วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุณูปการแห่งนกกระจอก

คำเรียกพ่อแก่แม่เฒ่า มีหลายคำ ผู้สูงอายุ ผู้สูงวัย พี่ภราดร ศักดา ผู้หนึ่งที่ผมนับถือ ผมอยากเรียกว่า “รัตตัญญู (ผู้รู้ราตรีนาน)” บอกให้ไปดู อนุสาวรีย์ปราบกบฏ ที่เคยตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ที่สี่แยกบางเขน

หลังการมีอุโมงค์ อนุสาวรีย์ยังอยู่ แต่ชื่อเปลี่ยนไป

เหตุผลในการเปลี่ยนชื่อ ก็คงพอเป็นที่รู้ๆกัน เมื่อวันเวลาเปลี่ยน ฝ่ายที่ถูกเรียกว่ากบฏ ซึ่งตอนนั้นอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลทหาร ก็สามารถเปลี่ยนเป็นอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ

ใครที่มีปมติดค้างข้องใจกับหมุด 24 มิ.ย.2475 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และกำลังตามดูว่า เปลี่ยนคำจารึกใหม่...ทำไม ก็คงต้องทำใจว่า เหตุผลเดียวกัน

ผมยังสนุกกับการอ่านหนังสือมองตะเกียบเห็นป่าไผ่...(สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊คส์ 2560) นิธิพันธ์ วิประวิทย์ แฟนพันธุ์แท้ ราชวงศ์จีน เล่าเรื่องการเมืองจีน...

ยุคท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ประกาศนโยบาย ทุบกำแพง เพื่อกรรมกร ฆ่านกกระจอกเพื่อชาวนา

มีเสียงคัดค้านจากนักวิชาการ พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็เรียกไปคุยว่า “พระอาทิตย์ใกล้ตกดินสวยเป็นที่สุด แต่ไม่นานมันก็ต้องลาลับขอบฟ้า”

บอกนัย โลกใหม่แห่งสายพานการผลิตได้เข้ามาแทนที่ โลกสวยรวยอารยธรรมศักดินาแล้ว

และแล้วนักวิชาการที่คัดค้าน ก็ถูกกำจัดทิ้ง กำแพงเมืองปักกิ่ง ที่ตั้งตระหง่านมาแต่โบราณ ก็ถูกทุบทำลาย เอาก้อนอิฐมาสร้างถนนวงแหวน สร้างโรงงาน และบ้านพักกรรมกร

ปล่องไฟโรงงานผุดขึ้นทั้งแผ่นดิน

เอาใจกรรมกร ก็ต้องเอาใจชาวนา ในเมื่อชาวนาทั้งผองคือพี่น้องกัน ปี ค.ศ.1958 ประธานเหมาเริ่มนโยบาย ไร่นาจะต้องปราศจากศัตรูพืช นกกระจอกจะต้องหมดไป

วิธีกำจัดนกกระจอก เริ่มด้วยการทำให้มันเหนื่อยตาย ชาวจีนทั้งประเทศนัดเวลาออกมาตีเกราะ เคาะไม้ โบกธง

ส่งเสียงดัง เขย่าต้นไม้ ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้นกกระจอกอยู่บนกิ่งไม้หรือบนพื้นดินได้

มันจึงต้องบินวนอยู่บนฟ้าหลายชั่วโมง จนพวกมันหมดแรงบิน ตกลงมาตาย

รัฐบาลตั้งใจนับได้ถึง 196 ล้านตัว

นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้นกกระจอกดูกระจอกสมชื่อที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

เมื่อปริมาณนกกระจอกลดลง ศัตรูพืชพันธุ์อื่น อย่างตั๊กแตน ก็ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนที่นักวิชาการคัดค้าน จีนยังยากจนมาก จึงประสบปัญหาหนัก

ผลผลิตลดลงมหาศาล เป็นส่วนสำคัญของทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ ผู้คนอดตายหลายสิบล้านคน

กว่าจะรู้ว่า นโยบายไล่นกกระจอกผิดพลาดอย่างมหันต์ ทำลายสิ่งแวดล้อมใหญ่หลวง

ก็สายเกินไปแล้ว

มาถึงวันนี้ วันนี้มีคนเริ่มโหยหาอดีต...เมืองจีนที่เคยมีกำแพงใหญ่ มีพระราชวังสวยงาม บ้านใคร...ที่เคยใช้ก้อนอิฐกำแพงเมือง...ถูกเรียกร้องให้รื้อเอามา...คืน

จะเอามาเป็นบทเรียน หรือเอามาเป็นอนุสรณ์ดูต่างหน้า ก็ไม่รู้ได้

ก้อนอิฐบางก้อน อาจจะสอน...เหมือนในหนังสือเรียนชั้นประถมรุ่นผม...วิชาธรรมชาติวิทยา มีภาพมนุษย์ถ้ำ ผู้ชายลากกระบองดุ้นใหญ่ บทเรียนนั้นเริ่มต้นว่า แต่ก่อนคนเรายังโง่

ข่าวการเปลี่ยนชื่อ อนุสาวรีย์ การเปลี่ยนหมุด 24 มิ.ย. ผมอ่านแล้ว อยากรู้ว่าเขาจะเปลี่ยนกันไปทำไม...จนทำให้คิดว่า คนแก่รุ่นผม โง่กว่ามนุษย์สมัยอยู่ในถ้ำ.

กิเลน ประลองเชิง