเขาตรงๆ จากนั้นเขาก็จะเลือกเพลงใหม่มาให้ เราก็จะพิจารณาราคาต่อไป หรือเห็นว่าเพลงไหนที่มีราคาสูงเกินไป (กรณีไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์แบบเหมารายปี) บอกเลยว่าเปลี่ยนเพลงได้ไหมเพราะราคาสูงมาก" 

ปัจจุบันการเลือกใช้เพลงในรายการของเวิร์คพอยย์มีทั้งเสียเงินและฟรี อย่างละครึ่งๆ 

"สาเหตุที่ฟรีมากขึ้น หรือจ่ายลดลงกว่าเมื่อก่อนก็เพราะว่า เจ้าของลิขสิทธิ์หรือเจ้าของเพลงนั้นๆ จะคำนึงว่า ถ้าการนำเพลงมาร้องออกรายการ ยิ่งเป็นรายการดัง เพลงที่หายไป หรือตกยุคไปแล้วก็จะกลับมาเป็นที่สนใจ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือเจ้าของเพลงนั้นๆ สามารถหารายได้จากสิ่งเหล่านี้อีก เช่นร้องเพลงโชว์ ออกอีเวนต์ เป็นต้น อย่างเพลงมือปืน ของพงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ก็กลายเป็นที่โด่งดังมากขึ้น เพราะมีคนนำมาร้องโชว์ในรายการนั้นเอง" ผู้บริหารมากความสามารถกล่าวสรุป

มุมมองการตลาด  ราคาถูก เพราะร้องที วิน วิน

ทิ้งท้ายด้วย  ธัญวัฒน์ ชัยตระกูลชัย นักการตลาดชื่อดังเจ้าของฉายาขาโหด บอกสั้นๆ ว่าลิขสิทธิ์จะเป็นต้องมีเพราะมันเป็นกลไกของการทำธุรกิจ กันไม่ให้คนนำไปหากินแบบละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีถูกคุ้มครองสิทธิ์ก็จะมีงานดีๆ เพลงดีๆ ออกมาสู่ตลาดมากมาย

"เดี๋ยวนี้เขาชอบให้นำเพลงมาร้องยิ่งรายการดังๆ แล้วด้วย เพราะเมื่อนำมาร้องเพลงเขาก็จะถูกพูดต่อ คนก็แห่ไปฟัง ไปโหลดมากขึ้นอย่างเพลงมือปืน ที่หน้ากากทุเรียนนำมาร้อง ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่รู้จักและคิดว่าหลายคนคงไม่ได้ยิน แต่ตอนนี้เป็นไงโด่งดังเป็นพลุแตก ผิดกับเมื่อก่อนอยากให้คนฟังเพลงต้องซื้อรายการวิทยุในราคาแพงๆ กว่าจะได้เปิด อย่างเพลงสากลหลายค่ายก็อยากให้นักร้องร้องทั้งนั้นเพื่อจะได้นำไปต่อยอด โดยคิดค่าลิขสิทธิ์ที่น้อยมาก หรือไม่คิดเลยก็มี" ขาโหดกล่าวในที่สุด