บริการข่าวไทยรัฐ

ชี้แจงเหตุป่วนใต้ 12 อำเภอ คนร้ายพลาดระเบิดตัวเองตาย 2 ปชช.-จนท.เจ็บ 8

กอ.รมน.ภ.4 สน.ชี้แจงสถานการณ์ก่อกวน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน 12 อำเภอ 3 จังหวัด คนร้ายพลาดเองตาย 2 เจ้าหน้าที่-ประชาชนบาดเจ็บ 8 เป็นการสร้างสถานการณ์ด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่อง และประทัดยักษ์ขว้างใส่ฐานปฏิบัติการ-จุดตรวจ...

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 เม.ย. 60 ที่ห้องแถลงข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิริธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าว กรณีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้สร้างสถานการณ์ความวุ่นวายพร้อมกันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 เมษายน 2560) จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวนด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่อง และประทัดยักษ์ขว้างใส่ฐานปฏิบัติการและจุดตรวจเจ้าหน้าที่ สรุปได้ดังนี้

พื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด 12 อำเภอ 13 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 4 อำเภอ 4 เหตุการณ์ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 5 อำเภอ 6 เหตุการณ์ จังหวัดสงขลา จำนวน 3 อำเภอ 3 เหตุการณ์

"การสูญเสีย ผู้ก่อเหตุรุนแรง เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 8 ราย และทรัพย์สินของทางราชการและพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง สำหรับผู้เสียชีวิตทราบชื่อ ดังนี้ (1) นายมะบีดี ลามะดอ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 6 บ้านกอแลปิ และตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พฤติกรรม เป็นสมาชิกระดับแนวร่วมในพื้นที่ (2) นายมะซากี เจะเละ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/12 หมู่ 5 ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา พฤติกรรม เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงเป็นความพยายามในการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการและพี่น้องประชาชน การเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรแนวร่วมที่เคลื่อนไหวเพื่ออ้างความชอบธรรมในการต่อสู้ของกลุ่มขบวนการ ขอยืนยันว่าผู้ที่สร้างสถานการณ์ก่อกวนในครั้งนี้ คือ คนไทยที่หลงผิดและทำผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐ มีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน มิใช่มาทำสงคราม ตามที่บางองค์กรพยายามกล่าวอ้างเพื่อยกระดับปัญหาไปสู่เวทีสากล”

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบผู้ที่เสียชีวิตในพื้นที่ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จำนวน 2 ราย จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงที่พยายามนำระเบิดแสวงเครื่องเข้าไปสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ แต่เกิดระเบิดขึ้นก่อนและนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุตรวจสอบแล้วเป็นของ นายรอมาลี แจ๊ะมะสอ อายุ 53 ปี เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จากการสอบสวนในเบื้องต้นให้การว่า นายมะซากี เจะเละ ได้ยืมไป อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการและกับดักของความรุนแรง

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยจัดกำลังเข้าคุ้มครองพี่น้องประชาชนที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่เสี่ยง และ เขตพื้นที่เมืองให้เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมทั้งได้กำชับให้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับให้ตำรวจตรวจสอบประวัติคนร้ายที่เสียชีวิต 2 คนอย่างละเอียด ว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อเหตุกลุ่มใด การเข้ามาทำงานในพื้นที่ รถจักรยานยนต์ที่ใช่ก่อเหตุได้มาอย่างไร ซึ่งจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่ความชัดเจนในการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง และจะเรียกหัวหน้าสถานีตำรวจที่เกิดเหตุทั้ง 3 อำเภอ เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี วางแนวทางสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก โดยเฉพาะการแกะรอยภาพวงจรปิดซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การหาเบาะแสของคนร้าย ขณะเดียวกัน นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา ได้ประสานให้จ้าหน้าที่อำเภอเทพา เข้าไปดูแลช่วยเหลือ น.ส.คอรีเย๊าะ ชีตือโม อายุ 28 ปี ชาวบ้านที่ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บจากเหตุซุ่มยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่จุดตรวจร่วม 3 ฝ่ายใน อ.เทพาแล้ว.