วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ไทย แจงมะกันหลายประเด็น ไม่เข้าข่ายทำขาดดุลการค้า

พาณิชย์ แจงมะกันหลายประเด็น ไทย ไม่เข้าข่ายทำขาดดุลการค้า ทั้งแทรกแซงค่าเงิน-เอดี-เอฟทีเอ แต่กังวลรายงาน NTE ถูกจับตาด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และมือถือ...

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 60 สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (สพต.) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ได้รายงานกรณีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ภายใน 90 วัน ตามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Executive Order) ส่งมายังกระทรวงพาณิชย์ของไทย เพราะไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ภายใต้การศึกษาครั้งนี้ จากทั้งหมด 13 ประเทศ คือ แคนาดา จีน สหภาพยุโรป อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

ทั้งนี้ มีการระบุว่าข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ต้องการทราบจาก 13 ประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ในปี 59 รวมถึงไทย ได้แก่ สาเหตุหลักของการขาดดุล โดยพิจารณารวมถึงมาตรการด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี, การทุ่มตลาด (เอดี), การอุดหนุนจากรัฐบาล, การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, การบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี และมาตรฐานแรงงานและระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน, การบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบ หรือมีการปฏิบัติที่เพิ่มภาระ หรือการเลือกปฏิบัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ, ผลกระทบของการค้ากับประเทศนั้นๆ ต่อกำลังการผลิต และศักยภาพของอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และความมั่นคงภายใน รวมถึงต่อการจ้างงาน และค่าจ้างสหรัฐฯ และสินค้านำเข้าและการปฏิบัติทางการค้า ที่อาจมีผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ยังต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีก ได้แก่ การขาดดุลการค้าที่มาจากโครงสร้างภายในของสหรัฐฯ, ความไม่สมดุลทางการค้าที่เกิดจากประเทศที่ไม่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาด, ปัญหาการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ที่มาจากการอุดหนุนของรัฐบาล 13 ประเทศ จนทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า, การขาดดุลที่เกิดจากความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ), การบังคับใช้กฎหมายที่ขาดความเข้มงวดและกลไกระงับข้อพิพาท ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดดุล และปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดการขาดดุลการค้า

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กำหนดให้ผู้สนใจ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนของทั้ง 13 ประเทศ ยื่นข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ และจะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะวันที่ 18 พ.ค.นี้ โดย สพต. ณ กรุงวอชิงตัน เห็นว่า ประเด็นที่ไทยไม่เข้าข่าย หรือมีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ ปัจจัยภายในประเทศเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบัน สหรัฐฯ ไม่มีการผลิตสินค้า และจำเป็นต้องนำเข้าจำนวนมาก และปัจจัยจากข้อผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และเอฟทีเอ ที่บั่นทอนสิทธิและประโยชน์ของสหรัฐฯ เพราะไทยไม่มีเอฟทีเอกับสหรัฐฯ ส่วนประเด็นเอดี ปัจจุบัน สินค้าไทยที่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บอากรเอดีมี 8 รายการเท่านั้น และที่ผ่านมา บางสินค้าไม่พบการทุ่มตลาด หรือบางรายการไม่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่การแทรกแซงค่าเงิน เพื่อให้ได้มาซึ่งการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมนั้น ไทยไม่ได้ใช้มาตรการนี้แน่นอน

ส่วนประเด็นที่น่ากังวลต่อไทยมากที่สุด ได้แก่ มาตรการกีดกันทางการค้าที่ก่อให้เกิดความไม่สมดุลในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะประเด็นปัญหาอุปสรรคทางการค้าสำคัญ ที่สหรัฐฯ เพ่งเล็ง และระบุรายงานประเมินสถานการณ์การค้าของประเทศคู่ค้าประจำปี 60 (2017 National Trade Estimate on Foreign Trade :NTE) ซึ่งได้หยิบยกขึ้นหารือกับไทยในการประชุมร่วมภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เช่น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ที่ในรายงาน NTE ระบุไทยยังมีการละเมิดมาก โดยเฉพาะการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังมีปัญหาการจดทะเบียนสิทธิบัตรล่าช้ามาก โดยสหรัฐฯ จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และจะประกาศผลการทบทวนสิ้นเดือน เม.ย.นี้

รวมถึงยังมีมาตรการทางเทคนิค และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยเฉพาะการยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรและเครื่องในที่มีสารแรคโตพามีน (สารเร่งเนื้อแดง) และการติดลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงนโยบายนำเข้าของไทย เช่น การควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก มาตรการทางศุลกากร, การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การกีดกันการค้าในภาคธุรกิจ และการลงทุน เป็นต้น.