บริการข่าวไทยรัฐ

ผบก.ภ.จว.พัทลุง ขออดีตนายกฯ มอบตัว ขู่ ถ้าสู้ดำเนินการตาม ก.ม.เฉียบขาด

อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ใช้อาวุธปืนยิงใส่บุตรชายเหยื่อโหดแต่โชคดีกระสุนด้านจึงรอดตายหวุดหวิด ผู้การฯพัทลุง ขอผู้ต้องหาเข้ามอบตัว หากมีการต่อสู้ ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า จากกรณีที่ นางแดง (นามสมมติ) อายุ 59 ปี (สาวม่าย) ได้ถูก นายประทีป อ่อนดำ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ที่ 10 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นขู่บังคับให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อนางแดง ขัดขืนก็ถูก นายประทีป ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งใช้นิ้วสอดใส่ในอวัยวะเพศอย่างโหดเหี้ยม โดยเหตุเกิดในสวนยางพารา ท้องที่ ม.4 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ เนื่องจาก นายประทีป ไม่พอใจที่นางแดง ไม่ยอมยกที่ดิน 7 ไร่ ให้ตนปลูกกล้วย พืชผัก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ นายประทีป ก็ได้ใช้ที่ดินนางแดง ปลูกกล้วย พืชผัก ไปแล้วกว่า 2 ไร่ จนนางแดง ต้องขายวัวไป 4 ตัว เพราะเกรงว่าวัวจะเข้าไปกินพืชผัก นายประทีป และล่าสุดเมื่อตอนเย็นวันที่ 19 เม.ย. นี้ ศาลจังหวัดพัทลุง ได้อนุมัติหมายจับ นายประทีป ไปแล้ว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ตร.เตรียมจับอดีตนายกฯ ใช้ปืนขู่จะข่มขืนสาวใหญ่

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า เมื่อตอนเวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้ (19 เม.ย.) นายเขียว (นามสมมติ) อายุ 27 ปี บุตรชายหญิงม่ายคนดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ปรีชา หาสังข์ สว.สส.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เนื่องจากเมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) เวลาประมาณ 18.30 น. ในขณะที่ตนเดินออกจากห้องน้ำหลังบ้าน ก็พบ นายประทีป ยืนถืออาวุธปืนสั้นไม่ทราบขนาดอยู่หลังบ้านของตน และ นายประทีป ก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนจำนวน 3 นัด แต่กระสุนด้าน ตนจึงวิ่งหนีออกจากบ้าน แต่ นายประทีป ก็ยังยิงใส่ตนอีก 1 นัด แต่พลาดเป้าหมายทำให้ตนรอดตายอย่างหวุดหวิด

นายเขียว ให้ปากคำต่ออีกว่า สำหรับต้นกล้วยข้างบ้านประมาณ 100 ต้น ที่ นายประทีป ใช้อำนาจอิทธิพลมืดนำมาปลูกในที่ดินของตนนั้น ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้ง ปล่อยให้ นายประทีป เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน นายประทีป ใช้มีดพร้าเข้าตัดทำลายต้นกล้วยทั้งหมด น่าจะมาจากความโกรธแค้นที่ตนเข้าแจ้งความกับตำรวจที่ถูก นายประทีป พยายามข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายมารดาของตนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนถูกศาลอนุมัติหมายจับในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในตอนสายวันนี้(19 เม.ย.) พ.ต.อ.ธัญญา ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ พร้อมกำลังตำรวจชุดหนึ่งที่มีอาวุธครบมือ นำหมายศาลของศาลจังหวัดพัทลุง ไปจับกุมตัว นายประทีป ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้กำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบก็นำหมายจับเข้าจับกุมตัวตามแหล่งที่สงสัยว่าเป็นที่กบดานของแต่คว้าน้ำเหลว เนื่องจาก นายประทีป ผู้ชำนาญเส้นทางที่เป็นพื้นที่ป่าเป็นอย่างดี

ต่อมาทางด้าน ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ เข้าเยี่ยมอาการ นางแดง สาวม่ายที่นอนพักรักษาตัวใน รพ.ศรีนครินทร์ ซึ่งพบว่าอาการเริ่มดีขึ้น โดยสามารถเดินได้บ้างแล้ว พร้อมทั้งมอบหมายให้ตำรวจเข้ารักษาความปลอดภัยแก่เหยื่อโหดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าจะถูก นายประทีป เข้ามาฆ่าปิดปาก

ทางด้านญาติของผู้เสียหายรายหนึ่ง เผยว่า หากตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ คงไม่กล้าออกไปกรีดยางพาราอย่างแน่นอน ขณะนี้พวกตน 2 ครอบครัว ได้มารวมตัวกันเนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และให้ผู้ชายคอยเฝ้าระวังเหตุร้ายอยู่นอกบ้าน ส่วนผู้เสียหายซึ่งทางแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันพรุ่งนี้(20 เม.ย.) นั้น ก็ไม่กล้านำผู้เสียหายกลับไปพักอาศัยอยู่ในบ้าน ซึ่งญาติจาก จ.ตรัง ได้รับปากที่จะพาไปอยู่ด้วย นอกจากนี้ ช่วงหาเสียงเลือกนายกเทศมนตรีตำบลบ้านนา พวกตนยังมอบเงินให้ นายประทีปใช้ในการหาเสียงกว่า 100,000 บาท เมื่อได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งยังนำวัวไปเชือดเพื่อเลี้ยงบรรดาหัวคะแนนอีก 1 ตัว ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับเคราะห์กรรมถึงขนาดนี้

ทางด้าน พล.ต.ต.สิทธิพน ธรรมสถิตย์พร ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของชาวบ้าน และการกระทำของอดีตนักการเมืองท้องถิ่นรายนี้เป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจรัฐโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ตนจึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.อนุสรณ์ ทองใสย รอง ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษของ กก.ภ.จว.พัทลุง พร้อมพวก 15 นาย เข้าไปร่วมกับกำลังตำรวจชุดปราบปรามของ สภ.ศรีนครินทร์ ในการออกไล่ล่าจับกุม นายประทีป แล้ว คาดว่าในช่วงตอนกลางวันน่าจะไปซ่อนตัวในป่าเทือกเขาบรรทัด พื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.พัทลุง และ จ.ตรัง เนื่องจากเป็นผู้ชำนาญเส้นทางบริเวณดังกล่าวเป็นพิเศษ และขอให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธครบมือที่จะขัดขวางการจับกุมของตำรวจ พร้อมกันนั้น ขอให้ผู้ต้องหารายนี้เข้ามามอบตัวกับตำรวจ หากมีการต่อสู้ในระหว่างเข้าจับกุมทางตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด มั่นใจว่าจะสามารถรวบตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ในเร็วๆ นี้.