วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าตัดแผลเล็ก 4 ซม. สำคัญที่ลดความเสี่ยง

“หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า (Aorta)”...

เป็นหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ออกมาจากขั้วหัวใจทอดยาวจากช่องอกสู่ช่องท้องและให้แขนงเป็นหลอดเลือดที่นำเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะ

“โรค” หรือ “ภาวะ”...บางอย่างอาจทำให้ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้ามีความอ่อนแอ เกิดการโป่งพองขยายขนาดจนใหญ่กว่าปกติขึ้น ซึ่งเมื่อมีการโป่งขยายจนถึงระดับหนึ่งก็จะแตกทำให้เสียเลือดจำนวนมาก

ภาวะดังกล่าวที่ว่านี้สามารถพบได้ในทุกระดับของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่อยู่ในช่องอกหรือช่องท้อง แต่สามารถพบบ่อยที่สุดในหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าในช่องท้องส่วนที่อยู่ใต้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต...โดยปกติแล้วผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าจะมีความสามารถในการยืดหยุ่นสูง สามารถขยาย ยืด...หดตามระดับความดันโลหิต แต่ในผู้ป่วยที่มีปัญหาบางอย่าง เช่น มีความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน และมีการแข็งตัวของผนังหลอดเลือด จะทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ จนมีการโป่งพองของผนังหลอดเลือดได้

พบบ่อยในผู้ป่วยชายสูงอายุ โดยจะพบประมาณ 2–5% ในผู้ชายที่อายุมากกว่า 50 อาจพบโรคนี้ได้มากถึง 5–10% ในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จากการตรวจกรองด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง

และ...อาจพบได้มากขึ้นในกลุ่มที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันหรือ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดที่แขนและขาอุดตันร่วมด้วย นอกจากนี้ประวัติการมีโรคหลอดเลือดโป่งพองในครอบครัว ความดันสูง...เบาหวาน...ไขมันสูง

และการ “สูบบุหรี่” ยังนับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งเสริมให้เป็นโรคได้เช่นกัน

สำหรับแนวทางการรักษา...ขึ้นกับความเสี่ยงในการแตกของหลอดเลือด ยิ่งมีขนาดใหญ่ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้ผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดเอออร์ต้าใหญ่หรือมีอัตราการโป่งขยายเร็ว

นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจ เชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ บอกว่าปัจจุบันการผ่าตัดมีสองรูปแบบ คือการผ่าตัดเปิด และการผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดมีขดลวดถ่างขยายผ่านสายสวน ซึ่งเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่า และอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลต่ำกว่า โดยที่ให้ผลในการรักษาระยะยาวเทียบเท่ากับการผ่าตัดเปิด

“สถิติการรักษาในสภาวะฉุกเฉิน...แตก...ปริ...แตกเซาะ มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนจนเสียชีวิตได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการรักษาก่อนที่จะมีอาการ ซึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงถึงมากกว่า 95%”

น่าสนใจด้วยว่าเทคนิค “ผ่าตัดแผลเล็ก” ยังสามารถใช้ได้กับการผ่าตัดได้ทุกรูปแบบ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ แต่ว่าก็จะมีประโยชน์ต่อการผ่าตัดทุกแบบ

นพ.อรรถภูมิ บอกว่า ประเด็นลดความเสี่ยงกับประโยชน์ที่คนไข้จะได้รับนั้น เดิมทีโรคหลอดเลือดแดงใหญ่จะต้องเป็นการผ่าตัดใหญ่เท่านั้น ยกตัวอย่างที่เจอบ่อยสุดก็คือหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง เราก็ต้องผ่าด้วยการเปิดช่องท้อง แน่นอนว่าแผลเปิดช่องท้องก็ใหญ่อยู่แล้ว

“ผ่าเปิดแล้วก็ไปตัดต่อเอาเส้นเลือดเก่าที่โป่งพองทิ้งไปแล้วเอาหลอดเลือดเทียมใส่เข้าไปทดแทน

บางครั้งคนไข้อายุ 80 ปี...90 ปี มีโรคหลายๆอย่างประกอบด้วย ต้องไปผ่าตัดเปิดช่องท้องแผลใหญ่ๆก็ทนไม่ไหว จะส่งผลถึงการหายใจเวลาที่คนไข้พักฟื้นตัว เวลาหายใจได้ไม่เต็มอิ่ม เพราะเจ็บแผล เวลาหายใจลึกๆ มากๆไม่ได้ก็จะเจ็บ ผลทำให้มีการคั่งค้างของเสมหะในช่องปอด ก็ติดเชื้อตามมา...คนไข้ส่วนหนึ่งเสียชีวิตเพราะว่ามีการติดเชื้อ”

เทคนิคผ่าตัดเฉพาะโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ อีกรูปแบบหนึ่งก็คือการใส่หลอดเลือดเทียมชนิดที่มีขดลวดผ่านทางขาหนีบขึ้นไป... “หลอดเลือดเทียม” ที่ว่านี้ก็หลอดเลือดเทียมธรรมดาที่เราใช้กันอยู่นี่แหละ แต่ว่าเราใส่สปริงเข้าไปทำให้สามารถยืดหดได้ เวลาที่ใส่จากขาหนีบขึ้นไปแล้วไปปล่อยให้สปริงบานออกในช่องท้องก็จะไปเกาะกับหลอดเลือดในส่วนที่ดี ทำให้เลือดแทนที่จะไปกระแทกผนังหลอดเลือดที่เสื่อมไม่แข็งแรง เลือดก็จะไหลผ่านในช่องหลอดเลือดเทียมนี้ไป ฉะนั้น หลอดเลือดที่โป่งพองก็จะไม่ได้รับแรงดันเลือดโดยตรง ลดความเสี่ยงในการแตกออก

“สามารถทำได้ในช่องท้องและในช่องอก...กรณีเราผ่าตัดหลอดเลือดเทียมใส่ผ่านทางขาหนีบ ขนาดแผลจะอยู่ที่ข้างละประมาณ 4 เซนติเมตร คนไข้ส่วนใหญ่สามารถทำได้ผ่านทางขาหนีบ มีส่วนน้อยเท่านั้น...กรณีที่เกาะของหลอดเลือดไม่เพียงพอในการที่เราจะใส่หลอดเลือดไปแล้วให้เกาะอยู่กับหลอดเลือดที่มีอยู่แล้วได้”

ให้นึกภาพตามถึงท่อที่มีความโป่งอยู่ตรงกลาง...หัวกับท้ายท่อต้องเป็นท่อที่ไม่โป่งถึงจะไปเกาะอยู่ได้ บางทีพื้นที่เกาะทั้งหัวและท้ายอาจจะไม่พอ เราก็ต้องมีเทคนิคอื่นที่จะทำให้พอ อาจจะต้องมีการผ่าเพิ่มที่แขนอีกจุดเพื่อที่จะขยายพื้นที่เกาะให้พอ ก็จะมีหลายเทคนิคที่จะทำให้พอได้

เทคนิคนี้ใหม่มากน้อยแค่ไหน? นพ.อรรถภูมิ บอกว่า ในต่างประเทศทำกันมากว่า 10 ปีแล้ว ประเทศไทยผมเริ่มทำครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อน หลังเขาไม่นานเท่าไหร่ ช่วงแรกๆก็ยังถือว่าผลก็ยังไม่รู้ว่าในระยะยาวจะดีมากน้อยแค่ไหนในเวลานั้น แต่ถึงปัจจุบันผลการศึกษาจากทั่วโลกยืนยันตรงกันหมดว่า...

“หลอดเลือดแบบนี้ใช้ได้ผลดีไม่แพ้กับการผ่าตัดเปิดเหมือนกัน แล้วก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยในคนไข้ที่มีอายุมาก มีโรคข้างเคียงเยอะ ไม่เหมาะที่จะไปผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ๆ ก็ใช้วิธีนี้จะได้ผลดีกว่า”

วิธีนี้เป็นการลดความเสี่ยง ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยง มีการเปรียบเทียบคนไข้กลุ่มเดียวกัน อายุมากๆความเสี่ยงสูงเหมือนกันเอามาผ่าตัดเปิดแผลกับแบบผ่าตัดแผลเล็กใส่หลอดเลือดเทียมแบบนี้ ปรากฏว่า...หลอดเลือดเทียมแบบนี้ให้ผลที่ดีกว่า หมายถึงว่าอัตราตายในระยะ 30 วันแรกต่ำกว่า

ย้อนถามกลับไปว่า “โรคหลอดเลือด” เป็นเพราะอะไร มีวิธีป้องกันหรือไม่?

โรคหลอดเลือดแบ่งง่ายๆเป็นพวกแบบโป่งพองกับแบบตีบ สาเหตุของโรคหลอดเลือดทั้งโป่งและตีบพบบ่อยที่สุดเกิดจากการเสื่อมโดยธรรมชาติ...อายุที่มากขึ้น บวกกับปัจจัยอื่นๆดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับพวกโรคทางพันธุกรรม โรคของเนื้อเยื่อทางพันธุกรรมไม่แข็งแรงตั้งแต่กำเนิด ก็จะทำให้มีโรคหลอดเลือดโป่งพองตั้งแต่กำเนิด หรือว่ามีโรคหลอดเลือดเซาะฉีกตั้งแต่อายุน้อยๆก็จะมีได้

“โรคหลอดเลือดโป่งพอง” น่าสนใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ เป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ 80 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้...เหมือนเป็นระเบิดเวลาที่อยู่ในตัวไม่ว่าจะเป็นช่องอกหรือช่องท้อง ถึงเวลาเมื่อมันแตกขึ้นมา อัตราตายถ้าในช่องท้องตายในที่เกิดเหตุทันทีประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์...ต่อให้โชคดีอีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่รอดชีวิตมาถึงโรงพยาบาลได้รับการผ่าตัด หลังผ่าตัดแล้วอีก 50 เปอร์เซ็นต์ก็เสียชีวิตที่ไอซียูอยู่ดี

ฉะนั้นเอาง่ายๆว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์จะเสียชีวิตถ้าปล่อยให้แตก

ตรงข้ามกับกลุ่มที่เราผ่าตัดตั้งแต่เนิ่นๆ...ผ่าตัดก่อน อัตราตายสำหรับการผ่าตัดด้วยการใส่หลอดเลือดเทียมผ่านขาหนีบต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ อัตราตายความเสี่ยงต่ำกว่าเยอะมาก สำหรับโรคนี้เป็นที่แนะนำกันว่าควรจะมีการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆในคนไข้ที่มีความเสี่ยงสูง

“คนไข้ที่มีโรคความดันโลหิต ตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ควบคุมด้วยยาอย่างสม่ำเสมอ...ตรวจติดตามรักษาอย่างต่อเนื่องช่วยได้ ร่วมกับการควบคุมอาหาร ไม่ทานอาหารเค็ม ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจไปถึงระดับที่เราต้องการ 60-70 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3 ครั้ง”

นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองฝากทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย.