บริการข่าวไทยรัฐ

สอบ8คนสนิททอมโชกุน ปฏิเสธฉ้อโกง ไม่ได้ขายทัวร์ ตร.ค้นบริษัทอาหารเสริม!

ทหารคุมตัว 8 คนสนิทซินแสโชกุน ที่ถูกจับกุมตัวพร้อมกันที่จังหวัดระนอง ส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแล้ว ดำเนินคดีตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและข้อหากระทำการอันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร ทุกคนประสานเสียงปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมจัดทัวร์ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โยนซินแสโชกุนเป็นคนเดียวที่รู้รายละเอียดการดำเนินงานของบริษัททั้งหมด ตำรวจบุกค้นบริษัทขายอาหารเสริมของซินแสโชกุน ตรวจสอบหาหลักฐานละเอียดยิบทั้งเอกสารยันตัวยาว่ามี อย.หรือไม่ สรุปมีเหยื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 360 คน มูลค่าความเสียหาย 15 ล้านบาท

กรณีประชาชนกว่า 1,000 คนไปรอที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเดินทางไปได้ จนเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั้งสนามบิน จากการสอบสวนผู้เสียหายทั้งหมดเป็นสมาชิกขายตรงอาหารเสริมยี่ห้อออลลิเชียน ของบริษัทเวลท์ เอเวอร์ จำกัด ที่มี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือซินแสโชกุน เป็นผู้บริหาร โฆษณารับสมัครสมาชิกด้วยเงินลงทุนหัวละ 9,730 บาท ได้โปรโมชั่นไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรีช่วงระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. แต่ปรากฏว่าเมื่อสมาชิกมาถึงสนามบินกลับถูกทิ้ง ชุดสืบสวนกองปราบปรามเข้าสืบสวนจนติดตามจับกุมซินแสโชกุนพร้อมพวกรวม 9 คน ได้ที่ จ.ระนอง เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เพียงคนเดียว หลังส่งฝากขังศาลสั่งควบคุมตัวที่ ทัณฑสถานหญิงกลางไปแล้ว ส่วนพวกอีก 8 คน ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 เม.ย. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจการข่าว คสช. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. พร้อมกำลังคุมตัวนางมณฑญาณ์ นิรันดร อายุ 55 ปี มารดาซินแสโชกุน น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ อายุ 35 ปี สาวคนสนิท นายก้องศรัณย์ แสงประภา อายุ 22 ปี นางประนอม พลานุสนธิ์ อายุ 40 ปี นางณิชมน แสงประภา อายุ 64 ปี นางพารินธญ์ หงษ์หิรัญ ดัคกอร์ อายุ 35 ปี น.ส.สุดารัตน์ เอนกนวล อายุ 25 ปี และนายโกวิท ช่วยสัตว์ อายุ 30 ปี รวม 8 คน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและข้อหากระทำการอันเป็นอั้งยี่ซ่องโจรมาส่งให้พนักงานสอบสวน โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. และ พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. มารอรับตัวให้แพทย์จาก รพ.ตำรวจตรวจร่างกายก่อนพาไปสอบปากคำ

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า รับตัวผู้ต้องหาจากฝ่ายทหารมาแล้ว จากการตรวจร่างกายแพทย์ยืนยันว่าไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย อีกทั้งผู้ต้องหายืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมตัวไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะให้การอย่างไรเป็นสิทธิที่ทำได้ พร้อมกันนี้ยังจัดทนายจากสภาทนายความให้ผู้ต้องหาด้วย เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 8 คนให้การปฏิเสธ ถึงขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 360 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับตำรวจทหาร สามารถติดตามยึดทรัพย์สินต่างๆจากกลุ่มผู้ต้องหาเบื้องต้น อาทิ รถยนต์ เงินในบัญชีธนาคาร ทองรูปพรรณ และคอนโดมิเนียมรวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

ขณะที่นางมณฑญาณ์ นิรันดร มารดาซินแสโชกุน กล่าวว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหา ตนไม่ได้เชิญชวนใคร ถ้าไปดูในเฟซบุ๊กส่วนตัวจะเห็นว่า ตนอยากจะช่วยเหลือคนที่ฐานะยากไร้ประสบความเดือดร้อน ถ้าคุณเข้ามาเป็นสมาชิกบริษัทเราแล้วจะได้รับผลตอบแทนที่ดี เพียงแต่ว่าต้องเป็นคนที่ตั้งใจทำงานและเป็นคนดี ไม่ใช้อำนาจทำให้ใครเดือดร้อน ส่วนกรณีชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครเป็นสมาชิกบริษัทตนไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้มีหน้าที่ตรงนี้ ตนเป็น แค่แม่ของซินแสโชกุนเท่านั้น ขอยืนยันว่าบริษัทเวลท์ เอเวอร์ จำกัดไม่ได้ขายทัวร์ การพาไปเที่ยว เพียงต้องการให้โอกาสคนที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย เพราะยากจน

“ส่วนที่มีภาพไปอยู่บนเครื่องบินเช่าเหมาลำ เป็นเพราะลูกสาวอ้างว่าทำธุรกิจรับส่งนักธุรกิจ มีเครื่องบินเช่าเหมาลำทั้งหมด 8 ลำ บินเส้นทางระหว่างมาเก๊า-ฮ่องกง แต่ไม่รู้ว่าลูกสาวเป็นเจ้าของเองหรือเป็นเพียงหุ้นส่วน ส่วนตัวเคยเชิญชวนให้ไปเที่ยวไม่กี่คน ที่พอจำได้คือ อุ๊-มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์ ดาราและพิธีกรอดีตรองมิสทีนไทยแลนด์ 2010 ส่วนอีก 2 คนจำชื่อไม่ได้ เพราะเขามีเงินไม่พอจ่ายให้ ครบ 9,730 บาท คนนึงมี 5,000 บาท อีกคนมีเพียง 1,000 บาท จึงออกเงินให้ก่อนเพราะแค่ช่วย ส่วนนักธุรกิจชาวฮ่องกงได้ข้อมูลมาจากลูกสาวว่า เป็นผู้ดูแลจองเครื่องบินและดำเนินการต่างๆให้ แต่ไม่เคยเจอตัวจริง เห็นแต่ในภาพถ่าย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจต่างๆไม่ทราบ และไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ยังเชื่อว่าลูกไม่เคยหลอกลวงใคร” นาง
มณฑญาณ์กล่าว

น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ สาวคนสนิทของซินแสโชกุนเผยว่า บริษัทเวลท์เอเวอร์ฯเพิ่งตั้งมาได้ 3 เดือน ใช้บ้านตนที่จังหวัดนครสวรรค์จดทะเบียนตั้งสำนักงาน เพราะตนมีชื่อเป็นเจ้าของบ้าน ทั้งนี้ ยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจขายอาหารเสริมไม่ใช่ขายทัวร์ ลูกทีมที่มาสมัครสมาชิกจะโอนเงินค่าสมัครเข้าบัญชีตน ส่วนตัวเคยได้เงินค่า คอมมิชชั่นจากการขายอาหารเสริมมาแล้ว 2.8 แสนบาท ทราบด้วยว่าเคยมีคนได้คอมมิชชั่นสูงสุดถึง 2.4 ล้านบาท สามารถระบุชื่อและตัวบุคคลได้ ส่วนการเดินทางไปเที่ยวกับบริษัทเคยไปมาแล้ว 2 ครั้งคือ ฮ่องกงและญี่ปุ่น เรื่องการจองตั๋วเครื่องบิน ติดต่อประสานงาน รวมถึงการทำบัญชีบริษัทซินแสโชกุนเป็นผู้จัดการเองทั้งหมด

ส่วนนางประนอม พลานุสนธิ์ เลขาซินแสโชกุนกล่าวว่า ไม่เคยเชิญชวนใครให้ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น มีเพียงให้มาสมัครเป็นสมาชิกบริษัทอลิเชี่ยนจำกัด ส่วนโปรโมชั่นต่างๆซินแสโชกุนเป็นคนกำหนด เพราะทราบว่าส่วนต่างของเงินค่าสมัครสมาชิกไม่เพียงพอต่อการพาไปเที่ยวต่างประเทศ เคยถามซินแสโชกุนแล้วว่าเงินส่วนต่างมาจากไหน ซินแสโชกุนบอกว่า มีงบจากนายทุนต่างประเทศออกให้ ทุกครั้งที่สมาชิกสอบถามจะบอกรายละเอียดให้ทราบ ส่วนเรื่องรายได้ต่างๆไม่สามารถตอบได้ เพราะจะรับข้อมูลจากซินแสโชกุนเท่านั้น ส่วนนายทุนชาวต่างประเทศ ไม่มีใครเคยเจอ มีเพียงซินแสโชกุนคนเดียวที่ได้พบ ส่วนตัวเคยไปเที่ยวที่ฮ่องกงมาครั้งเดียว ครั้งนั้นเป็นเพียงการไปท่องเที่ยวธรรมดาไม่ได้ ใช้ชักชวนอวดอ้างต่อสมาชิกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

มีรายงานด้วยว่า พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.บัณฑิต ทิศาภาค รอง ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.1 บก.ปคบ. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. บก.ปอศ. บก.ปอท. และ สคบ.นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นบริษัทอลิเชี่ยน จำกัด เลขที่ 219 ชั้น 18 อาคารอโศกทาวเวอร์ ถนนอโศก แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา จากการตรวจค้นพบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนถูกต้อง ตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 300 กระปุก รวมทั้งเอกสารการทำธุรกรรมทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียด ถึงที่มาของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมว่านำเข้าและเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ตัวอาหารเสริมได้รับอนุญาตจาก อย.หรือยัง เนื่องจากตัวเม็ดยาของแท้ต้องเป็นสีน้ำตาล แต่ที่ตรวจสอบพบเป็นเม็ดยาสีขาว ต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการปลอมแปลงหรือไม่ รวมทั้ง สคบ.อยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายธุรกิจขายตรงหรือไม่

มีรายงานด้วยว่า ถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามอายัดทรัพย์สินของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน ประกอบด้วย ห้องพักคอนโดฯดิโฮเทล คอนโดมิเนียม ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี รถเมอร์เซเดส เบนซ์ เอสแอลเค350 สีบรอนซ์ ทะเบียน พศ 9995 กรุงเทพมหานคร รถยนต์แลนด์ โรเวอร์ อีโวค สีแดง ทะเบียน 6กค 4990 กรุงเทพมหานคร รถยนต์โตโยต้า คัมรี สีดำ ทะเบียน 4 กณ 789 กรุงเทพมหานคร รถตู้ฮุนได สตาเร็กซ์ สีดำ ทะเบียน 3 กฮ 9797 กรุงเทพมหานคร กล้องถ่ายรูปโซนี่พร้อมเลนส์ขนาด 24-70 และ 70-200 สร้อยข้อมือเพชร กล้องถ่ายรูปแคนนอนพร้อมเลนส์ 70-200 แท็บเล็ตแอปเปิล คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเอเซอร์ นาฬิกาโรเล็กซ์ ชุดสร้อยทอง กำไลข้อมือทองคำ แมคบุ๊กและไอแมค และเงินในบัญชีเงินฝาก 6 บัญชีรวม 3,284,150.95 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด 14,904,150.95 บาท