บริการข่าวไทยรัฐ

ชาวบ้านเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตื่น พบไม้ตะเคียนคล้ายเรือโบราณ

ชาวบ้านเชียงดาว จ. เชียงใหม่ แตกตื่น พบไม้ตะเคียนคล้ายเรือโบราณฝังลึกใต้ดิน จนท.เตรียมหารือเจ้าของที่นา ขออนุญาตให้ขุดพิสูจน์ได้ เพราะเจ้าของนาไม่ยินยอมกลัวนาเสียหาย   

จากกระแสชาวบ้านแตกตื่น มีการกระจายข่าวว่าพบไม้ตะเคียนลักษณะส่วนที่โผล่ออกมาคล้ายเรือโบราณ อยู่ริมตลิ่งล้ำน้ำแมะ บ.จอมคีรี ม. 3 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

วันที่ 21 เม.ย.ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่เทศบาลแม่นะ และชาวบ้านจากหลายพื้นที่เดินทางไปที่บริเวณทุ่งนา ติดริมตลิ่ง ที่มีระดับสูงกว่าลำเหมืองประมาณ 5 เมตร พบลำต้นของไม้ที่โผล่ส่วนหัวออกมาจากพื้นดิน คล้ายกับหัวเรือและมีลำต้นกลวงโค้งเหมือนท้องเรือ

จากการตรวจสอบพบว่า ไม้ดังกล่าวเป็นไม้ตะเคียน ซึ่งถูกฝังลึกจากผิวดินประมาณ 2 เมตร โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นซากเรือโบราณ หรือลำต้นตะเคียนที่ล้มในอดีต ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันยกใหญ่ บ้างก็บอกว่าต้องเป็นเรือโบราณอย่างแน่นอน แต่บ้างก็บอกว่า น่าจะเป็นลำต้นตะเคียนที่อาจจะขึ้นในพื้นนี้เมื่อสมัยหลายร้อยปี ก่อนที่จะล้มแล้วถูกฝังอยู่ใต้ดิน

จากการตรวจสอบชั้นดิน พบก้อนหินลักษณะกลมซึ่งสันนิษฐานได้ว่า เมื่อสมัยโบราณหลายร้อยปี พื้นที่ในบริเวณนี้อาจเคยเป็นแม่น้ำมาก่อน จึงพบหินลักษณะนี้ใต้ชั้นดิน

ด้านชาวบ้านที่ไปดูบอกว่า น่าจะมีการขุดไม้ตะเคียนดังกล่าวขึ้นมาพิสูจน์ว่า เป็นเรือ หรือ ลำต้นตะเคียนโบราณจริงๆ หรือไม่ หากเป็นจริงก็จะมีการบวงสรวงอัญเชิญไปไว้ที่วัดในหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้ไปกราบไหว้ประกอบกิจกรรมตามความเชื่อของแต่ละคน แต่ในขณะที่การจะดำเนินการขุดพิสูจน์ตามความต้องการของชาวบ้านได้หรือไม่นั้น ต้องอยู่ที่เจ้าของที่นาผืนดังกล่าวว่า จะอนุญาตให้ขุดหรือไม่ เพราะเป็นที่ส่วนบุคคลมีเอกสารสิทธิ์ ไม่ใช่ที่สาธารณะแต่อย่างใด

นายรุ่งโรจน ดวงดี นายกเทศบาลตำบลแม่นะ และนายรังสิต พูลศรี หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.9 (เชียงดาว) พร้อมชาวบ้านจำนวนมาก มาตรวจสอบไม้ลักษณะคล้ายเรือโบราณฝั่งอยู่ในดินติดกับลำน้ำแม่แมะ ลึกประมาณเกือบ 3 เมตร ทางป่าไม้ยืนยันเป็นไม้ตะเคียนแน่นอน แต่จะมีความยาวเท่าไหร่ยังไม่ทราบ เพราะจุดที่ขุดอยู่ริมน้ำ ชาวบ้านขุดดูประมาณ 3 เมตร ที่เห็น แต่จะขุดต่อไม่ได้เพราะทางเจ้าของที่ยังไม่ยินยอม ต้องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาทำการตกลงกันก่อนเพราะเป็นพื้นที่นา

ด้าน นายสวัสดิ์ แข็งแรง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแม่นะ ให้ความเห็นว่า ชาวบ้านจะช่วยกันลงขันเพื่อให้เรือลำนี้ออกจากใต้ดินแล้วนำไปไว้ที่ที่เหมาะสม ผู้เฒ่าผู้แก่อยากรู้ว่าตะเคียนนี้จะยาวสักเท่าใด แล้วจะเป็นเรือหรือทางเดินของตาน้ำที่ทะลักออกมาเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา เคยมีน้ำท่วมไหลลงจากดอยมาตามสายน้ำแม่แมะ บ้านเรือนหลายหลังถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายจมลงใต้น้ำคงมีพัดพาเอาอะไรต่ออะไรมากับน้ำท่วม จึงอยากให้ช่วยกันนำรถแบ็กโฮ หรือชาวบ้านออกแรงกันขุด จะได้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มาของไม้ตะเคียนที่เหมือนเรือโบราณนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่ทราบว่าเป็นท่อนไม้หรือเรือโบราณ และเจ้าของพื้นที่ยังไม่ให้ขุดเพราะเกรงที่นาจะเสียหายได้ คงต้องมีการตกลงกันก่อน.