บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวรบนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

ผมเห็นด้วยกับ “ไต้ฝุ่น” เพื่อนคอลัมนิสต์หน้าที่ 4 ที่แสดงความเห็นไปเมื่อวานว่า กรณี เกาหลีเหนือ กับ สหรัฐฯ ดูแปลกพิกล เมื่อ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ไม่สนใจคำขู่สหรัฐฯ สั่งยิงขีปนาวุธฉลองวันเกิดครบรอบ 105 ปี ของ คิม อิล ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ แล้วเกิดระเบิดกลางอากาศ รุ่งขึ้น นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเดินเล่นใน เขตปลอดทหาร ระหว่าง เกาหลีเหนือ กับ เกาหลีใต้ เหมือน สหรัฐฯ เกาหลีเหนือ จีน เกาหลีใต้ จะรู้กันอยู่แล้ว

ไปเดินเล่นเสร็จ ไมค์ เพนซ์ ก็แถลงกับผู้สื่อข่าวที่ กรุงโซล ว่า สหรัฐฯยังต้องการสันติวิธี เพื่อให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อวานนี้ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทราบว่าประเทศที่เกี่ยวข้องเริ่มพูดคุยกันแล้ว สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องแจ้งเตือนคนไทยที่จะไปท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

แสดงว่า สหรัฐฯส่งเรือรบไปคาบสมุทรเกาหลี การยิงจรวดของเกาหลีเหนือ จรวดระเบิดกลางอากาศ การไปเดินเล่นในเขตปลอดทหารของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ล้วนเป็น “เกม” ที่มีการจัดฉากขึ้น เพื่อแสดงพลังอำนาจทางการทหารในภูมิภาคนี้ แต่จรวดเกาหลีเหนือที่ระเบิดกลางอากาศ ผมคิดว่าคงต้องมีเจ้าภาพจ่ายแทนแน่นอน

วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดู แสนยานุภาพอาวุธนิวเคลียร์ ของ เกาหลีเหนือ ว่า ทำไมสหรัฐฯจึงไม่อยากเสี่ยง อยากใช้วิธีเจรจาแทน ผมเชื่อว่าคงไม่สำเร็จ ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน ตราบเท่าที่ คิม จอง อึน ยังเป็นผู้นำ

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ประเทศที่ยากจนมาก อย่าง เกาหลีเหนือ ประชาชนเคยอดอยาก ไม่มีข้าวกิน วันนี้จะเป็น 1 ใน 9 ประเทศในโลกที่มีอาวุธนิวเคลียร์ราคาแพงครอบครอง สัปดาห์ที่แล้ว คณะมนตรีสิทธิ

มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพิ่งเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือ ต้องส่งแรงงานกว่า 50,000 คน ออกไปหารายได้จากต่างประเทศ เช่น จีน อาเซียน รัสเซีย ยุโรปตะวันออก ปี 2559 ที่ผ่านมา แรงงานเกาหลีเหนือส่งเงินกลับเข้าประเทศ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 34,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็น รายได้นิดเดียว ไม่รู้จะพอผลิตจรวดและอาวุธนิวเคลียร์ได้สักลูกไหม

ผมไปดูข้อมูลจาก เว็บไซต์อาร์มคอนโทรล ที่จัดทำเรื่องหัวรบนิวเคลียร์ของประเทศต่างๆในโลก ซึ่งปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2017 ก็เห็นชัดเจนว่า ประเทศไหนมีหัวรบนิวเคลียร์เท่าไหร่ ทำไมสหรัฐฯจึงไม่กล้าเปิดศึกกับเกาหลีเหนือ เหมือนซีเรียตามคำขู่

ประเทศที่ครองหัวรบนิวเคลียร์ในโลกวันนี้ อันดับ 1 รัสเซีย มีหัวรบนิวเคลียร์ 7,000 หัว อันดับ 2 สหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์ 6,800 หัว อันดับ 3 ฝรั่งเศส มีหัวรบนิวเคลียร์ 300 หัว อันดับ 4 จีน มีหัวรบนิวเคลียร์ 260 หัว อันดับ 5 อังกฤษ มีหัวรบนิวเคลียร์ 215 หัว อันดับ 6 ปากีสถาน มีหัวรบนิวเคลียร์ 140 หัว อันดับ 7 อินเดีย มีหัวรบนิวเคลียร์ 110 หัว อันดับ 8 อิสราเอล มีหัวรบนิวเคลียร์ 80 หัว และ อันดับ 9 เกาหลีเหนือ มีหัวรบนิวเคลียร์ 10 หัว ส่วน อิหร่าน ยังไม่มี

ประเทศที่มีหัวรบนิวเคลียร์ในโลกนี้ มีเพียง 9 ประเทศเท่านั้น เกาหลีเหนือ เป็นน้องใหม่คนที่ 9 ที่มีหัวรบนิวเคลียร์ในมือถึง 10 ลูก ที่น่าสังเกตก็คือ ประเทศที่มีหัวรบนิวเคลียร์จำนวนมากอย่าง ปากีสถาน อินเดีย เกาหลีเหนือ ล้วนเป็น ประเทศยากจน ที่มีประชาชนอดอยากจำนวนมาก แต่ผู้นำประเทศกลับทุ่มเงินมหาศาลไปสร้างขีปนาวุธนิวเคลียร์

เว็บไซต์อาร์มคอนโทรล วิเคราะห์ว่า เกาหลีเหนือ สร้างหัวรบนิวเคลียร์ได้เพียง 10 หัว เพราะมีพลูโตเนียมเพียงเท่านั้น แต่คาดว่าภายในปี 2020 อีก 3 ปีข้างหน้า เกาหลีเหนือจะสามารถสร้างหัวรบนิวเคลียร์ได้อีก 4–8 หัว รวมเป็น 14–18 หัว จึงทำให้สหรัฐฯต้องกดดันเกาหลีเหนือให้ยุติการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ลึกๆแล้วผมคิดว่า ผู้นำจีน ก็คงเห็นด้วย เพราะเป็นภัยต่อจีนเหมือนกัน ไม่เพียงเป็นภัยต่อเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ก็ไม่รู้ผู้นำพวกนี้คิดจะเข่นฆ่ากันด้วยอาวุธนิวเคลียร์มหาประลัยกันไปทำไม

สงครามโลกครั้งที่ 3 ถ้าเกิดขึ้นจริง ก็คงถล่มกันด้วย อาวุธนิวเคลียร์ นี่แหละ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”