บริการข่าวไทยรัฐ

'ปึ้ง' ชี้ร่างยุทธศาสตร์ฯน่าห่วง แขวะผู้นำวิสัยทัศน์แคบทำประเทศล้าหลัง

"สุรพงษ์" มอง ร่าง ก.ม.ยุทธศาสตร์ชาติ น่าเป็นห่วง เหตุพลังงานมีข้อจำกัด ชี้ผู้นำไทยต้องมีวิสัยทัศน์ ถึงจะยกระดับประเทศไปอยู่แถวหน้าได้

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำลังพิจารณากันใน  สนช.จะใช้ได้ผลจริงหรือไม่นั้น น่าเป็นห่วง เพราะโลกมีข้อจำกัดด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และแนวโน้มการใช้พลังงานเปลี่ยนไป ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตแตกต่างไปจากอดีตมาก ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดมลพิษและแนวโน้มในอนาคตการพัฒนาด้านต่างๆ ก็จะมีทิศทางที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านไอที หรือมีการนำเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้มากขึ้นเป็นลำดับ ในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนกับนานาอารยประเทศ หรือนำมาเป็นตัวช่วยใช้สนับสนุนในการขาย การตลาด หรือการให้บริการด้านต่างๆ หรือมาใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะใช้ประกอบธุรกิจการค้าขายการลงทุน การตลาด การชำระค่าสินค้า ภาษีการค้าผ่านทางเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพื่อให้ทันยุคทันสมัย

ทั้งนี้ผู้นำประเทศจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และควรมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ และการที่ไทยจะขยับตัวเองหรือคิดจะยกระดับให้ไปอยู่ในระดับต้นๆ  หรือแนวหน้า หรือเป็นศูนย์กลางการค้าขายในภูมิภาคอาเซียนนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะภาพลักษณ์ของผู้นำไทยไม่ได้มีวิสัยทัศน์ด้านการค้าขายการลงทุนเป็นที่ประจักษ์หรือเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ หรือมีความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจระดับนานาชาติมาก่อน

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามแต่ ผู้นำของเราท่านนี้มีความรู้ความสามารถด้านการทหาร การวางยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงเท่านั้น ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ หากดำเนินไปในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการแปรเปลี่ยนของโลกอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วทันสมัย ก็จะทำให้ไทยตามโลกไม่ทัน และการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศที่ขาดความรู้ความเข้าใจและขาดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลพอ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ ทำให้ล้าหลังในเวทีโลก เพราะประสบการณ์ ความรู้ และความเข้าใจ ในการค้าขายการลงทุน การประกอบธุรกิจกับต่างชาติในการวางยุทธศาสตร์ชาตินั้น ไม่ได้หาอ่านได้จากตำรับตำราเรียนแต่อย่างใด.