บริการข่าวไทยรัฐ

เสียเงินกินข้าวนอกบ้านเองหลายสิบปี! เปิดตัวนักชิมลิ้นเทพ แทน ไร้เทียมทาน (คลิป)

'งานนี้ไม่อ้วนฟรี อ้วนทั้งทีต้องอร่อย' เขาบอกผมแบบนั้น 

แม้เขาจะยังไม่เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างมาก แต่ผมว่าเขาน่าสนใจ ไม่เพียงเรื่องชีวิต แนวคิด 'การกิน' ที่ให้ต่อก็เช่นกัน

เขาเป็นมาแล้วหลายอย่าง เรียนกฎหมาย ทำงานการเมือง หันเหไปเรียนการตลาดจบการศึกษาจากอังกฤษ ทำมาแล้วสิ่งในวัย 39 ทั้งทำการตลาดให้นิตยสารรถยนต์ บริษัทสื่อสารทำการตลาด และอื่นๆ อีกมากมาย คุณพ่อทำเหมืองแร่

นอกจากกรรมการรายการอาหารชื่อดัง เขาก็เป็นนักชิมแบบที่บอก จุดเร่ิมคืออยากช่วยให้ร้านที่อร่อยแต่ไม่มีคนรู้ ได้ขายได้อยู่ได้ โดยไม่ล้มหายตายจากไปอย่างน่าเสียดาย 

"พูดง่ายๆ ที่เรียนมาไม่ได้เป็น แต่เป็นในสิ่งที่สนใจ นั้นคือการกิน" 

1. 

ไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จัก นักชิมหน้าใหม่ ที่น่าสนใจ เพราะการกินของเขาจับต้องได้ตั้งแต่ร้านอร่อยข้างถนนที่คุณไม่เคยรู้ ไปยันร้านอร่อยราคาแพง รับประกันว่าคุณอ่านเสร็จจะอยากรู้จักเขา เพื่อให้เขาพาเราไปชิม 

'ITAN - ไร้เทียมทาน' หรือ นายกิตติเดช วิมลรัตน์ นักชิมรุ่นใหม่ เจ้าของไอจี itan เล่าจุดกำเนิดของนักชิมลิ้นเทพว่า มาจากเราเคยทำรายการวิทยุ อารมณ์พาคนไปกินอาหารร้านอร่อยๆ พอทำไปสักระยะเลยขอเป็นคนทำการบ้านว่าจะพาไปกินที่ไหนเอง หลังจากนั้นก็ต่อยอดมาจนถึงวันนี้ ทำเกิดสนุกชอบหาร้านใหม่ๆ ที่จะไปกิน ตอนนั้นอินสตาแกรมกำลังมา ตนเองสมัครเร็วมากเลยได้ชื่อสั้นๆ ไม่ซ้ำใครว่า

'ไอแทน' เติม 'ไร้เทียมทาน' ไปเพราะมันคล้องจองและขยายสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราทำ

2.

แทนเล่าว่า ร้านแรกที่เป็นแรงบันดาลใจ คือร้านข้างขึ้นไปกินเป็นประจำวันหนึ่งเขาหายไป มารู้เจออีกทีเขาบอกมีคนมาชวนไปเปิดร้านที่สาทร เราก็ตามไปกิน จนเขาเจ๊งอีก เนื่องจากค่าเช่าที่แพง หายไปนาน กระทั่งกลับมาเปิดอีกทีที่รังสิตคลอง 2

"ดูทำเลแล้วผมคิดเลยนะว่ามาเปิดตรงนี้ใครจะมากินวะ แต่เราจะปล่อยให้เขาหายไปไม่ได้ต้องทำอะไรสักอย่าง เราต้องทำอะไรสักอย่าง ในใจก็กลัวเขาหายไปเพราะมันอร่อยจริงๆ จึงตัดสินใจลงอินสตาแกรมส่วนตัว ปรากฏว่าเพื่อนๆ ที่ตามอยู่ ชอบกินร้านนี้มารู้ว่าย้ายมาเปิดที่นี่เพราะไอจีผมพวกเขาก็ตามไปกิน" 

'อินสตาแกรมมันเป็นเครื่องมือมหัศจรรย์มาก เราแค่ลงภาพอาหารหนึ่งภาพแต่มีคนตามไปกินเพิ่มขึ้น จากนั้นก็เร่ิมลบภาพส่วนตัวที่โพสต์ในไอจี เหลือแต่ภาพอาหารเพื่อจะบอกทุกคนว่า เราจะเป็นนักชิมอาหารแบบจริงจังมากจากคนตามหลักร้อยก็เพิ่มเป็นหลักพันหลักหมื่นจนปัจจุบัน" แทน ย้ำเสน่ห์ของไอจีเขาว่าเป็นการเอาความเป็นทีวีมาใส่ลงไป

จากนั้นเราปวารณาว่า อยากช่วยร้านเล็กๆ ที่ขายไม่ดี แต่อร่อย และคนไม่ค่อยรู้ โดยไม่เสียเงิน ด้วยสโลแกน ไม่อ้วนฟรี อ้วนทั้งทีต้องอร่อย นี่คือสโลแกนเขา

ผมอยากทำให้มันเป็นการกุศล เพื่อที่จะช่วยร้านอร่อยแล้วไม่ค่อยมีคนรู้จัก ที่สำคัญจุดยืนของผมคือเงินซื้อไม่ได้ ถ้าไม่อร่อยไม่ลง 

"เคยมีคนมาเสนอเงินให้เพื่อช่วยโปรโมต ให้เงินเยอะหลายราย เพราะเขาเห็นว่าจุดยืนเรามี และคนที่ตามเราก็เพราะจุดยืน แต่เราก็ไม่รับ เพราะว่ามันขัดกับสิ่งที่เราคิดไว้ตั้งแต่ต้น เป็นจุดยืนที่อยากช่วยเหลือร้านอาหารอร่อยแต่ไม่มีคนรู้ ให้คงอยู่อย่างนั้นผมให้ผมได้มีของกินอร่อยๆ"

3.

สุดท้าย นักชิมรุ่นใหม่ บอกว่าอนาคต อยากจะเป็นนักชิม (ปัจจุบันเขามีงานนักชิมมากมายเชิญไปทั้งนอกและในประเทศ) อิสระ และช่วยเหลือคน

"ผมน้ำหนักขึ้นมาเป็นสิบโลเพราะว่าการเป็นนักชิม (หัวเราะ) แต่เป็นน้ำหนักขึ้นที่มาพร้อมกับความสุขทั้งคนกินและร้านค้าผมชอบ" 

เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ในฐานะนักชิมสิ่งหนึ่งที่มักจะทำก็คือการคอมเมนต์ เมื่อร้านต่างๆ อยากรู้ เขาก็จะบอกตรงๆ

"ตนยอมเป็นคนปากหมาคนเดียว แต่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ ผมก็ยอม เช่นถ้าไปกินแล้ว น้ำซุปมันเค็มไป เขาถามผมก็จะกล้าบอกเขาตรงๆ ถามว่ามั่นใจได้ยังไงว่าเราเป็นกลาง ผมค่อยข้างมั่นใจจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีคนไทยและต่างประเทศใหไปชิมอาหารเพื่อปรับปรุงรสชาติ อีกทั้งยังเป็นคณะกรรมการในรายการอาหารทั้งนอกและในประเทศ บอกตรงๆ การทำตรงนี้ ผมไม่รับเงินด้วยแล้ว มันไม่มีรายได้ แต่ผมก็มีความสุขที่จะทำ ปัจจุบันชิมมาแล้วหลายพันร้าน แต่สุดท้ายแบรนด์เราก็ไม่ได้ยึดโซเชียลเป็นหลัก เรายึดในแบรนด์ไอแทน" นักชิมอนาคตไกลกล่าวสรุป