บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ADB จับตาเลือกตั้งไทยครึ่งปีหลัง 61 ชี้ หากสะดุด ฉุดขยายตัวเศรษฐกิจ

ธนาคารพัฒนาเอเชีย ชมเปาะ ไทยแลนด์ 4.0 ช่วยแก้กับดักประเทศรายได้ปานกลาง คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 60 โต 3.5% จากส่งออกฟื้น-บริโภคในประเทศขยายตัว-ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จับตาเลือกตั้งครึ่งปีหลัง 61 ชี้หากสะดุด จะส่งผลกระทบ...

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.60 นางลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของไทยในปี 60 จะขยายตัวที่ระดับ 3.5% โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการส่งออก การบริโภคภายในประเทศ ราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ปัญหาภัยแล้งหมดไป การลงทุนภาครัฐในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการผลักดันโครงการ EEC ส่วนในปี 61 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ระดับ 3.6%

ทั้งนี้ ภาคการส่งออกสินค้า เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปี 59 โดยในเดือนม.ค.60 ขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 8.5% โดยคาดว่าตัวเลขการส่งออกในปีนี้จะกลับมาอยู่ในแดนบวกและคาดว่าจะค่อยๆ ขยายตัวขึ้นในปีถัดไป โดยคาดว่าปี 60 จะขยายได้ราว 3% ขณะที่ในปี 61 จะขยายตัวได้ราว 4%โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวได้ดี ในยุค อินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง (Internet of things)

สำหรับการนำเข้าสินค้า คาดว่าจะขยายตัวควบคู่ไปกับการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน ความต้องการปัจจัยในการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน เมื่อการนำเข้าสินค้าเริ่มขยายตัว ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มลดลงจากระดับ 11.4% ของ GDP ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 9.0% ของ GDP ในปีนี้ และ 7.0% ของ GDP ในปี 61

นางลัษมณ กล่าวอีกว่า ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าสัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ จะมีมูลค่าเพียง 11% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดกับห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคเอเชียได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทย นโยบายกีดกันการค้าและการตั้งกำแพงภาษีต่อประเทศจีนจะส่งผลต่อการส่งออกของไทยไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร

ในส่วนของความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง อย่างไรก็ดี สถานะเงินสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งสามารถช่วยรองรับความไม่แน่นอนดังกล่าวได้ ทางด้านอุปสงค์ หากการเบิกจ่ายเงินลงทุนและการดำเนินโครงการลงทุนของรัฐล่าช้า รวมทั้งหากโครงการภายใต้ประเทศไทย 4.0 ไม่ขับเคลื่อน จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม

นางลัษมณ กล่าวอีกว่า ปัญหาความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีนั้น มองว่าไม่น่าจะเกิดความรุนแรง แต่จะส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวน สำหรับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยนั้น ตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ คือจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 61 แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่สิ่งสำคัญที่มองเห็นคือความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของไทย ส่วนผลสัมฤทธิ์จะมีมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งหากเกิดการสะดุดก็อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตของประเทศได้

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลชูนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จะช่วยแก้ปัญหากับดักประเทศรายได้ปานกลางเพื่อนำประเทศไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าการพัฒนาความพร้อมในแต่ละด้านจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนอกเหนือจากเรื่องถนนหนทางแล้วยังมีเรื่องระบบไอที พลังงานไฟฟ้าสำรอง การพัฒนาเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยังขาดการเชื่อมโยงไปสู่การผลิต การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ การปฏิรูปองค์กรภาครัฐ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

"ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ อาจต้องเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อทดแทนแรงงานวัยหนุ่มสาวที่มีสัดส่วนลดลง"