วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งชุด'พญาเสือ'สอบ'แคมป์ช้างทวีชัย'รุกป่าอุทยานฯดัง เอราวัณ 44 ไร่

กรมอุทยาน ส่งชุด "พญาเสือ" ตรวจสอบ แคมป์ช้างทวีชัย แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เมืองกาญจน์ รุกที่อุทยานแห่งชาติ เอราวัณ 44 ไร่ ด้าน ปางช้าง ยื่น ใบ สค.1 ปี 2498 สู้คดี จนท.ยันพร้อมให้ความเป็นธรรม

วันที่ 19 เม.ย.2560 ที่หน่วยพิทักษ์ป่าท่าทุ่งนา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ หมู่ 1 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า หรือ หน.ชุด ฉก. พญาเสือ นายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ร.ต.ท.สุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง รอง สว.กก.5 บก.ปทส. พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก สว.กก.สส.เจ้าหน้าที่ หน.ชุดตร.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร.อ.เมธี จงโยธา หน.ชป.ร้อย รส.ที่ 1 ร.9 พัน 1 นายฉัตรชัย สรรพกิจ ปศุสัตว์อำเภอเมืองกาญจนบุรี นายรวัสสรร ศิลปาภิสันทน์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี นายกฤต มังกะโรทัย ปลัดอำเภอเมืองกาญจนบุรี นางสาวปภัสสรณ์ แดงกูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลช่องสะเดา นายวสันต์ สุตจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา นายธนะพล ตัณยะกุล สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากาญจนบุรี

รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำลังกว่า 100 นาย ร่วมประชุมวางแผนทำความเข้าใจในการนำกำลังเข้าตรวจสอบที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของแคมป์ช้างทวีชัย เลขที่ 14/1 หมู่ 6 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ของนายทวี หลงสกุล หรือ บังตุ๊ โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 64/2557 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2557 และคำสั่งที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิ.ย.2557 สำหรับพื้นที่แคมป์ช้างทวีชัย ตั้งอยู่ค่าพิกัดที่ 47 P ๐524165 E 1571750 N (WGS 84) โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที การประชุมทำความเข้าใจจึงแล้วเสร็จ จากนั้นจึงได้เริ่มเคลื่อนกำลังไปยังแคมป์ช้างดังกล่าว

โดยเมื่อคณะเจ้าหน้าไปถึง พบบรรยากาศภายในแคมป์ช้างทวีชัยนั้น ค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเหมือนทุกวันแม้แต่อย่างใด ส่วนช้างที่มีอยู่ จำนวน 28 เชือก ควาญช้างได้นำไปล่ามโซ่เอาไว้ตามจุดต่างๆ ที่เป็นที่อยู่ของช้าง

จากนั้น นายดำรง หลงสกุล อายุ 47 ปี ลูกชายเจ้าของแคมป์ช้างทวีชัย ได้เข้ามาพบคณะเจ้าหน้าที่ และนำเอกสารการครอบครองที่ดิน คือ เอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ออกเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2498 มาแสดงการครองครองพื้นที่เกือบ 40 ไร่ กับเอกสารใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ ( ภบ.ท.5) และได้อำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ตามที่คณะเจ้าหน้าที่ต้องการทุกประการ จากนั้นจึงนำพาคณะเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ดินเพื่อวัดค่าพิกัดทางดาวเทียม รวมทั้งตรวจสอบอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ทั้งหมด

โดยผลการตรวจสอบ ล่าสุด เวลา 15.00 น. ตรวจพบสิ่งปลูกสร้างจำนวนหลายหลัง ลักษณะก่อสร้างเป็นแบบถาวร กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ รวมสิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณ จำนวน 45 รายการ เช่น โรงเลี้ยงช้าง ศาลาเทียบขึ้นช้าง ศาลานั่งพักรองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งสำนักงานที่ทำการ เป็นต้น นอกจากนี้ ภายในพื้นที่มีการดำเนินกิจการปางช้างประกอบด้วย กิจกรรมนั่งช้างชมธรรมชาติ ล่องแพไม่ไผ่ อาบน้ำช้าง ให้อาหารช้าง ชมการแสดงช้าง อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบ พบบุกบุกป่า อุทยานแห่งชาติเอราวัณ 44-3-94 ไร่ และบุกรุกพื้นที่ของกรมเจ้าท่าริมแม่น้ำแควใหญ่อีก 50 ตารางวา 

โดยล่าสุดเวลา 16.00 น. นายทวี หลงสกุล หรือ บังตุ๊ อายุ 74 ปี ได้มาพบคณะเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงตัวว่า เป็นผู้จัดการและเจ้าของแคมป์ช้างทวีชัย และระหว่างนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน และหากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอาราวัณ ก็จะใช้อำนาจของหัวหน้าอุทยานเอราวัณ ตามมาตรา 21 สั่งหยุดกิจการและออกไปจากพื้นที่อุทยานฯ และแจ้งความดำเนินคดีผู้ครอบที่ดินโดยผิดกฎหมายต่อไป

ส่วน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ แต่สาเหตุที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเนื่องจากเราต้องการทราบว่า พื้นที่แคมป์ช้างทวีชัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณได้อย่างไร และใครเป็นผู้อนุญาต

สำหรับพื้นที่ในการครอบครองเรามั่นใจว่า อยู่ในเขตอุทยานฯ หากผู้ประกอบการสามารถนำเอกสารการครอบครองมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เช่น โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.3 และเอกสารอื่นๆที่มีอยู่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่า เอกสารนั้นออกมาได้อย่างไร เราพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคน

ด้านนายดำรงค์ หลงสกุล กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือได้เข้ามาตรวจสอบการครอบครองที่ดินของแคมป์ช้างทวีชัย ซึ่งเอกสารที่เรานำมาแสดงนั้น เป็นเอกสารการครอบครองที่ดินที่เราซื้อต่อมาจากเจ้าของที่ดินคนเก่า บ้างเป็นใบ ภบท.5 บางแปลงเป็น สค.1 ทั้งหมดได้มาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย มีเนื้อที่ทั้งหมด จำนวน 37 ไร่ สำหรับเอกสารที่เรานำมาแสดง นั้น ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ว่า จะเชื่อเราหรือไม่เชื่อเท่านั้น ซึ่งเราเองก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้วยดี

เมื่อถามว่า หากมีการสั่งปิดแคมป์ช้างทวีชัย แล้วเราจะยอมรับได้ไหม ส่วนตัวแล้วตอบได้ว่า ไม่มีปัญหา แต่เมื่อพูดไปถึงเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงช้าง บุคคลากร รวมทั้งรายได้ที่เรานำเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ ก็เหมือนเป็นการพูดแบบเลื่อนลอย เพราะทุกอย่างนั้นมันเกี่ยวโยงกันทั้งหมด ส่วนเรื่องการเสียภาษีนั้น ทางแคมป์ช้างของเรามีเอกสารมายืนยันทั้งหมด และสามารถตรวจสอบได้ เราพร้อมทำตามกฎหมายทุกประการ