วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วุ่นอีกยาว

ผลประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจประธานาธิบดีของตุรกีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งฝ่ายสนับสนุนหรือโหวต “เยส” ชนะฝ่ายต้านหรือโหวต “โน” แบบ ค้านสายตา ที่ 51.4% เป็นเชื้อไฟที่ก่อกระแส ความวุ่นวายทางการเมืองในตุรกีขึ้นมาอีกระลอกแล้ว จากเดิมที่ยังอยู่ในวังวนความขัดแย้งจากการที่เพิ่งผ่านพ้นการพยายามก่อรัฐประหารแต่ล้มเหลวเมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว นำมาซึ่งการไล่ล่าเอาผิดฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่ชี้นิ้วไปที่เฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ เป็นแกนนำ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย. รัฐบาลตุรกี เพิ่งขยายเวลาบังคับใช้ ก.ม.การประกาศภาวะฉุกเฉินออกไปอีก 3 เดือน หลังประกาศใช้ตั้งแต่การก่อรัฐประหารแต่ล้มเหลวดังกล่าวและจะหมดอายุในอีก 2 วัน

ชัยชนะแบบเฉียดฉิวของรัฐบาลและนายเรเซป ทายยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ดูเหมือนจะทำให้สหภาพยุโรป (อียู) ยิ่งวิตกหนักที่นอกจากจะเห็นเออร์โดกันที่มีแนวโน้มเป็นผู้นำอำนาจนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ในอำนาจยาวไปอีก 12 ปีแล้ว ยังอาจเห็นการฟื้นโทษประหารชีวิต หนึ่งในเงื่อนไขหลัก ของการเจรจาเข้าเป็นภาคีกับอียู กลับมาใช้ใหม่อีกในตุรกี

มีความเห็นจากนายเซบาสเตียน เคิร์ซ รมว.ต่างประเทศของออสเตรีย ที่ค่อนข้างจะเด็ดขาดมากกว่าเพื่อน เมื่อบอกว่าผลประชา- มติคือสัญญาณต่อต้านอียูที่ชัดเจน การเจรจาของตุรกีเพื่อเข้าร่วมอียูต้องยุติได้แล้ว

แต่ก็มีคนอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับนายเออร์โดกันและประกาศจะร่วมมือกับตุรกีมากยิ่งขึ้นในการแก้ปัญหาการสู้รบในสงครามกลางเมืองซีเรีย อิรักและร่วมสู้รบกับกองกำลังกบฏชาวเคิร์ด แม้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯเพิ่งแถลงท้วงติงกระบวนการประชามติของตุรกี

และแม้สหรัฐฯกับตุรกียังมีเรื่องคาใจกันเรื่องของเฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาคนดังที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯที่ตุรกีอยากให้ส่งตัวมาให้หลังถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหารซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธมาตลอด

ปัญหาการเมือง และยังมีภัยก่อการร้าย เป็นระยะๆ น่าจะทำให้ตุรกีที่ตั้งอยู่คาบเกี่ยวสองฝั่งยุโรปและเอเชีย อุดมด้วยอารยธรรม และแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม เคยเป็นดาวรุ่งทางเศรษฐกิจ ตกอยู่ในภาวะวุ่นวายต่อไป.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์