บริการข่าวไทยรัฐ

ป.ป.ส.แถลงยุทธการตัดวงจรเงิน เครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์ 70 ล้าน

ป.ป.ส.แถลงผลปฏิบัติการตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 60/3” รวบ 4 ผู้ต้องหา ทั้งชาวไทย มาเลเชีย และไต้หวัน พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 70 ล้านบาท พบมีการนำเงินมาลงทุน ในธุรกิจอสังหาฯ ท่องเที่ยว รีสอร์ต เพื่อฟอกเงิน ...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 20 เม.ย.60 ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการตามยุทธการบูรณาการตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 5/2560 “เครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ” ตามแผนปฏิบัติการ ชัยยะ สยบไพรี 60/3 ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 9 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 คน ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท

สืบเนื่องจากตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 282 กิโลกรัม ในพื้นที่ จ.สงขลา ก่อนขยายผลพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงกลุ่มค้ายาเสพติดรายสำคัญชาวไทย มาเลเซีย และไต้หวัน จึงได้รวบรวมหลักฐานจนสามารถออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้เพิ่ม 4 ราย คือ นายเซียง หมี่ ซื่อ หรือเก็กกอ สัญชาติ ไต้หวัน, นายตัน ฮัน เซียง หรือนายอาตัน สัญชาติมาเลเซีย, นางสาววิภารัตน์ การดี และนางวลัยพรรณ เพ็ชรพงษ์ หรือเจ๊ฟ่ง หรือฟ่งเจี่ย สัญชาติ ไทย ก่อนติดตามจับกุมพร้อมยึดอายัดทรัพย์สิน 36 รายการ ประกอบด้วยเงินสดเป็นธนบัตรไทยและธนบัตรสกุลต่างๆ จำนวน 30 ล้านบาท เงินฝากในบัญชีธนาคาร 17 บัญชี และทรัพย์สินอื่นๆ รวมกว่า 50 ล้านบาท รวมกับทรัพย์สินที่ทำการยึดอายัดไว้ก่อนหน้ากว่า 70 ล้านบาท

นายศิรินทร์ยา เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญยิ่งของหน่วยงานระดับประเทศกว่า 10 หน่วยงาน ในการขุดรากถอนโคนทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยการระดมสรรพกำลังและใช้ยุทธวิธีอย่างเต็มที่ ทั้งการการสืบสวนทางการเงิน การสืบสวนขยายผลการจับกุม การประสานงานด้านการข่าวทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องและยึดอายัดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดเป็นการตัดวงจรทางการเงิน ทำลายเครือข่ายและโครงสร้างการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ถือเป็นความร่วมมือในการปราบปราม และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพื่อลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน และสังคมโดยรวม

ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า เครือข่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ นายไซซะนะ แก้วพิมพา โดยถือว่านายไซซะนะ เป็นตัวการรายย่อยขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นเครือข่ายระดับโลก มีเงินหมุนเวียนหลายพันล้าน เนื่องจากพบว่า มีการขนยาไอซ์ผ่านช่องทางด่านสะเดา เพื่อเข้าไปยังประเทศมาเลเซีย โดยใช้รถเซฟที่สามารถบรรจุยาไอซ์ได้ครั้งละประมาณ 100-300 กิโลกรัมต่อคัน ต่อครั้ง จากภาคเหนือ ราคากิโลละ 1 ล้านบาท ถึงภาคใต้ ราคากิโลกรัมละ 3 ล้านบาท เมื่อผ่านถึงมาเลเซีย ราคากิโลกรัมละ 5 ล้านบาท ซึ่งหากยาเสพติดขนผ่านไปถึงไต้หวัน ราคาจะเพิ่มเป็นสิบเท่าตัว

สำหรับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้ ซึ่งเน้นค้ายาเสพติด ยังได้มีการนำเงินเข้าประเทศไทย ด้วยการเปลี่ยนสกุลเงินไต้หวัน ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันเป็น 2,400 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยตามอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็นเงินบาท ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่า อาจมีการนำเงินเข้ามาฟอกมากกว่าที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวมีการนำลงทุนใน 16บริษัท เป็นประเภทกิจการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต อสังหาฯ ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบการจ่ายภาษีรายได้ประจำปีแต่อย่างใด ดังนั้น คาดว่าเป็นการลงทุนอำพรางเพื่อฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด.