บริการข่าวไทยรัฐ

สุเทพ โผล่เฟซบุ๊ก จี้ สนช.ปรับแก้ กฎหมายพรรคการเมือง

สุเทพ โผล่ จี้ สนช. 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท.โผล่เฟซบุ๊ก จี้ สนช.ปรับแก้กฎหมายพรรคการเมือง หนุนเพิ่มจำนวน ปชช.ร่วมตั้งพรรคการเมือง จาก 500 เป็น 5 พันคน ขณะที่สมาชิกเสียค่าบำรุงรายปี จากคนละ 100 ต่อปี เป็น 365 บาทต่อปี 

วันที่ 21 เม.ย. เมื่อเวลา 16.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ(มปท.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึง เจตนารมณ์ของ กปปส.ต่อกฎหมายพรรคการเมือง ตอนหนึ่งว่า วันนี้กำลังเริ่มกระบวนการปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญของประเทศไทย กรธ.ได้จัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้สนช.พิจารณา พวกเรามวลมหาชนจะติดตามและแสดงออก

1.ในร่างกฎหมายพรรคการเมืองจำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่มเติม คือ เราต้องการให้พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง เช่น ในมาตรา 9 ที่ กรธ.กำหนดให้ ประชาชนที่มีอุดมการณ์ในทางการเมือง จำนวน 500 คน ร่วมจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองได้นั้น ตรงนี้ ตนเห็นว่า น้อยเกินไปควรปรับเพิ่มจำนวนเป็น 5,000 คน ขึ้นไป จึงจะรวมตัวกันจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองได้

และให้แก้ในมาตรา 10 ว่า ผู้ที่ขออนุญาตจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่อย่างน้อยมีจำนวนครึ่งหนึ่ง คือ ไม่ต่ำกว่า 2,500 คน เพื่อที่จะเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค และอื่นๆ เป็นขั้นตอนแรกของการจัดตั้งพรรคการเมือง ตัวเลขต้องแก้ให้สอดคล้องที่ไปแก้ไขใน มาตรา 9 เพิ่มตั้งพรรคจาก 500 เป็น 5,000 เงิน 100 บำรุงพรรคน้อยไป

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า 2. การที่จะแสดงว่า คนใดเป็นเจ้าของพรรคการเมืองที่แท้จริงต้องดูว่าใครเป็นคนออกเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง นั้น ร่างกรธ. มาตรา 15 (15) ที่ระบุว่า ให้ผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องเสียค่าบำรุงพรรคเป็นรายปี ปีละ 100 บาท ที่มีคนโวยวายว่า จะเป็นอุปสรรคทำให้ประชาชนไม่สามารถเป็นเจ้าของพรรคได้นั้น ก็ไม่จริง เพราะ 100 บาท น้อยเกินไป เราควรเสียสละเงินวันละ 1บาท หรือ ปี 365 บาท ที่จะทำงานการเมืองเพื่อประเทศเพื่อประชาชน เพื่อแผ่นดินเพราะเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนไม่ต้องการเห็นประชาชนเป็นเพียงส่วนประกอบของพรรคการเมือง จึงขอให้ สนช.ตระหนักว่า การที่จะทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนมีความสำคัญ คือ จำนวนคนที่จะเป็นเจ้าของพรรค และจำนวนเงินที่เจ้าของพรรคจะต้องบริจาคเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายพรรคในแต่ละปี