บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: ‘The Shack’ ฟีลกู๊ดน้ำตาแตกที่ไม่ควรพลาด

ชอบที่หนังให้มีกำลังใจและเข้าถึงง่าย...ทำให้รู้ว่าโลกที่อยู่ยากก็น่าอยู่ได้ หากเรารู้วิธีการรับมือกับมัน

ขอต้อนรับคุณผู้อ่านทุกท่านกลับจากวันหยุดยาวค่ะ เชื่อว่าหลายคนคงชาร์จแบตกันมาเต็มที่และพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ แต่หากใครยังชาร์จไม่พอ มาดามมีตัวช่วยเป็นหนังฟีลกู๊ดมาแนะนำค่ะ

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายขายดีระดับโลก

‘The Shack’ ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกัน โดย “วิลเลียม พี. ยัง” การันตีด้วยยอดขายกว่า 22 ล้านเล่ม และตำแหน่ง “เบสต์เซลเลอร์” หรือ “นวนิยายขายดี” โดย “ยูเอสทูเดย์” และ “นิวยอร์กไทม์ส” ...ว่ากันว่าเหล่านักอ่านทั่วโลกรวมทั้งทีมนักแสดงนำ “อิน” กับเรื่องราวในนวนิยายนี้ถึงขั้นหลั่งน้ำตา ขอบอกว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์ก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ เรียกได้ว่าเป็นฟีลกู๊ดเรียกน้ำตาแห่งปีที่ไม่ควรพลาดอีกเรื่อง


เรื่องราวการนำทางของ “ความรัก” และ “ความศรัทธา”

‘The Shack’ หรือชื่อไทย “กระท่อมเหนือปาฏิหาริย์” เป็นเรื่องราวการนำทางของ “ความรัก” และ “ความศรัทธา” เป็นกำลังใจให้ผู้มีชีวิตอยู่ได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ทั้งเพื่อรักตัวเองและทำให้คนที่เรารัก (และคนรอบข้าง) มีความสุข...แม้ว่าชีวิต (หรือโชคชะตา) จะเล่นตลก หรือทำร้ายเรามากแค่ไหน แต่นั่น...ไม่ใช่ข้ออ้างจะทำให้เราทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น

“ความเจ็บปวดจะกัดกินเราและปล้นความสุขไปจากเรา”


หนังไม่ได้พูดเรื่องศาสนาหรือโน้มน้าวให้เชื่อคำสอน แต่แนะให้เห็นหนทางของการ “เยียวยา”

เอาจริงๆ เรื่องนี้มีการอ้างอิงถึงความเชื่อทางศาสนาไม่น้อย ทั้งตัวละครและหลักความเชื่อต่างๆ แต่เราจะไม่กล่าวถึงในนี้ เพราะจุดเด่นของเรื่องไม่ใช่การพูดถึงหลักคำสอนทางศาสนา แต่พูดถึง “แก่นแท้” ของความเชื่อและความศรัทธาจากคำสอนเหล่านั้นต่างหาก ที่เด่นมากคือการทำให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพตามได้อย่างลึกซึ้งและแยบยล

“กว่าจะยกโทษได้จริงๆ เราอาจต้องยกโทษในใจเป็นร้อยครั้ง”


ตัวละครที่เข้าถึงง่าย พบเห็นได้ทั่วไปรอบๆ ตัวเรา

เชื่อแน่ว่าคงมีหลายคนเคยโทษโชคชะตา ฟ้าฝน ความซวย และที่พลาดไม่ได้คือโทษคนอื่นเมื่อเกิดเรื่องในชีวิต... “แม็ค ฟิลลิปส์” (แซม เวิร์ธธิงตัน) ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาไม่เคยเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติใดๆ เพราะ “ปาป้า” (ชื่อที่ทุกคนในครอบครัวเขาใช้เรียกพระเจ้า) ไม่เคย “ช่วย” ให้ชีวิตเขาดีขึ้น และเมื่อมีเรื่องเลวร้ายในครอบครัว เขาก็พร่ำโทษตัวเองและพาลโทษถึง “ปาป้า” ที่ไม่ “ช่วย” หรือสร้างปาฏิหาริย์หรือให้ลูกสาวสุดที่รักของเขากลับคืนมา

“ไม่มีหรอกความรัก ที่ไม่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด”

จะว่าไป “แม็ค” ก็เหมือนตัวแทนของคนธรรมดาที่มี รัก โลภ โกรธ หลง...เรามักไม่ยอมให้อภัยใครก็ตามที่ทำร้ายคนที่เรารัก รวมถึงไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ปล่อยให้ความโกรธแค้นและเรื่องเลวร้ายใน “อดีต” หลอกหลอนและตามล่าจนเราติดหล่มไปไหนไม่รอด...แล้วหนทางไหนกันจะทำให้ “แม็ค” (รวมถึงพวกเราทุกคน) รอดจากหล่มร้ายนั้นได้?


บทดีงามมาก แม้จะเต็มไปด้วยประโยคที่เป็นปริศนา แต่ก็ลึกซึ้งและกระแทกใจอย่างแรง


นอกจากเนื้อเรื่องและตัวละครที่เข้าถึงง่ายแล้ว บทภาพยนตร์ก็เป็นอีกจุดเด่น แม้จะเป็นประโยคที่ต้องทำความเข้าใจและตีความ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป โดยเฉพาะประโยคคำถามของ “แม็ค” ที่เชื่อหมดใจว่าหลายคนคงมีคำถามแบบเดียวกัน และคำอธิบายของ “ปาป้า” (ออคตาเวีย สเปนเซอร์) ที่เหมือนจะไม่ได้ตอบคำถาม (และกวนโมโหบางที) แต่กลับทำให้เราต้องย้อนคิดกลับไปกลับมาจนได้คำตอบที่น่าตกใจ...

“ชีวิตของเราน่ะ สั้นกว่าความรักที่เรามีต่อกันเสียอีก”


ว่ากันว่า ‘The Shack’ เป็น #หนังเปลี่ยนชีวิต

จะจริงแค่ไหน...คุณผู้อ่านคงต้องตามดูกันในโรงภาพยนตร์ รับรองว่าเข้าถึงง่าย (จนถึงขั้นจุกทีเดียว) เพราะชีวิตที่มีแต่ความสุขนั้นไม่มีอยู่จริง แต่เป็น “ภาพลวงตา” ที่เราฝันถึงเท่านั้น

จนกว่าจะพบกันใหม่
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer