วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งล่ามือถอดหมุด แกนนำ ‘เอ็นดีเอ็ม’ วอน ปชช.ช่วยหนุน

กลุ่มเอ็นดีเอ็มลุยแจ้งความ สน.ดุสิต จี้ล่าตัวมือดีถอดหมุดคณะราษฎร รับกังวลกับ จนท.ขอแนวร่วมช่วยกดดัน ฉุน กทม.อ้างดื้อๆ กล้องวงจรปิดถูกถอดไปตั้งแต่ 31 มี.ค. ตร.-ทหารคุมเข้มห้ามเซลฟี่กับหมุดใหม่ “วิษณุ” ชี้ทำในฐานะพลเมืองดีได้ ปอท.ร้องดำเนินคดี “วัฒนา” ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ “ศรีสุวรรณ” ผ่อนท่าทีหลังถูกนำตัวเข้าค่าย “วัฒนา” ยังกร้าวซัด “ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน” “อ๋อย” เหน็บ “บิ๊กตู่” ไหนว่ายึดกฎหมาย “อภิสิทธิ์” โต้ทายาทคณะราษฎร หมุดประวัติศาสตร์เป็นเรื่องส่วนรวม “จ้อน” ยาหอมทีม ครม.ศก.สุดเจ๋ง ห่วงเปลี่ยนม้ากลางน้ำทำงานสะดุด “เกียรติ” ดักคอ ไม่เปลี่ยนคนต้องปรับนโยบาย ปชป.เย้ยทฤษฎีเก็บเงินบำรุงพรรคสวยหรู แต่ทำจริงยาก

ประเด็นมือดีถอดหมุดคณะราษฎร ยังมีความเคลื่อนไหวร้อนแรงต่อเนื่องของกลุ่มต่างๆ แม้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะออกมาปรามอย่านำเรื่องดังกล่าวมาจุดชนวนความขัดแย้ง ล่าสุดกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิต กล่าวโทษให้นำตัวผู้กระทำมาลงโทษทางอาญา

เอ็นดีเอ็มจี้ล่าตัวมือดีถอดหมุด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 เม.ย.ที่ สน.ดุสิต นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ หรือหนุ่ย แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต กล่าวโทษผู้นำหมุดคณะราษฎรที่ฝังอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าไป แล้วนำหมุดใหม่มาติดแทน ขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี โดยมีแนวร่วมนับสิบคนมาร่วมให้กำลังใจ อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นายธัชพงษ์ แกดำ มีนายตำรวจระดับสูงจำนวนมากมาร่วมสังเกตการณ์ อาทิ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงศรี ผบก.น.1 พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. ขณะที่ด้านนอก สน.ดุสิต มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบนับสิบคนมาติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด พร้อมสกัดกั้นไม่ให้เคลื่อนตัวไปที่ลานพระบรมรูปตามที่ประกาศไว้ แต่จัดรถตู้ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกรับตัวไปส่งที่ศาลาว่าการ กทม. เพื่อยื่นเรื่องขอดูภาพวงจรปิดแทน

กังวลกับ จนท.ขอ ปชช.ช่วยกดดัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มั่นใจว่าหมุดคณะราษฎรน่าจะหายไประหว่างวันที่ 2-8 เม.ย. ผู้ที่นำไปถือว่ากระทำความผิดฐานเบียดบังเอาโบราณวัตถุเป็นของตน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานโบราณวัตถุ และความผิดฐานลักทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะหมุดถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 335 (10) ทั้ง 2 ข้อหาถือเป็นอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนต้องสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี นำหมุดกลับมาไว้ที่เดิม และนำหมุดที่มาฝังแทนมาเก็บรักษาไว้เป็นของกลาง ยอมรับว่ากังวลกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนมาร่วมแจ้งความเพิ่ม เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่เร่งทำตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ฝากสื่อมวลชนไปถามจี้กับกรมศิลปากร ว่าเหตุใดจึงตีความว่าหมุดคณะราษฎรไม่ใช่โบราณวัตถุ ทั้งที่กฎหมายก็ระบุไว้ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉุน กทม.อ้างดื้อๆกล้องถูกถอด

ต่อมานายอภิสิทธิ์และแนวร่วมเดินทางมาที่ศาลาว่าการ กทม. เรื่องร้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว โดยนายยุทธภัณฑ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าฯ กทม. รับเรื่องและชี้แจง ว่ากล้องวงจรปิดรอบลานพระบรมรูปทรงม้าทั้งหมด 11 ตัว ถูกถอดออกตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. เพราะมีการปรับปรุงเสาสัญญาณไฟจราจร และกล้องอยู่ติดกับเสาด้วย สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มที่มาเรียกร้องถึงกับตะโกนต่อว่าเสียงดังลั่น จนตำรวจต้องเข้าไปห้ามปราม น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า รู้สึกตกใจมาก แต่แม้จะอ้างว่าไม่มีกล้องแต่ก็มีตำรวจ ทหาร ที่รักษาความปลอดภัย จึงเชื่อว่าต้องมีพยานบุคคล

ตร.-ทหารตรึงพื้นที่เข้มห้ามเซลฟี่

อีกด้านที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังคุมเข้มบริเวณโดยรอบตั้งแต่ถนนอู่ทองใน มีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวนนับสิบนาย พร้อมกำลังตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบ คอยสอดส่องห้ามปรามไม่ให้ใครเข้ามาบันทึกภาพ หรือแสดงเชิงสัญลักษณ์ แต่ปรากฏว่ามีนายกิตติธัช สุมาลยนพ หนึ่งในกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. เดินทางมาบริเวณที่ตั้งหมุดคณะราษฎร โดยนำแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่มาด้วย และนำตลับเมตรมาวัดรอบหมุดใหม่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปห้ามและขอเชิญตัวออกนอกพื้นที่ทันที

“วิษณุ” ชี้ทำในฐานะพลเมืองดีได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ เข้าแจ้งความที่ สน.ดุสิต เรื่องแบบนี้ตั้งเป็นเรื่องได้หลายเรื่อง แต่เมื่อเลือกเอาทางนั้นแล้วก็เป็นอีกทางหนึ่ง เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ระบุว่า หากไม่ใช่ผู้เสียหายก็ไม่สามารถแจ้งความได้ นายวิษณุตอบว่า เขาไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงถามว่าเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เพราะตำรวจต้องรู้ว่ามาแจ้งความในฐานะผู้เสียหายหรือพลเมืองดี ถึงมีคำสองคำในกฎหมาย คือ คำว่าร้องทุกข์ กับคำว่ากล่าวโทษ ถ้าร้องทุกข์คือเป็นผู้เสียหาย แต่ถ้ากล่าวโทษแปลว่าไม่รู้ว่าใคร อย่างนี้ถือว่าทำในฐานะพลเมืองดี

“บิ๊กป้อม” แหย่สื่อจะหายไป 14 วัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ว่า “มีเรื่องอะไร บอกมาก่อน ไม่มีเรื่องใหม่ ไม่ตอบ กู๊ดบาย เดี๋ยวผมจะหายไป 14 วัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามกรณีหมุดคณะราษฎรที่หายไป หลังตำรวจห้ามถ่ายรูปหมุดอันใหม่และมีกลุ่มขอดูภาพจากกล้องซีซีทีวีย้อนหลัง

คสช.ขอร้องอย่ามาจุดประเด็น

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า คสช.ขอความร่วมมือ และสร้างความเข้าใจ ทุกคนในฐานะคนไทย ทั้งนายกฯ รองนายกฯ รวมถึง ผบ.เหล่าทัพ ต่างให้ความสำคัญการสร้างความสามัคคีปรองดองที่กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี จึงควรสร้างความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเป็นหลัก มากกว่ามาจุดประเด็นทวงคืนหมุดคณะราษฎร ขอความร่วมมือว่าบรรยากาศบ้านเมืองตอนนี้กำลังก้าวหน้า มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าจะเรียกนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย มาพูดคุยในค่ายทหารนั้น ยังไม่มี เป็นเพียงข่าวลือ และรัฐบาล คสช. และเจ้าหน้าที่รัฐที่ถือกฎหมาย มีขั้นตอนมาตรการดูแลอยู่แล้ว พยายามไม่ใช้ข้อกฎหมาย แต่ขอความร่วมมือ คสช.พยายามทำให้ปัญหาคลี่คลายดีขึ้น

ปอท.ร้องดำเนินคดีกับ “วัฒนา”

ที่กองบินตำรวจ ดอนเมือง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ช่วงเย็นวันที่ 18 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีนายวัฒนา เมืองสุข ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า หมุดคณะราษฎรเป็นโบราณวัตถุ ให้คนไทยเรียกร้องทวงคืน ข้อความดังกล่าวเป็นเท็จทำให้ประชนบางส่วนเข้าใจผิดออกมาเคลื่อนไหว อาจเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น คาดว่าเร็วๆนี้จะมีการออกหมายเรียกนายวัฒนามารับทราบข้อกล่าวหา

“ศรีสุวรรณ” ผ่อนท่าทีหลังเข้าค่าย

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ว่าเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยขอความร่วมมือให้หยุดเคลื่อนไหวเรื่องหมุดคณะราษฎร เพื่อความสงบเพราะการเคลื่อนไหวของตนอาจมีบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ แต่ไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา จึงได้ส่งจดหมายไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อทวงคืนหมุดคณะราษฎรแล้ว อาทิ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กทม. และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นหน้าที่องค์กรเหล่านั้นต้องดำเนินการต่อไป

“วัฒนา” ยก “ไผ่” นักสู้เผด็จการตัวจริง

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า “ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน” ขอแสดงความยินดีกับ “ไผ่ ดาวดิน” นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ที่ได้รับรางวัล “กวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชน” จากมูลนิธิ 18 พฤษภารำลึก แห่งสาธารณรัฐเกาหลี จากผลงานการต่อสู้กับเผด็จการ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการสร้างคุณูปการต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย เป็นรางวัลเดียวกับที่นางอองซาน ซูจี เคยได้รับ ถือเป็นเกียรติที่คนไทยควรภาคภูมิใจ แต่อีกด้านสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังป่าเถื่อนเพราะหากมีความเป็นอารยะ “ไผ่” จะไม่มีทางได้รางวัล

กร้าว “ผู้ดีเดินตรอกขี้ครอกเดินถนน”

นายวัฒนาระบุอีกว่า นายกฯสั่งให้เจ้าหน้าที่ล่าตัวคนแต่งโป๊เต้นเปลือยอกตอนสงกรานต์เพราะสังคมเสียหาย แต่ขอให้ยุติการโต้เถียงเรื่องหมุดคณะราษฎร ที่คนทั้งประเทศสนใจ หรือตำรวจออกมาบ่ายเบี่ยงการดำเนินคดีกับคนขโมยหมุด แต่ขู่จะดำเนินคดีกับคนที่ไปติดตามเอาสมบัติของชาติกลับคืน หรือการที่ไทยมีรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้แล้ว แต่ประชาชนที่ไปยื่นเรื่องขอให้ติดตามหมุด กลับถูกทหารควบคุมตัว หรือล่าสุดบ้านเมืองกำลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ คสช.ก็ยังอนุมัติสองขั้นให้พรรคพวก โดยไม่สนใจความรู้สึกประชาชน แบบนี้สมัยพุทธกาลเรียกว่าสังคมวิปริตหรือเป็นยุค “ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน” และเป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐมีอำนาจมากเกินจนประชาชนไม่เหลือสิทธิและเสรีภาพ

เหน็บ “บิ๊กตู่” ไหนว่ายึดกฎหมาย

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ชอบพูดว่า “ยึดกฎหมาย” น่าสงสัยว่ากรณีหมุดหายทำไมท่านไม่พูดว่ายึดกฎหมาย แทนที่จะหาตัวคนทำมาดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมาย แต่กลับมาคุมตัวและสอบผู้ที่ร้องเรียนทวงถามหาหมุดที่หายไป หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะชอบใช้คำว่ายึดกฎหมาย เฉพาะเวลาที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองเท่านั้น

“มาร์ค” โต้ทายาทคณะราษฎร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ รัตตกุลเสรีเริงฤทธิ์ หลานชายบุคคลหนึ่งในคณะราษฎร เรียกร้องให้ออกมาแสดงจุดยืนต่อกรณีดังกล่าว ว่า การวางหมุดเกิดขึ้นก่อนพรรคก่อตั้งมา 10 ปี และหนึ่งในคณะราษฎร คือ พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกฯขณะนั้น เป็นผู้วางหมุดนี้ จึงเป็นเรื่องของส่วนรวมไปแล้ว หลักหมุดคณะราษฎรไม่ใช่เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ถือเป็นเรื่องของส่วนรวม อาจพูดได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไปแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงพยายามโยงถึงพรรคประชาธิปัตย์ นายกฯ หรือทางตำรวจก็ระบุแล้วว่าจะไปสอบสวน เรื่องนี้เมื่อมีที่มาที่ไป หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ต้องทำหน้าที่ไป และต้องอธิบายให้สังคมรับรู้รับทราบ อย่านำมาเป็นชนวนความขัดแย้งในสังคม ส่วนจะหาเจอหรือไม่นั้น คงไม่ง่าย แต่ขอช่วยให้ก้าวผ่านจุดนี้ไปเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก

“จ้อน” ยาหอมทีม ครม.ศก.สุดเจ๋ง

วันเดียวกัน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.ทีมเศรษฐกิจ) ว่า จากการประเมินผลงานทีมเศรษฐกิจ เห็นว่ามีผลงานเป็นรูปธรรม 5 ด้าน ได้แก่ 1.ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมีเสถียรภาพต่อเนื่อง 2.ขับเคลื่อนปฏิรูปเศรษฐกิจโมเดลใหม่คืบหน้า 3.สร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ 4.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 5.พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นับว่าเดินมาถูกทางแล้ว และยังออกกฎหมายปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหามานาน เช่น กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กฎหมายแข่งขันทางการค้าขจัดการผูกขาด

ห่วงเปลี่ยนม้ากลางน้ำงานสะดุด

นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า การทำงานย่อมผิดพลาดบ้าง ทำไม่ทันบ้าง เป็นธรรมดาของคนทำงาน อย่าติเรือทั้งโกลน เพราะปัญหาของประเทศหมักหมมมานาน เวลาสั้นแค่นี้ทำได้ขนาดนี้ถือว่าสอบผ่าน ควรให้เครดิตมากกว่าเสนอให้โละทิ้ง การประเมินผลงานต้องเป็นธรรม มองรอบด้าน พิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วน ส่วนจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับแนวทางของทีมเศรษฐกิจ ย่อมเห็นต่างกันได้ เพราะการแก้ไขปัญหาหรือการปฏิรูปเศรษฐกิจมีหลากหลายวิธี ต้องดูที่ผลลัพธ์เมื่อผลออกมาดีก็ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางน้ำ หรือเปลี่ยนขุนพลกลางศึก จะทำให้งานปฏิรูปเศรษฐกิจของชาติสะดุด

ดักคอไม่เปลี่ยนคนก็ปรับนโยบาย

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายกฯระบุว่าไม่จำเป็นต้องปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจนั้น หากมองเศรษฐกิจภาพรวม อาจดูไม่มีปัญหา เพราะมีอัตราเจริญเติบโตร้อยละ 3 แต่ถ้าไปดูรายละเอียดลึกๆ จะพบว่ามีปัญหาหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาเกษตรกร หากจำเป็นต้องเปลี่ยนคนก็ต้องเปลี่ยน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนคนก็ขอให้เปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสม เพราะปัญหาหลายเรื่องขณะนี้นโยบายที่ใช้อยู่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ต้องใช้นโยบายอื่นเข้ามาช่วย ที่สำคัญคือนายกฯในฐานะผู้นำรัฐบาลเอานโยบายอะไรมาใช้ และตอบโจทย์หรือไม่ แต่ปัญหาดั้งเดิมทั้ง หนี้คนจน ราคาพลังงาน ส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงมาก ทั้งหมดนี้ไม่ได้รับการแก้ไขเลย แม้จะเปลี่ยน ครม.มาแล้วหลายครั้ง รัฐบาลชอบพูดว่าจะผลักดันระบบภาคการเกษตรให้เป็น 4.0 แต่เท่าที่ดูตอนนี้พบว่าระบบห่วงโซ่ระบบการผลิตสินค้าต้นทุน รวมไปถึงการส่งออกสินค้าการเกษตรยังมีปัญหาอยู่ ทำไมถึงไม่มีใครเข้าไปดู

ร.10 ให้ ขรก.หนุนนโยบายรัฐ 4.0

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้แจ้งในที่ประชุม ครม. ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ได้สั่งการให้ข้าราชการตั้งใจปฏิบัติงานตามแผนของรัฐบาล เพื่อมุ่งไปสู่ประเทศไทย 4.0 และกำชับข้าราชการกระทรวงเกษตรฯดูแลการฟื้นฟูเกษตรกรในภาคใต้ เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้พระราช-ทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายเกษตร 4.0 คือ เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2579 ระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยคาดหวังให้เกษตรกรมีรายได้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง หรือรายได้เฉลี่ยเท่ากับหรือมากกว่า 13,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน หรือ 390,000-400,000 บาทต่อคน ภายในปี 2579

สปท.เร่งรัฐบาลดัน ก.ม.เข้า ป.ย.ป.

อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมาชิก สปท.กว่า 30 คน เข้าหารือว่า สปท.มาแจ้งให้ทราบว่ากำลังติดตามกฎหมายที่ให้ความสนใจ อาทิ กฎหมายผังเมือง กฎหมายการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ระเบียบปฏิบัติการใช้ระบบดิจิทัลในทางราชการ รวมถึงปัญหาการประสานงานในระดับจังหวัดที่ยังบกพร่อง จึงจะหาแนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งเรื่องมาตรฐานคุณธรรม และความประพฤติ ข้าราชการ สมาชิก สปท.เสนอให้บางเรื่องออกเป็นระเบียบ กฎหมาย โดยใช้มติ ครม. ทุกเรื่องที่ สปท.เสนอมาจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) วันที่ 21 เม.ย.นี้

ผบ.เหล่าทัพนั่ง กก.ยุทธศาสตร์เหมาะ

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ วันที่ 20 เม.ย. ตนจะเป็นผู้ทำหน้าที่ชี้แจงตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับนั้น ในส่วนของ ครม. กำลังรอดูว่าจะให้สัดส่วนกี่คนและดูสัดส่วน สนช.จะตั้งใครบ้าง หากมีตกหล่นอาจเอามาใส่ในบัญชี ครม. ส่วนข้อกังวลที่มีการกำหนดให้มี ผบ.เหล่าทัพ มาเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้น เราถือว่าตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ที่ให้เป็น ส.ว.แต่งตั้งโดยอัตโนมัติ มาดูมิติงานความมั่นคง

สนช.ให้คำมั่นทำ ก.ม.ลูกไม่ยืดเยื้อ

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ว่า ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาตั้ง กมธ. ในวันที่ 21 เม.ย. โดยสัดส่วนส่วนใหญ่จะยกมาจาก กมธ.ศึกษากฎหมายลูก ที่ สนช.ตั้งขึ้นมาล่วงหน้า ไปรวมกับตัวแทนจาก ครม. กกต. สปท. รวมถึงสัดส่วนจากคนนอก ส่วนกรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า หาก สนช.แก้ไขเนื้อหากฎหมายลูกต้องรับผิดชอบเองนั้น ต้องรับผิดชอบอยู่เเล้ว ไม่ต้องกังวล เพราะ กรธ.มีสัดส่วนเข้ามาร่วมเป็น กมธ.ด้วย คิดเห็นอย่างไรก็เสนอเเนะได้ อยากให้ใช้เหตุผลช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี เชื่อว่าการทำกฎหมายลูกของ สนช. คงไม่ยืดเยื้อ น่าจะจบได้ภายในวันที่ 20-21 พ.ค. ช่วงไปสัมมนาที่ จ.จันทบุรี

วางโควตาแต่ละสายร่วม กมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสัดส่วน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มีทั้งสิ้น 31 คน ประกอบด้วยตัวแทนจาก สนช. 25 คน บวกกับ ครม. กรธ. กกต. สปท. และตัวแทนกฤษฎีกาอีก 6 คน ส่วนสัดส่วนของคนนอก ถ้ามีจะนับเป็นสัดส่วนของ สนช. โดย กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ที่ไม่ใช่สมาชิก สนช. เบื้องต้น ประกอบด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธุ์ เลขานุการ กรธ. นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. พล.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาศ เลขาธิการ ครม. ส่วน กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. นาย ธนาวัฒน์ สังข์ทอง เลขานุการ กรธ. นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท. นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ อดีตเลขาธิการ ครม. และตัวแทนจาก กกต.

ถกนัดแรกชุดปฏิรูปพรรคการเมือง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการประชุมครั้งแรก มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเมือง นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิกร จำนง สมาชิก สปท. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมประชุม นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. กล่าวเปิดประชุมว่า ปัญหาพรรคการเมืองไม่อาจทำหน้าที่เป็นพรรคการเมืองในอุดมคติของประชาชนได้ตามความคาดหวัง บทบาทพรรคการเมืองจึงเลอะเลือนตกต่ำลงไป ทุกครั้งที่มีวิกฤติการเมือง นักการเมือง พรรคการเมือง จะถูกมองเป็นผู้ร้าย สังคมจึงจับตามองปรารถนาให้พรรคการเมืองถูกผ่าตัดเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม จากเผ่าพันธุ์คนร้ายให้เป็นพระเอก เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนประชาธิปไตยไทยให้มีคุณภาพและเข้มแข็ง

ดัน “เอนก” ร่าง ก.ม.พรรคการเมือง

ต่อมานายเอนกแถลงหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมยังมีความเห็นต่างในสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ประเด็นเรื่องการเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคคนละ 100 บาทต่อปี โดยเห็นว่าใช้กับวัฒนธรรมทางการเมืองไทยไม่ได้ ต้องไม่ลืมวัฒนธรรมไทย ใครมีเงินช่วยเงิน ใครมีแรงช่วยแรง ใครมีความรู้ก็เอาความรู้มาช่วย การปฏิรูปพรรคจะใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ จะพยายามรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน นำมาจัดทำเป็นข้อเสนอแนะส่งให้ กรธ. และ สนช. เพราะนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เคยบอกว่าอยากฟังความเห็นจากคณะกรรมการฯ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอยากให้ตนไปร่วมเป็น กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย

“ไพบูลย์” แจมหนุนเก็บเงินบำรุง

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะผู้ริเริ่มจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อบัญญัติในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้เก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่าปีละ 100 บาท เพราะถ้าใช้ตามแบบเดิมสมาชิกพรรคไม่ได้มีส่วนร่วมรู้สึกผูกพันเป็นเจ้าของพรรค จึงเป็นที่มาความล้มเหลวของพรรคการเมือง จึงเห็นด้วยกับ กรธ. ทำให้ประชาชนที่จะมาเป็นสมาชิกพรรคที่มีอุดมการณ์ จิตอาสา เสียสละ และตื่นตัวทางการเมือง มีสิทธิมีเสียงกำกับดูแลพรรคเต็มที่ ช่วยถ่วงดุลไม่ให้ถูกนายทุนครอบงำ จึงขอให้ สนช.ช่วยพิจารณาเห็นชอบ ถือเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปพรรคการเมืองตามหลักการรัฐธรรมนูญใหม่

ปชป.เย้ยทฤษฎีสวยหรูทำจริงยาก

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคพร้อมปฏิบัติและเคารพตามกติกาที่ออกมา แต่กติกาที่ดีต้องออกมาแล้วบังคับใช้ได้จริง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ใช่เป็นเพียงทฤษฎี การที่ กรธ.กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องจ่ายเงินบำรุงพรรค โดยอ้างว่าเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของพรรคนั้น เป็นเรื่องดีในทางทฤษฎี แต่ในความเป็นจริงทางปฏิบัติแล้ว เรายังมีคนจน คนด้อยการศึกษามากกว่าคนรวย หรือชนชั้นกลางที่เป็นเป้าหมายจะดึงเข้ามาในระบบ การกำหนดค่าสมาชิกจึงเป็นกำแพงกีดกั้นประชาชนกลุ่มนี้ นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายการเดินทาง การเข้าถึงสาขาพรรค คนเหล่านี้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางมาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ขอเตือนว่าอย่าให้ซ้ำรอยกรณีการห้ามนั่งท้ายรถกระบะหรือในแค็บ แม้จะเป็นความหวังดี แต่ไม่เข้าใจถึงวิถีชีวิตคนชนบท พี่น้องเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยการศึกษา

บำเพ็ญกุศล235ปีรัตนโกสินทร์

เมื่อเวลา 16.50 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในงานใต้ร่มพระบารมี 235 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จัดโดย 6 หน่วยงานหลัก เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2325 และเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรี ที่ได้ทรงนำพาประเทศชาติเป็นปึกแผ่นและเจริญรุ่งเรือง สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลกำหนดจัดขึ้น ณ พระอารามหลวงที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี 10 แห่ง

ทูตคาซัคฯเข้าอำลานายกฯ

ช่วงบ่ายที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมารัต เยเซนบาเยฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เนื่องจากพ้นจากหน้าที่ โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯขอบคุณสำหรับการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-คาซัคสถานตลอดช่วงเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณต่อสาส์นแสดงความเสียใจจากประธานาธิบดีคาซัคสถานต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และยินดีที่คาซัคสถานที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติวาระปี 2560-2561 ทั้งนี้ นายกฯยังจะพิจารณาคาซัคสถานเป็นแหล่งพลังงานสำรองของไทย และภาคเอกชนไทยมีความสนใจที่จะสำรวจโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจในคาซัคสถานด้วย

ฟิตไม่เลิกนำออกกำลังหลังหยุดยาว

ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.อ.ประยุทธ์นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ร่วมเต้นแอโรบิกเป็นเวลา 30 นาที โดยมี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกฯ เข้าร่วม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ภายหลังเสร็จสิ้นการออกกำลังกาย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ร่วมถ่ายรูป ก่อนที่จะอวยพรและสวัสดีปีใหม่ไทยกับทุกคน และขอให้ทุกคนมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยที่ผ่านมา

ไอเคโอเตรียมตรวจสนามบินไทย

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 จากนั้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง ทีมโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ที่ประชุมหารือถึงความคืบหน้าการปรับมาตรฐานการบิน สายการบินในประเทศ ส่วนการเตรียมการเพื่อยื่นขอรับการตรวจสอบยืนยันระบบการบินของ (ไอซีวีเอ็ม) ที่ต้องผ่านมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) มีความคืบหน้าการปรับปรุงกฎระเบียบและเอกสาร รวมถึงความคืบหน้าการแก้ไขมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน (เอสเอสซี) ที่ดำเนินการไปแล้ว 75 เปอร์เซ็นต์ และไอเคโอจะมาตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัยสนามบินในไทย 2 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ในเดือน ก.ค.นี้

คนตอบรับเวทีทางออกพลังงาน

พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า คสช.ได้รายงานในที่ประชุมเรื่องการจัดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และสงขลา เรื่องพลังงานไฟฟ้า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกภาคส่วน ประชาชนมีความเชื่อมั่นความเป็นกลางของรัฐบาลและ คสช. ในการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงปริมาณไฟฟ้าไม่เพียงพอในพื้นที่ภาคใต้ และต้องการให้จัดหรือขยายผลกิจกรรมในลักษณะนี้ต่อไป และร่วมแสดงความคิดเห็นให้ความร่วมมือดี แต่เวทีดังกล่าวยังไม่ได้รับข้อยุติว่าพื้นที่ภาคใต้จะใช้พลังงานใดที่เหมาะสม

เยือนบาห์เรนกระชับสัมพันธ์

อีกเรื่อง พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะจะเดินทางเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 24-26 เม.ย. นับเป็นประเทศตะวันออกกลางชาติแรกที่ไปเยือน ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยนายกฯจะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลี พระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน และหารือข้อราชการกับเจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีบาห์เรน ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร พิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับมหาวิทยาลัยบาห์เรน

ลาวยังเฉยส่งตัว “โกตี๋” กลับไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการขอตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ที่มีหมายจับ จาก สปป.ลาว ว่า สปป.ลาวยังไม่ตอบกลับมา หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ส่งหนังสือถึงหัวหน้ากรมใหญ่สันติบาล สปป.ลาว เพื่อขอตัวนายวุฒิพงศ์กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย