บริการข่าวไทยรัฐ

เร่งล่าตัวแฟนหนุ่ม ‘พญ.ทหารเรือ’ ร่วมตุ๋นลงทุนทัวร์ คาดยังอยู่ในประเทศ

ตำรวจ ปอศ.ไล่ล่าตัว แฟนหนุ่ม ‘พญ.ทหารเรือ’ พร้อมพวกอีก 1 ราย ที่ร่วมหลอกเหยื่อลงทุนบริษัททัวร์ ทำสูญเงิน 64 ล้าน คาดยังหลบหนีกบดานอยู่ในประเทศ ขณะที่ ล่าสุดสอบพยานแล้ว 15 ปาก

จากกรณีเรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายรวมกว่า 10 คน ประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร ทหาร พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมตัวกันเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อเอาผิดกับว่าที่นาวาตรีหญิง พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี แพทย์ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมการแพทย์ทหารเรือ หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด ย่านตลิ่งชัน แต่พอลงทุนจริงกลับไม่ได้รับผลตอบแทนทุกเดือนตามที่กล่าวอ้าง ทวงถามถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบัญชีถูกอายัด และไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองปราบปราม ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะแนะนำให้ไปแจ้งความที่ บก.ปอศ. เนื่องจากเป็นการฉ้อโกงเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ต่อมา ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวจำนวน 3 คน ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 เม.ย. 60 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. เปิดเผยว่า ภายหลังจากศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว จำนวน 3 คน คือ ว่าที่น.ต.พญ.พรรณรัตน์ และสืบทราบมาได้ว่าเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับครอบครัว ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่เมื่อช่วงก่อนเทศสงกรานต์ ทั้งนี้ ประสาน สตม. ช่วยประสานงานกับทางประเทศฟิลิปปินส์ ติดตามตัวมารับโทษต่อไป
ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายคือ นายโจ ไม่ทราบชื่อนามสกุล แฟนหนุ่มของ ว่าที่น.ต.พญ.พรรณรัตน์ และนางผ่องพรรณ ไม่ทราบนามสกุล เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คาดว่ายังหลบหนีกบดานซ่อนตัวอยู่ภายในประเทศ จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้มากกว่านี้ เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะไหวตัวหลบหนีไปได้อีก และอยู่ในช่วงระหว่างการติดตามจับกุมตัวอย่างเร่งด่วน

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า การสอบปากคำผู้เสียหายนั้น เบื้องต้น ขณะนี้พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้มีการเรียกสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วจำนวน 15 ปาก คงเหลือผู้เสียหายที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมอีกกว่า 20 ราย ซึ่งจะมีการดำเนินการสอบปากคำให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงว่า นอกเหนือจากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้จำนวน 3 คนแล้ว ยังมีบุคคลอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันกระทำความผิดในคดีดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่.